* ความจริงผู้เขียนเองก็ชอบครับ..แต่ต้องเป็นปลาร้าหลน..ผักสดและข้าวร้อนๆ. กลับมาเรื่องปลาร้าหรือแจ่วบองต่ออีกนิดน๊ะครับ.
แต่กรณีย์ของน้องดำนี้..ผมย่านตั้ว..ขืนไปพูดอะไรกระทบกระเทือนไหปลาร้าของหล่อนเข้า.รับรองได้เลย..น้องดำต้องฟ้องไปที่สำนักงานใหญ่แน่ๆ..ไม่เอาดีกว่า..ยิ่งทางสำนักงานใหญ่มักจะเชื่อลูกค้า. แบบไม่ลืมหูลืมตาเสียด้วยสิ ! เออ..เรื่องของผมน่าปวดหัวมากครับ ไม่ใช่ว่าผมเป็นพวกเสือใส่เกือกหรอกน๊ะ !มาสายผมก็ไม่ว่าเพราะอยู่คนละบริษัทฯแต่หล่อนดันเอาลูกมาเลี้ยงและร้องงอแง.รบกวนแบบไม่ต้องทำงานกันเลย บริษัทฯนี้ย้ายมาอยู่ร่วมกันไม่ถึงปี. โอ้โฮ ! เหมือนสวรรค์มาโปรดครับ เพราะว่าบริษัทฯไม่ได้งานต่อจึงต้องปิดตัวไปในเวลาต่อมา..ทุกคนต้องออกหางานกันใหม่สิครับ เพราะบริษัทต้องเลิกกิจการไปในที่สุด. ช่วงนั้นนายเทียร์รี่เว๊ปได้ถูกเลิกจ้างไปแล้วเช่นกันและทางเชฟร่อนยังไม่มีคนต่างชาติเข้ามาบริหารงานแต่อย่างใด ? มีผู้โชคดีเพียงคนเดียวจริงๆครับ ไม่ทราบว่ามาทางไหน ? คือนายคี๊ท เครวี่ Mr. Keit Cravy.ใช่ครับคนเดียวกันกับที่เคยเป็นนายใหญ่ของบริษัทเคมเทคนั่นเอง ! เขาจึงกลายมาเป็นใหญ่ที่สุดในบริษัทเชฟร่อน ไทยแลนด์ สาขาสัตหีบ Chevron Thailand.เขามีผู้ช่วยเป็นชาวสก๊อตแลนด์คือMr. Mac Macarthur.นายแมค แมคอาร์เธอร์. เขาเป็นผู้ที่รักครอบครัวคนหนึ่งนั่นเอง ! จนได้ฉายาว่า Mr. Family man.

๓๒. แท่นเจาะน้ำมันในทะเลเหนือ. Stena Don. ขอบคุณภาพจากเน็ท.
ผมกับนายคี๊ท พอสนิทกันบ้างเพราะเวลาที่ผมขอนำตู้อาหารลงเรือ และเรื่องอื่นๆที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก ก็มักจะได้รับความร่วมมือด้วยดีจากนายคี๊ท เครวี่เสมอ.หลังจากบริษัทเคมเทคฯปิดตัวลงไปแล้วจึงเหลือเสมียนสาวคนเดียวที่ต้องเคลียร์งานอยู่ก่อน แปลกเหมือนกันครับ..น้องคนนี้ตอนที่นางปากดำอยู่เธอไม่อยากพูดกับผมเลย ทั้งที่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หรือโกรธเคืองกันแต่อย่างใด ? เธอมาติดต่อเรื่องการขนย้ายของในสำนักงานหลายเที่ยว เพื่อเสนอเรื่องไปให้ทางสำนักงานใหญ่ทราบ ในที่สุดทางสำนักงานใหญ่ตัดสินใจถูก โดยยอมขายของทั้งหมดเพราะค่าขนย้ายแพงมาก ผมยังอุดหนุนกาน้ำร้อนมาหนึ่งใบ เก้าอี้ตำแหน่งหนึ่งตัว. ไม่ใช่ตัวที่นางปากดำนั่งหรอกครับ !เสียดายพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษเธอขายสองพันบาทเท่านั้น. ผมไม่มีเงินซื้อครับ. หลายเดือนต่อมาเธอได้งานที่พัทยาแต่เธอสละสิทธิ์ ถ้าจำไม่ผิด เป็นงานขายเพชรพลอยครับ. ก่อนที่จะเริ่มงานเธอยังมาบอกให้ผมหาคนไปทำแทนเธอ อีกไม่กี่เดือนต่อมาทางบริษัทฯของนายเดวิด ลี ก็หมดงานเราจึงต้องจากกันด้วยมิตรภาพอันดี. Nice to work with you Dave. ส่วนที่สำนักงานสาขาของเชฟร่อน ก็มักมีกิจกรรมประจำเดือนคือการประชุม Safety meeting.หรือเรื่องความปลอดภัย ประธานคือนายคี๊ทและเลขาจากบริษัทได๊ว์ไท๊ด์ Dive tide. คุณสุนีย์. เธอพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วมากครับ และจะเป็นผู้ช่วยนายคี๊ทตลอดการประชุม ผู้ที่เข้าร่วมการประชุมส่วนใหญ่คือบรรดาบริษัทซัพคอนแทคนั่นเอง.. ในจำนวนนี้ผมมักเข้าประชุมด้วยเกือบทุกครั้ง ถ้าไม่มีงานนอก. มีการเซ็นต์ชื่อผู้ร่วมการประชุมก่อนเปิดการประชุมเสมอและเกรงว่า..ถ้าไม่เข้าประชุมเมื่อไร ? พี่แกจะฟ้องไปที่สำนักงานใหญ่ข้อหาไม่ให้ความร่วมมือ. มีผลสิครับ !เพราะเขาอาจจะไม่ป้อนงานให้บริษัทก็เป็นได้ ในการประชุมทุกครั้งจะใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด-ไม่มีการแปลใดใด ? เรื่องนี้ผมไม่เคยกลัวเพราะส่วนใหญ่จะเข้าใจดีครับ. บางบริษัทส่งพนักงานเข้ามาฟังโดยไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย หลับหูหลับตาส่งมาร่วมการประชุมได้ยังไง ? นี่กระมังภาษิตเขาจึงบอกว่าขายผ้าเอาหน้ารอด.

๓๓. แท่นเจาะน้ำมันในทะเลเหนือ. Noble Homer Ferrington. ขอบคุณภาพจากเน็ท.
เขาถามว่ามีคนของบริษัทฯนี้มาประชุมด้วยรึไม่ ? พี่แกยังนั่งเฉย..มองตาแป๋วเลยครับ..จนฝรั่งที่ร่วมประชุมด้วยต้องพูดภาษาไทยออกมาดังดังว่า.สงสัยจะไม่เข้าใจมั้ง ? ผมอายแทนจริงๆ. บริษัทฯที่ว่านี้น่าจะอยู่แถวๆสี่แยกเกษมพลกระมัง. เรื่องที่พูดในการประชุมนั้นมักเป็นเรื่องทั่วๆไป เช่นการเขียนบัตรสต๊อปการ์ด , การใช้ความเร็วในการขับรถทุกชนิดภายในพื้นที่ของการท่าเรือ , การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันต่างๆตามที่กำหนดในการทำงานและพื้นที่ประกาศ.หรือที่เรียกกันว่าพีพีอี. PPE. = Personal Protective Equipment. ก็มีรองเท้าหัวเหล็ก Safety Shoes. หมวกป้องกันศีรษะ. Safety Hat ; Hard Hat.แต่ความหมายเดียวกัน. สองสิ่งที่กล่าวมานี้เป็นหลักที่พนักงานทุกระดับต้องสวมใส่ถ้าทำงานเกี่ยวกับการขุดเจาะน้ำมัน.ต่อมาเป็นพวกถุงมือหรือแว่นตา. Gloves - Glasses.ถ้าพนักงานต้องปฎิบัติงานเกี่ยวกับเคมีต่างๆ..มิฉะนั้นอาจเกิดอันตรายโดยตรงต่อผิวหนังหรือตา.ยังมีอีกครับแต่ขอข้ามไปก่อน ช่วงนี้น้องคนเดิมได้พยายามหันเหชีวิตของตัวเอง ผมไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยหรอกน๊ะ ! เธอทำในตำแหน่งเสมียนของบริษัทชิ๊บปิ้งในเครือ.ใช้ห้องทำงานร่วมกัน. แต่ที่ผมต้องเกี่ยวด้วย เพราะเผอิญมาพันพัวกับงานของผมเข้า.หลายเรื่องครับเช่น..*เธอมักชวนพี่ - น้องมาใช้เครื่องถ่ายเอกสารในสำนักงานเสมอๆ โดยเฉพาะช่วงที่ผมไม่อยู่ในสำนักงาน ถ้านานๆครั้งละ๑-๒ แผ่นผมจะว่าทำไมล่ะครับ ? ผมก็พอมีน้ำใจกับเขาเหมือนกัน.พี่ - น้องหล่อนรับงานชิ๊บปิ้งเหมือนกัน.ทำที่แหลมฉบัง.พี่แกมาถ่ายเอกสารครั้งละไม่ต่ำกว่า ๕๐ แผ่น ดูสิพี่แกยกกระดาษเอสี่มาครั้งละ ๑ รีมทีเดียว ทางสำนักงานใหญ่ก็ตำหนิผมทุกครั้งเพราะ..ทางผู้ให้เช่าเครื่องจดหมายเลขแล้วไปคิดเงินที่สำนักงานใหญ่. ฟ้องด้วยตัวเลข. พอผมว่าบ้างเธอจะเถียงสวนมาว่า..หนูเอากระดาษมาเองน๊ะ จริงอยู่แต่ลองถามอาโกดูสิแกต้องบอกว่าถ้าลื้อเอากระดาษมาเองอั๊วะคิดแผ่นละ ๕๐ สตางค์ เห็นไหมล่ะยังไงๆก็ไม่สามารถถ่ายฟรีได้..ถ้าไม่มีกระดาษแผ่นละบาทน่อ.เรื่องต่อไปก็ยังเกี่ยวข้องกับผมอยู่ดี เธอชอบนำกัปตันเรือชาวต่างชาติเข้ามาในสำนักงาน.ยามค่ำมืดหลังจากที่ผมกลับออกไปแล้ว. ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ?

๓๔. เรือช่วยชีวิตที่ใช้บนแท่นเจาะน้ำมัน. - พร้อมยกลงด้วยหลักเดวิด. ขอบคุณภาพจากเน็ท.
ลูกน้องผมเคยแจ้งผมเสมอว่า พอหัวหน้ากลับบ้านแล้วเธอจะนำพวกกัปตันเรือเข้ามาในสำนักงาน เป็นประจำ. ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใด ? นอกจากตัวหล่อนเองเท่านั้น ! บางครั้งก็อนุญาตให้ฝรั่งพวกนั้นใช้โทรศัพท์โทรไปต่างประเทศ ผมแอบคิดเองว่าบางครั้งหล่อนคงจะไม่ค่อยเข้าใจที่กัปตันพูด แต่ฉันตอบโอเค..โอเคไว้ก่อนจึงทำให้พวกนั้นใช้โทรศัพท์ของบริษัทฯ โทรกลับบ้าน.เพราะได้ยินเธอพูดว่าโอเคแล้วนั่นเอง ! ที่สำคัญนายสาวของผมมักจ้องจะมาหักเงินจากผมแต่เพียงผู้เดียว.เธอเป็นลูกอีช่างหัก. ผมต้องรับผิดชอบ พอผมพูดบ้างหล่อนก็ไม่ค่อยพอใจขึ้นมา.เธอถามผมว่า.ทำไมพี่ไม่ให้เกียรติหนูเลย ? เวลาน้องพาฝรั่งมาใช้โทรฯทางไกล ทั้งๆที่ผมนั่งอยู่ด้วย..เธอคงลืมถามตัวเองว่าเออ ! เธอเองยังไม่คิดที่จะให้เกียรติผมเลยนี่นา.แล้วอยู่ดีดีทำไม ? เธอจึงเกิดอยากจะเอาเกียรติจากเขา ขึ้นมาบ้างล่ะ ? ทีหน้าทีหลังหนูคิดให้ดีดีก่อนที่จะมาถามฉันน๊ะหนู. แหม ! พอเอ่ยถึงเรื่องโทรศัพท์ล่ะก็มีอีกมากเรื่องครับที่ต้องทำให้ผมปวดหัว. จะเริ่มตรงไหนดีเอ่ย ? โทรศัพท์ของบริษัทฯที่ให้ผมไว้ใช้เพื่อติดต่องานนั้นก็ไม่ค่อยจะได้เรื่องนัก..ไม่ทราบว่าเอารุ่นไหน?มาให้ผมใช้ครับ.บางช่วงที่เรารีบนักหนา.อยากจะโทรเพื่อรายงานเจ้านายว่า มีลูกค้าจะมาเช่าโกดังก็ต้องเสียลูกค้าไปไอ้เราก็รายงานไปที่สำนักงานใหญ่แล้วโดยแจ้งไปทั้งทางวาจาและลายลักษณ์อักษร. เงียบครับ..ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ปล่อยให้ผมใช้แต่เครื่องเก่านี่แหละ !พอเราเร่งด่วนกดโทรออกก็มีภาษาจีนขึ้นมาเต็มหน้าจอหลายครั้งหลายหน.วันหนึ่งหน.แผนกบุคคลมาที่สัตหีบ และมาใช้เครื่องของผมโทรออกนั่นแหละ ! พี่แกจึงเชื่อตามที่ผมพูดเพราะปลายสายพูดว่า.เหว่ย ! ทางนี้จึงวางสาย. สุดท้ายผมยื่นโนตี๊สไป ทางสำนักงานใหญ่จึงได้นำเครื่องมาเปลี่ยนให้ผมใหม่ ฮัลโหล.ผมแจ้งมาหลายครั้งแล้วว่าโทรศัพท์ผมใช้การไม่ได้ ผมพูดเสร็จผมจะปิดเครื่องน๊ะครับ ซ่า.ซ่า.เพราะผมปิดเครื่องแล้ว. ครึ่งชั่วโมงต่อมา จนท.ทางสำนักงานใหญ่โทรมาเข้าเครื่องสำนักงานสาขาสัตหีบและแจ้งว่า..พรุ่งนี้จะฝากเครื่องใหม่มาให้ โอเค..โอเคน๊ะครับ ! เรื่องน่าเบื่อเกี่ยวกับโทรศัพท์อีกเรื่องคือ การตัดเงินครับ.ลูกอีช่างตัด.

๓๕. อาหารการกินเยี่ยมมากครับ. - พร้อมแล้วเชิญรับประทาน. ขอบคุณภาพจากเน็ท.
วันหนึ่งผมติดงานเรืออยู่ ที่ท่าเรือมาบตาพุดตั้งแต่เช้า เผอิญลูกน้องโทรเข้ามือถือแจ้งว่า..มีลูกเรือต่างชาติขึ้นมาและรอรถมารับเข้ากรุงเทพฯผมให้พามานั่งรอในที่ทำงานของผมก่อน และได้รีบติดต่อให้รถประจำมารับไปส่งที่สนามบินดอนเมือง. นายเบิ้มพามาทิ้งไว้ในสำนักงาน.สบายเลยกู..ลูกเรือทั้งสามคิด. เพราะพี่แกขโมยโทรทางไกลกันใหญ่เลย ผมมิได้กล่าวโทษใครเลยจริงๆแต่มันฟ้องภาพครับ.ก็ค่าโทรศัพท์ที่คิดมาจากทางการสื่อสาร แห่งประเทศไทย. ความจริงนั้นการใช้โทรศัพท์ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลไม่มีใครเลยที่พูด สอง-สามคำแล้ววางสาย - แล้วโทรใหม่อีกถือว่าผิดปกติครับ ! แสดงว่าแอบโทร.ฟันธงเลยล่ะ. นายสาวผมไม่พยายามที่จะเข้าใจ พูดคำเดียวว่า..ผมต้องรับผิดชอบและจะตัดเงินผมอย่างเดียว. ผมโต้แย้งเป็นคำสุดท้ายว่า ผมมิได้ทิ้งที่ทำงานไปไหนเลยน๊ะ ไปทำงานให้บริษัทฯต่างหาก เออ - เออ ตัดครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน เห็นไหมว่าหล่อนต้องตัดจนได้.. สิ้นเดือนเดียวกันผมได้รับแจ้งจากทางกทม.ว่า..จะขอตัดเงินค่าโทรทางไกลต่างประเทศจากผมอีก และต้นทางถามว่าผมมีญาติอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียหรือไม่ ? ไม่มีครับผมตอบ. ผมแปลกใจครับแต่ถามแล้วว่า โทรไปออสเตรเลีย ๑ นาที ๘๐ บาท. ผมยอมเพราะจำได้ว่ามีลูกค้าต่างชาติขอใช้โทรศัพท์ของผม. ที่จริงผมคิดว่าเขาจะโทร ถึงครอบครัวในเมืองไทยก็เลยโอเค.. เพราะถือว่าเป็นการช่วยเหลือกัน และไม่ได้ตามเชคว่าเขาโทรไปที่ไหน ? อีกอย่างผมคิดว่าเวลาไปเที่ยวผมให้ทิปเด็กมากกว่านี้อีกจึงไม่ได้ติดใจอะไร ? กับการที่ถูกตัดเงินเพียงแค่นี้. ต่อมาผมเริ่มระมัดระวังมากขึ้น โดยไม่ให้ใครมาใช้เครื่องของผมโทรอีกเลยสิ้นเดือนต่อมายังมีอีกครับ ทางกทม.แจ้งมาว่าจะขอตัดเงิน ค่าโทรทางไกลต่างประเทศอีก. เที่ยวนี้ผมได้ปฎิเสธครับและยังตอบไปด้วยว่าถ้าตัดเงินจากผมก็ให้เอาโทรศัพท์คืนไปเลย.ผมยื่นคำขาดและได้ผลครับ.เท่านั้นยังไม่พอครับ..มีพนักงานหลายๆระดับจากกทม.เวลามาที่สัตหีบ.ทำไมจะต้องมาติดต่องานที่นี่ทุกครั้งสิน่า ! หลายๆคนชอบมาใช้เครื่องของผมโดยมักจะอ้างเสมอว่า..ติดต่องานบริษัทฯ ที่จริงผมก็รู้ว่าเขาโทรเข้าไปที่บริษัทฯ และเป็นงานของบริษัทฯในแต่ละเดือนนั้นทางกทม.ก็มักจะตำหนิมาที่ผมเสมอๆหาว่า. ผมใช้โทรศัพท์เปลืองมาก.

๓๖. พนักงานกำลังประกอบหัวเจาะ. - บนแท่นเจาะน้ำมัน.ขอบคุณภาพจากเน็ท.
เวลาผมพูดบ้าง.ผู้ใหญ่ทางกรุงเทพฯก็มักจะพูดง่ายๆว่า เอ้า..คุณก็อย่าให้เขาใช้สิ ! ดีแต่พูดเพราะว่ามีปากเท่านั้นเอง ! ถ้าไม่ให้เขาใช้จริงๆล่ะก็คงมีเรื่องที่ต้องพูดอีกจนได้ล่ะน่า.เช่นนี่มันเครื่องของบริษัทน๊ะ ? เขาใช้ติดต่อเรื่องงานทำไมคุณไม่ให้เขาใช้ล่ะ ? ผมต้องรับเละอีก..หรือว่าไม่จริง ? ทำไมเจ้านายทั้งหลายจึงเป็นเหมือนกันหมด ? แย่จัง. ผมเคยคิดแต่ยังไม่เคยพูดครับ !ขณะนี้ผมออกจากงานแล้วจึงขอพูดแบบที่ไม่กลัวใครบ้าง ใครก็ตามที่เก่งจริงทำไมไม่ทำเป็นหนังสือมาล่ะว่าผู้ที่มาปฎิบัติงานที่สำนักงานสาขาสัตหีบ ห้ามมิให้มาใช้โทรศัพท์ที่นี่. จะได้สบายใจกับเจ้าหน้าที่ทางนี้ ถ้าใครอยากจะมาติดต่องานที่นี่ จนท.ก็จะได้นำเอกสารสั่งการนี้ให้ดู..เห็นไหมครับ ? ว่าท่านได้หยิบยื่นความสบายใจ ให้กับทั้งสองฝ่าย. ออกเม็มโมมาสิครับ ผู้ปฎิบัติจะได้ไม่ตะ ขิดตะขวงใจ. บางรายมาขอใช้ผมก็ไม่ว่าหรอกครับแต่ออกจะเกลียดที่หล่อน กล้ามาสั่งให้ผมต่อสายให้ด้วยน๊ะ..แหม ! เธอมันรุ่นลูกฉันน๊ะเรียนมาก็สูงน๊ะ ! ไอ้ปริญญาโทน่ะ! เขาไม่สอนเรื่องมรรยาทเลยหรือ ? หรือว่าตอนที่เขาสอน หล่อนงีบหลับไปนิดหนึ่ง. อีดีโอเค.ไปทำอะไรมา ? ดีแล้วที่ผมไม่ยอมเสียเงินไปเรียน.แต่ผมก็ยังภูมิใจแม้ว่าจะเรียนน้อยแต่ผมก็สะกดคำว่า..มรรยาทถูก. คงเป็นช่วงสุดท้ายของเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องของผม หล่อนขาดงานไปหลายวันแล้วโดยมิได้แจ้งผมแต่อย่างใด ?ผมคิดเอาเอง. เธอคิดว่าอยู่คนละบริษัทกับผมและมีเจ้านายคนละคนกัน.แม้เจ้าของบริษัทจะเป็นคนเดียวกัน.ผู้จัดการใหญ่โทรมาเชคกับผม ที่จริงผมอยากแก้ตัวแทนหรือช่วยเธอเหมือนกันเช่นบอกว่า.เธอออกไปติดต่องานข้างนอก แต่ไม่กล้าเพราะเกรงจะเป็นการโกหกถ้าทางต้นทางขอพูดสายด้วย เจ้านายนั้นเขามักจะมีวิธีเชคพนักงานเสมอเช่น..ครั้งหนึ่งมือแล้วแต่ผมยังไม่ได้กลับบ้าน ท่านโทรเข้ามือถือถามเรื่องต่างๆจบด้วยว่าเดี๋ยวผมจะโทรกลับมาที่เครื่งสำนักงานน๊ะ..ผมรู้ทันทีว่าท่านกำลังเชคว่าผมยังอยู่ที่สำนักงานตามที่พูดหรือไม่ ?คนโง่มีอยู่ทั่วไปแต่ไม่ใช่ผม..เอ๊ะเขียนยังไง ? ดังนั้นผมต้องบอกไปว่าเธอขาดงานไปหลายวันแล้ว เวรกรรมมีจริงเพราะเธอพาฝรั่งไปเที่ยวเกาะช้างและไม่สามารถเดินทางกลับได้..เพราะน้ำท่วมทางช่วงสามย่าน.- ระยอง.

๓๗. ขอนำภาพเก่ามาลงอีกครั้ง. - ผู้เขียนที่ริคบก บังคลาเทศ ปี ๒๕๔๐
ในที่สุดก็ได้รับซองสีขาว. ใครบอกว่าซองผ้าป่า ? เชื่อไหมว่าพี่น้องเธอมาด่าผมใหญ่เลยโดยหาว่า.ผมฟ้องไปที่บริษัทแถมยังอาฆาตด้วยว่า..สักวันเวรกรรมก็ต้องตามผมทัน ผมไม่มีส่วนใดใดเลยครับจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ..โตโตกันแล้วไม่ต้องอธิบายมาก.เธอไปเปิดสำนักงานเองแต่ยังร่วมงานกับผมเหมือนเดิม.เธอจัดรถรับ - ส่งและตรวจแอลกอฮอล์ให้กับพนักงาน ที่ลงไปทำงานบนแท่นเจาะน้ำมันในนามของเชฟร่อน. เธอคงเข้าใจดีเพราะแท้จริงเธอก็ยังคอยช่วยเหลือผมด้วยดี..เอาเท่านี้ก่อนน๊ะสำหรับเรื่องปวดสมอง. เพราะยังจะต้องตามเรื่องที่มีพนักงานเมาแล้วเป่าไม่ผ่านต่อ เพื่อจะนำลงเรือเย็นนี้. ช่วงสายของวันเดียวกันนั้นผมแจ้งกลับไปที่แผนกบุคคลที่กทม. เขาจะประสานงานกัน กับที่สงขลาแล้วจึงจะจองเรือมาใหม่ หรือไปกับเรือใหญ่ในวันเดียวกัน. แทนที่นายคนนี้จะกระตือรือร้นหาน้ำร้อนมาดื่มเพื่อจะได้ผ่านกับเขาบ้าง.แต่หมอนั่งเฉยไม่ใยดี คงจะไม่อยากเดินทางตามที่ภริยาสั่งกระมัง ! ผมผลักดันให้ไปหาน้ำร้อนมาดื่มเพื่อไล่แอลกอฮอล์ออกจากร่างกายจะได้เป่าผ่าน ได้ผลครับ..นายคนนั้นเป่าผ่าน แต่หมอยังเดินวนๆอยู่โดยไม่ยอมขึ้นรถบัส ผมเลยออกปากไล่ให้ขึ้นรถเสียเลย เพราะผมจะได้หมดหน้าที่ตรงนี้ ผมขับรถตามหลังรถบัสเพื่อกลับบ้านแต่ไปคนละทางกัน เหตุการณ์ก็เรียบร้อยดี..จนกระทั่งช่วงสายๆ เมื่อผมมาทำงานตามปกติ ทีนี้โทรศัพท์มาถึงผมไม่หยุดหย่อน ในลักษณะกล่าวหาว่าทำไม ? ผมปล่อยให้พนักงานกลับบ้าน.ทำไมผมปล่อยให้พนักงานเมา.ร้อยแปดคำถาม น่าปวดหัวอย่างที่สุด.ผมตามคำตอบมาได้..ปรากฎว่านายคนนั้นออกเดินทางมากับรถบัสแล้วแต่ได้โกหกว่า..ภรรยาป่วยหนักขอลงจากรถเพื่อจะกลับบ้านไปดูแลภรรยา เจ้าหน้าที่คุมรถได้แจ้งให้พนักงานท่านนั้นทราบว่าจะลงรถไปเฉยๆไม่ได้..จะต้องแจ้งมาที่ผมก่อน เพื่อผมจะได้ดำเนินการตามขั้นตอน.ความจริงไม่ใช่ความผิดของผมเลย แต่ทางสำนักงานใหญ่พยายามยัดเยียดให้ผมรับผิดให้ได้ เนื่องจากไม่เคยมีใครรับผิดสักครั้ง.นอกจากจะโยนความผิดไปให้พ้นตัวหรือที่เรียกกันง่ายๆ คือพยายามหาแพะมาสักหนึ่งตัวน๊ะ ! ลูกค้าจะได้ไม่ตำหนิ บริษัทไงล่ะครับ ! เออ..กลัวลูกค้าจะโกรธแทนที่จะถนอมน้ำใจพนักงานด้วยกัน.

๓๘. เรือตรวจสอบหลุมน้ำมัน. Well Testing Vessel. ขอบคุณภาพจากเน็ท.
เมื่อเรือออกไปแล้วทุกคนที่เกี่ยวข้องก็จบงาน.ในช่วงเช้า.ยังไงก็ต้องกลับมาเจอกันอีกครั้งตอนเย็นหรือช่วงค่ำเพื่อรับลูกเรือของตนเอง..แต่เคยมีเหมือนกัน แม้จะไม่บ่อยนัก.เมื่อเรือออกจากฝั่งไปแล้วประมาณ ๑-๒ ชม.เรือต้องกลับเข้ามาเทียบด่วนเพราะข้างนอกมีคลื่นสูงและลมแรง. เรือไม่สามารถฝ่าไปได้จึงต้องวกกลับมาอย่างฉุกระหุก. ทีนี้เราต้องรีบไปรับพนักงานมาไว้ที่รร.ก่อน เมื่อทางเรือแจ้งมาใหม่จึงต้องขนย้ายกันใหม่อีก ๑ รอบ มิฉะนั้นก็ต้องขนย้ายกันในวันถัดไป. เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ ก็คงต้องเดือดร้อนถึงผมอีกแน่นอน งานนั่งโต๊ะของผมต้องยุติไว้ก่อนเพราะ..ต้องเตรียมทำเอกสารมาจ่ายค่าอาหาร เป็นรายมื้อ. ให้กับพนักงานมิฉะนั้นพี่แกจะโวยวายไปที่บริษัทฯทันทีที่หิว ผมเองจะทำอะไรต้องรอบคอบครับคือจะต้องเชคให้แน่นอนว่าพนักงานจะต้องค้างกี่วัน ? ต้องคิดละเอียด เป็นมื้อด้วยน๊ะ ! จ่ายเงินพร้อมกับให้พนักงานเซ็นชื่อรับรายตัวกันเลย. ทางบริษัทสามารถนำกลับไปเบิกคืนจากลูกค้าได้ครับ.เรื่องนี้ผมนี่แหละเป็นผู้ริเริ่มในการให้พนักงานเซ็นต์รับทุกอย่าง เช่น เวลาที่พนักงานลงมาพักสองอาทิตย์ทางบริษัทฯจะแจ้งให้พนักงานทราบว่า ก่อนที่จะกลับลงไปทำงานให้ นาย ก. นาย ข.ไปตรวจโรค..ทุกคนมักจะรับปากว่าทราบครับ..แต่ใครไม่ได้ไปตรวจโรคมา ด้วยเหตุใดก็ตาม.กูมักจะเถียงเสียงแข็งเลยว่าไม่มีใครแจ้งผมเลย ? ผมมักจะบอกพนักงานเสมอว่า ให้เซ็นต์ทราบเสียแล้วไปตรวจโรคมาด้วย.ถ้าวันใดที่ท่านไม่ไปตรวจโรคแล้วมาบอกทางบริษัทฯว่า..ไม่มีใครแจ้งผม.ผมก็พร้อมที่จะยัน หน้า.ด้วยใบเซ็นต์นี้ผมอาจจะพูดไม่ค่อยเพราะเคยบอกแล้วไงว่า..ผมเป็นทหารเก่าครับ. แต่พนักงานทั้งหมดก็เข้าใจทุกคน.เลิกแถว. ส่วนเที่ยวกลับนั้นปกติเขาจะแจ้งเข้ามาที่ผู้ที่รับผิดชอบ ใครที่เกี่ยวข้องต้องคอยตามเรื่องเอาเองว่าเรือจะเข้าเวลาใด ? ปกติเรือที่รับ-ส่งลูกเรือนั้นไม่ค่อยผิดเวลามากนัก จะมีบ้างบางครั้งที่กัปตันเรือนำเรือเข้าเทียบก่อนเวลา.ส่วนใหญ่จะเข้าหลังเวลา.ปกติผมมักจะมาก่อนเวลาเสมอจึงไม่ค่อยมีปัญหา.ไม่บ่อยนักที่เรือเข้าเทียบก่อนเวลาเป็นชั่วโมง. ผมไม่ทราบว่าผิดมาจากส่วนใด ?
* ไม่ทราบว่าพนักงานขุดเจาะน้ำมันนั้น จะเป็นเหมือนกันทุกแห่งหรือไม่ ? พอเท้าแตะแผ่นดินแล้วถ้าพบว่าไม่มีใครมารับ..จะมีการโวยวายเหมือนกับบรรดาพนักงานบางนายที่สัตหีบหรือไม่ ? ที่จริงตอนผมไปรับพนักงานคนไทย มักจะพบว่ามีบางบริษัทรถที่จัดมารับยังมาไม่ถึง ทำไมจะไม่รู้ล่ะครับ ?เพราะผมรับเขามาด้วยเสมอ บางครั้งเรือมาเทียบตีหนึ่ง - ตีสอง จะทิ้งเพื่อนให้เฝ้าท่าเรือก็จะเป็นคนไร้น้ำใจเปล่าๆ.เกิดเป็นคนถ้าช่วยเหลือกันได้..จะไม่ช่วยกันบ้างเลยหรือครับ ?
เพิ่งอ่านข่าวพบว่า Titanic จมลงครบ 100 ปีแล้วก็เลยคิดถึงบันทึกของพี่โตนี่ค่ะ แวะมาคุยค่ะ
พี่โตนี่ค่ะ พี่เข้ามาเขียนที่ GotoKnow ได้อย่างไรค่ะ มีใครแนะนำมาค่ะ :)
สวัสดีครับดร.จันท. - ก่อนตอบ..ผมขอถามก่อนว่า..เรื่องที่ผมนำมาลงในบล๊อคไม่สมศักดิ์ศรีหรือต่ำกว่ามาตรฐานหรือเปล่าครับ ? ถ้าเป็นเช่นนั้นหรือผิดกติกาใดใด ? ผมยินดีรับใบเหลืองหรือจะแจกใบแดงทีเดียวก็ตามใจ..แต่ยังไม่อยากรับ. ทีแรกตั้งใจพิมพ์เรื่องออกขายแต่พบว่า..คนไทยอ่านหนังสือน้อยเลยไม่อยากลงทุน ผมลองตามดูยังพบว่าคนยังเข้ามาอ่านไม่มากนัก ทั้งที่ตั้งใจเขียน..วันไหนไม่ได้มาพิมพ์เรื่องรอไว้..รู้สึกเหงามืออย่างบอกไม่ถูก..แบบนี้กระมังพวกฝรั่งที่ทำงานเจาะน้ำมันมักพูดเสมอว่า It ‘s in the Blood. - ขอตอบ..หนุ่มกร.เพื่อนนรจ.ทร.๐๙ เป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด เขาบอกว่าเพียงแต่ให้ผมนำเรื่องมาลงเท่านั้นเป็นพอ..อยากทราบอะไรเพิ่ม..ถามได้ครับ ด้วยความยินดีครับ. โตนี่ - ฟาง. ๒๖ เม.ย. ๕๕