การช่วยเหลือคนรวยมีอานิสงส์มากเหลือเกิน เพราะหากเราทำให้พวกคนรวยเป็นพวกที่สนใจในการศาสนาและมีจริยธรรมได้เสียแล้ว พวกคนจนก็จะสนใจในศาสนาและมีจริยธรรมไปโดยอัตโนมัติ

พวกนักวางแผนพัฒนาชาติ มักจะมีความสงสารคนจนเสมอ อยากเห็นพวกเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น หรือว่าให้มีความ”กินดีอยู่ดี” จึงทำการวางแผนพัฒนากันเป็นการใหญ่

 

แต่ผู้เขียนมีมุมมองแบบกลับตาลปัตร เพราะให้รู้สึกสงสารพวก”คนรวย”เป็นยิ่งนัก เพราะเห็นคนพวกนี้เป็นกลุ่มคนที่มีความทุกข์มากที่สุด จึงสมควรได้รับความช่วยเหลือมากที่สุดและเป็นอันดับแรก ก่อนพวกคนจนเสียอีก (เอ๊ะ..พระเพี้ยน)

 

ตามหลักศาสนาพุทธที่ต้องการช่วยให้คนพ้นทุกข์ อาตมาเห็นว่าพวกคนจนที่มีความ”กินอยู่แต่พอดี”เป็นพวกที่มีความทุกข์น้อยที่สุด สังเกตดูคนพวกนิ้สิ (คือพวกเกษตรกรตามบ้านนอก)  พวกเขาทำงานหนักแรงกาย แต่มีร่างกายแข็งแรง นอนหลับสนิท ไม่มีความเครียดมากนัก พอมีเวลาว่างจากไร่นาก็ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน หรือ กัดปลาตีไก่ไปตามเรื่อง ส่วนพวกใจบุญก็เข้าวัดเข้าวา พวกขี้เกียจบริสุทธิ์ก็นอนใต้ต้นไม้ร่มเย็น ตีพุงเล่นสบายใจเฉิบ มันช่างเป็นชีวิตที่มีความสุขอะไรเช่นนั้น

 

หันกลับไปดูพวกคนรวยจำพวกนักธุรกิจดูบ้าง เคยมีเวลาแห่งความสุขแบบคนจนพวกนี้บ้างไหม วันวันมีแต่ความเครียดในการต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเชือดเฉือนเอาชนะคู่แข่ง เพื่อทำกำไรสูงสุดต่อหน่วยการลงทุน นอนก็ไม่ค่อยหลับ หัวก็ปวด ต้องกินทั้งยาแก้ปวดหัวและยานอนหลับ ขนาดไปเที่ยวพักผ่อนก็ยังต้องคอยพะวง เดี๋ยวก็คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาติดตามความเป็นไปของธุรกิจ

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเห็นได้ว่าคนรวยนั้นมีความสุขทางกายแต่มีความทุกข์ทางใจสูง ซึ่งตรงกันข้ามกับคนจนที่มีความทุกข์ทางกายแต่มีความสุขทางใจ แต่ในหลักพุทธศาสนาเราถือกันว่า “จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว” “ทุกสิ่งทุกอย่างมีใจเป็นประธาน” เพราะฉะนั้นโดยภาพรวมต้องถือว่าคนรวยมีความทุกข์มากกว่าคนจน จึงเป็นพวกที่ควรได้รับความช่วยเหลือและความอนุเคราะห์จากสังคมมากกว่าและก่อนคนจน

 

แต่นั่นแหละคนรวยมักจะเย่อหยิ่งเกินกว่าที่จะคุกเข่าขอความช่วยเหลือจากใครง่ายๆ (รวยแล้วยังโง่อีก ก็น่าสมน้ำหน้าอยู่หรอก)

 

การช่วยเหลือคนรวยมีอานิสงส์มากเหลือเกิน เพราะหากเราทำให้พวกคนรวยเป็นพวกที่สนใจในการศาสนาและมีจริยธรรมได้เสียแล้ว พวกคนจนก็จะสนใจในศาสนาและมีจริยธรรมไปโดยอัตโนมัติ เพราะคนจนนั้นมีแนวโน้มที่จะเลียนแบบวัฒนธรรมของคนรวยอยู่แล้ว เช่น คนไทยนิยมฝรั่งนั้นโดยแท้จริงแล้วก็เป็นเพราะต้องการเลียนแบบคนรวยนั่นเอง ถ้าพวกอัฟริกันเป็นประเทศร่ำรวยและฝรั่งผมทองกลับกลายเป็นพวกยากจน พวกเราก็จะเฮโลไปนิยมวัฒนธรรมนิโกรกันอย่างแน่นอน

 

อานิสงส์อีกอย่างคือถ้าสามารถช่วยเหลือคนรวยให้มีจริยธรรมสูงได้ตามหลักศาสนาเสียแล้ว พวกเขาก็จะเป็นคนรวยที่ดี ไม่เอาเปรียบคนจน เช่นคนรวยเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ หากเขาเป็นคนดี บรรดาคนงานของบริษัทก็จะพลอยได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการอย่างเป็นธรรม สังคมคงจะมีความสุขอย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนี้การช่วยเหลือคนรวยนั้นกระทำได้ง่ายกว่าการช่วยเหลือคนจนเพราะคนจนมีมาก ส่วนคนรวยมีจำนวนน้อย อีกทั้งคนรวยมักเป็นคนฉลาดอยู่แล้ว..ยิ่งสอนได้ง่ายเข้าไปใหญ่

 

และที่สำคัญช่วยเหลือคนจนต้องเสียเงิน แต่การช่วยเหลือคนรวยมักได้เงิน(อะแฮ่ม) เพราะเมื่อคนรวยมีศรัทธาแล้วจะบริจาคเงินบำรุงการกุศลมาก

 

เพราะฉะนั้นขอเชิญชวนให้มาช่วยกันช่วยเหลือคนรวยให้มากกันเถิด แล้วสังคมก็จะดีวันดีคืน (แต่ใครล่ะจะหลอกแมวให้เอากระพรวนไปคล้องคอตัวเองได้สำเร็จ?)

 

(โภชเนมัตตัญญุตา)

การกินดีอยู่ดี ฟังฟังดูก็ดีอยู่

แต่ก็ยังไม่น่าดู เท่ากินอยู่แต่พอดี

 

...พระถางทาง