เรียนรู้เมื่อพร้อมจะเรียนรู้
เคยสังเกตไหมว่า เวลาโรงเรียนปิดติดต่อกันหลายวัน พอถึงวันเปิดเรียน เด็ก ๆ หลายคนไม่อยากไปโรงเรียน ทำไมเด็กเหล่านั้นจึงมีอาการอย่างนั้น เคยถามเด็กข้างบ้านชื่อ พัน เรียนอยู่ชั้น ป.2 ภายหลังที่เด็กน้อยหยุดร้องไห้เพราะไม่อยากไปโรงเรียนว่า “ทำไมจึงไม่อยากไปโรงเรียน” เด็กน้อยคนนั้นตอบว่า "ไม่สนุก อยู่บ้านสนุกกว่า” จึงถามต่อไปว่า “อยู่บ้านทำอะไรที่สนุก” พ่อหนูน้อยตอบว่า “เล่นเป็นครูเป็นนักเรียน” ถามต่ออีกว่า “ใครเป็นครู” เด็กน้อยเล่าให้ฟังว่า พี่สาวซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.4 เป็นผู้สอนเขาและเพื่อน ๆ เป็นนักเรียน เป็นนักเรียนที่บ้านสนุกเพราะครูไม่ดุ ถ้านักเรียนอ่านหนังสือไม่ออก ครูจะสอนเป็นรายคนจนอ่านออก ใครอ่านหนังสือออกคนนั้นได้กินขนม บางวันครูกับนักเรียนช่วยกันหุงข้าว เจียวไข่กินกัน โดยจะช่วยกันหิ้วหม้อหิ้วกระทะไปนั่งปรุงอาหารที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมคลองใกล้บ้าน สมมติว่าไปเที่ยวป่า ถึงเวลาอาหารก็หุงข้าวกินกัน สนุกมาก และบางวันได้เล่นขายของ พี่สาวทำขนมให้ขาย เพื่อน ๆ ซื้อขนมต้องคิดเงิน ทอนเงิน ต้องบวกลบเลขเวลาทอนเงิน แต่ไม่ต้องเขียนในสมุดเหมือนที่โรงเรียน ทอนเงินจริง ๆ คิดเลขจริง ๆ จึงไม่เบื่อ ผิดกับที่โรงเรียน คิดโจทย์ขายขนม แต่ไม่ได้ขายขนม เพียงแต่เขียนว่าขายขนมได้เท่าไร ต้องทอนเท่าไร น่าเบื่อมาก อยู่บ้านขายขนมจริง ๆ ได้กินขนมด้วย
นั่งฟังเจ้าหนูน้อยเล่าเรื่อง เล่น เรียน (Play & Learn) ที่บ้านแล้ว แอบคิดในใจว่า หากกลับไปเป็นเด็กได้อีกก็คงอยากอยู่บ้านมากกว่าไปโรงเรียนถ้าเรื่องราวมันเป็นแบบนี้ แต่ทว่าอีกมุมหนึ่งยังมีเรื่องราวของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งชื่อน้องผึ้ง อายุ 4 ขวบ เดินยิ้มออกมาจากหน้าบ้านคอยรถโรงเรียนมารับ จึงถามแม่หนูน้อยว่า “ชอบไปโรงเรียนไหม” หนูน้อยตอบว่า “ชอบ” เมื่อถามต่อว่า “ทำไมจึงชอบไปโรงเรียน เด็กน้อยตอบว่า ที่โรงเรียนมีน้องหมีคอยอยู่ ต้องไปสอนน้องหมีให้อ่านหนังสือ ครูให้ผึ้งเป็นครูของน้องหมี เวลาครูสอนให้ผึ้งอ่านหนังสือแล้ว ผึ้งต้องสอนให้น้องหมีอ่านหนังสือด้วย ถ้าน้องหมีอ่านไม่ได้ ผึ้งก็จะเป็นครูไม่เก่ง ผึ้งอยากเป็นคนเก่งจึงต้องสอนให้น้องหมีอ่านหนังสือให้ได้
น้องหมีของแม่หนูน้อยคือ ตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ๆ ที่ครูให้เธอนั่งเล่นตามมุม แม่หนูน้อยบอกว่า เธอได้ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลน่ารัก อ่านหนังสือได้เท่า ๆ กับเธอ แต่บางครั้งตุ๊กตาหมีก็ลืม เธอสอนตุ๊กตาหมีแล้ว พอเธอลืมตุ๊กตาหมีก็ลืมด้วย เธอต้องให้ครูสอนเธอใหม่ แล้วเธอจะสอนตุ๊กตาหมีอีก พอโรงเรียนปิดหลายวัน เธอกลัวว่าตุ๊กตาหมีจะอ่านหนังสือไม่ออก แม่หนูน้อยเป็นเด็กน่ารัก พูดเก่ง ผึ้งชอบเล่าเรื่องตุ๊กตาหมีให้ใคร ๆ ฟัง ดูเธอพอใจมากที่ได้เป็นครูของตุ๊กตาหมี มีอยู่ครั้งหนึ่งผึ้งอุ้มตุ๊กตาหมีกลับมาบ้าน เธอบอกว่า ครูอนุญาตให้เธอนำตุ๊กตาหมีมาสอนหนังสือที่บ้าน ขณะเดินกลับบ้านเธอจะสอนตุ๊กตาหมีว่า “อย่าดื้อนะ เด็กดื้อไม่น่ารัก เด็กขี้เกียจอ่านหนังสือก็ไม่น่ารัก เข้าใจไหม”
โลกของหนูน้อยเป็นโลกของจินตนาการ ชีวิตของเธออยู่กับจินตนาการ อยู่กับการสมมติ เมื่อครูรู้หลักการข้อนี้ ครูจึงให้เธอเป็นในสิ่งที่เธออยากเป็น พอเธอได้เป็นเธอก็ทำหน้าที่ให้สมกับที่เธอได้เป็นในสิ่งที่เธออยากเป็น นี่คือผึ้งน้อยในโลกแห่งจินตนาการ
ผึ้งเป็นเด็กที่ฉลาด สามารถอ่านคำที่เธอนำมาสอนลูกหมีได้ดี ดังนั้นคำใดที่ลูกหมีอ่านได้ คำนั้นคือคำที่เธออ่านได้นั่นเอง จึงเห็นว่าวิธีการเรียนรู้นี้ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่เหมาะกับเด็กน้อยคนที่ชื่อผึ้งคนนี้
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น วิธีการเรียนรู้ ( Learning How to Learn ) ของผู้เรียนแต่ละคน เป็นสิ่งที่ครูควรคำนึงให้มาก ๆ ถ้าครูผู้สอนเข้าถึงวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สนองความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน แต่ละกลุ่มได้จะเป็นการง่ายต่อบทเรียนนั้น ๆ เพราะผู้เรียนได้เรียนตามวิธีที่เขาถนัด ที่เขาชอบ เขาจึงชอบที่จะเรียน
https://docs.google.com/docume...