ว่าด้วยการพัฒนาแนวคิด Appreciative Inquiry ด้วย Kolb's Experiential Learning:::

1. ผมว่าคนเราต่อให้รักการอ่านเพียงใด..บางทีการอ่านก็เป็นยาขม..ขนาดขยันแล้วยังอ่านไม่รู้เรื่อง..ผมเองสอนนักศึกษามานาน..ให้หนังสือไปก็ไม่อ่าน..หวังจะให้อ่านประกอบ...มีหนึ่งในพันครับ...หรือ เราต้องทำอะไรเพิ่มนะ..

 

2.ผมเองศึกษาศาสตร์ Appreciative Inquiry (AI) มาราวๆ 6-7 ปีแล้ว...ทำมาพอสมควร..และก็พบว่าศาสตร์นี้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ...AI ว่าเป็นกระบวนการค้นหาสิ่งดีๆ ร่วมกัน โดยมีสมมติฐานว่าทุกระบบ ทุกคนมีเรื่องดีๆ ซ่อนเร้นอยู่เสมอ คนที่สนใจ AI โดยมิได้นัดหมาย เริ่มเอา AI ไปค้นหาเรื่องดีๆ..ในศาสตร์ต่างๆ..จนเกิดเป็นศาสตร์ใหม่ๆ หนึ่งในนั้นคือ Appreciative Evaluation (AE)..ซึ่งมองว่าการประเมินเชิงปริมาณนั้นดี แต่หากต้องการความลึก ควรผสมการประเมินแบบคุณภาพไปด้วย...แต่หากต้องการคุณภาพแบบลึกๆ..แล้วให้คำตอบในตัวก็อาจผสม AI หรือการตั้งคำถามดีๆเข้าไป...

 

การประเมินแบบ AE ใช้การตั้งคำถามแบบง่ายๆ สามคำถาม..ประสบการณ์ที่ดีที่สุดของคุณในเรื่องนั้นคืออะไร..ในเรื่องนี้คุณให้ความสำคัญกับอะไรที่สุด...สุดท้าย..คุณคิดว่าเราต้องทำอะไรมากขึ้นอีกนิดจึงจะทำให้คุณได้ประสบการณ์ที่ดีมากขึ้น...ผมทดลองแล้วดีมากๆครับ...

3. รู้สึกว่าการประเมินแบบนี้ีดี เป็นไปได้ไหม..จะอ่านแบบประเมิน..บ้าง เพราะเท่าที่ผมใช้ AE มาทำให้คนเราได้แง่มุมใหม่ๆกับสถานการณ์ต่างๆ..การอ่านก็เป็นปรากฏการณ์หนึ่ง...ผมลองผสม AE เข้ากับการอ่านเลยเป็น Appreciative Review 

4. ผมทดลองครับ..โดยใช้เพียงคำถามเดียวของ AE ดัดแปลงหน่อย..เป็น "สิ่งที่คุณชอบที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คืออะไร"....ครั้งแรกที่ทำคือ..ในการสอนครั้งหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมธุรกิจ..ผมแจกหนังสือประกอบ..เรื่อง The World Is Flat ใครว่าโลกกลม...หนาราวๆ 700 หน้าครับ...มีนักศึกษา เรียนกับผมราว 70 คน..ผมแบ่งให้แต่ละคนรับผิดชองคนละ 10 หน้า..เช่นคนที่หนึ่งให้อ่านหน้า 1-10 คนที่สองอ่านหน้า 11-20...ไปเรื่อยๆครับ..แล้วผมก็บอกให้เขาใช่เวลาคนละ 20 นาทีอ่านส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ...เสร็จแล้วก็บอกให้เขาค้นหา "ประโยค" "ข้อมูล" หรือ "วลี" ที่ตัวเองชอบไม่เกินสองจุด..จากนั้นผมก็ให้ทุกคนเล่า "จุดที่ตัวเองชอบ" ให้เพื่อนฟังที่ละคน...

 

เกิดเหตุการณ์ประหลาดครับ...มันเชื่อมกันได้เอง..วันนั้นวันเดียว..แทบทุกคนบอกว่าปะติดปะต่อเรื่องราวในภาพรวมได้หมด ถึงแม้จะไม่ได้อ่านเอง..ได้สาระสำคัญหมดครับ...ในห้องเรียนตื่นเต้นกันมาก...

นั่นเป็นครั้งแรกครับ..ต่อมาผมก็จะใช้เทคนิคนี้ ไปสอนคนทำวิจัยทั้งป.โท ป.เอกครับ..เวลาอ่านทบทวนวรรณกรรม...ได้ผลกว่าครับ..สนุกแล้วจับจุดได้ตรงด้วย...