ช่วงนี้เด็กๆนักเรียน เริ่มปิดเทอมกันแล้ว หลังจากสอบปลายภาค เห็นความยินดีเกิดขึ้นแก่ลูกสาวเมื่อเขาพบหน้าผมหลังจากสอบวันสุดท้ายเสร็จแล้ว วิ่งมาหาพร้อมกับรอยยิ้มร่า และตะโกนบอกเราด้วยเสียงที่ดัง “พ่อโรงเรียนปิดแล้ว พรุ่งนี้คุณครูบอกว่ามาก็ได้ไม่มาก็ได้ หนูจะหยุดนะนะ” ผมก็ประหงึกหน้ารับคำไป เมื่อหันไปมองใบหน้าที่เหงื่อซึมแต่แจ่มใสของคุณครู ก็ได้ทราบว่าคุณครูก็ดีใจเหมือนกันนะ ที่จะได้ผ่อนงานสอนลงไปบ้าง แบ่งเวลาไปพักผ่อนบ้าง
ดูเหมือนเป็นสิ่งที่หลายคนมีความร่วมกันนะ เมื่อผมเจอะผู้ปกครองในที่ทำงาน ซึ่งลูกๆรุ่นราวคราวเดียวกัน สอบถามว่าพาลูกไปพักผ่อนที่ไหน หลายคนคิดโปรแกรมพักผ่อนร่วมกับการได้ไปเรียนพิเศษเพิ่มเช่น พวกดนตรี วาดรูปอะไรเนี่ยด้วย ผมนึกในใจนะว่า มันจะดีมากนะ ถ้าลูกเป็นคนขอไป หากไม่ใช่แต่เรานั้นโปรแกรมให้ ตรงนี้ต้องขีดเส้นใต้เล็กน้อยถ้าเป็นผมนะ

หากเราทำสภาพบังคับแบบนี้บ่อยๆ มันอาจจะเกิดสร้างบางสิ่งบางอย่าง อ้อเจตคติเชิงลบมั๊ง ที่แอบซ่อนอยู่ภายในจิตใต้สำนึกนั้น  จะทำให้เขาเบื่อมากมายกับสิ่งที่เราหวังดีและมอบให้ ผลคือทำให้เด็กคนนี้ในอนาคตจะมีปัญหาทุกครั้ง หากมีภาวะคุกคามความรู้สึก ตรงนี้ และถ้าเราทำกับการเรียนด้วยแล้ว มันคือหัวใจของความสำเร็จเลย หากหัวใจเค้าต่อต้าน ยากเลยที่จะแก้ไข ฉะนั้นจะให้ดีก็ต้องให้คุณพ่อคุณแม่ของเค้าเป็นคนดูเป็นคนเลี้ยงจะดีที่สุด คุณพ่อคุณแม่จะเข้าใจตรงนี้ดี ด้วยความรู้สึกตรงนี้แหละ ผมจึงจะร่วมยินดีกับลูกเสมอนะ หากลูกบอกความรู้สึกจริงๆ ของเขา “ดีใจจังพ่อ พรุ่งนี้โรงเรียนปิดแล้ว” พร้อมกับใบหน้าที่แจ่มใสผมเองก็ดีใจด้วยเหมือนกันเพราะตอนผมเรียนก็รอคอยเจ้าวันปิดเทอมที่ว่านี่ด้วย เราจะร่าเริงกันมาก

ในช่วงของการปิดเทอมอย่างนี้ หลายอย่างที่เคยเป็นระเบียบเคร่งครัด ก็จะผ่อนปรนลงมากมาย ปล่อยให้ได้ทำในสิ่งที่เค้าอยากทำ แต่ก็อยู่ภายใต้การดูแลและให้คำแนะนำแบบหลวมๆเสมอนะ
 เด็กก็จะมีความสุขดี แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรแบบเดิมไปซะหมดหรอกครับ เรามีเซอร์ไพรส์(surprise)เรื่อยๆ
จะมีโปรแกรมพิเศษที่สร้างความประหลาดใจให้เขาได้ตื่นเต้นกันด้วย เช่น ไม่ได้วางแผนอะไรอยู่ดีๆ ก็ไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ๆ หรือทำอะไรก็ได้ที่มีสารอะดรีนาลินหลั่งได้ ความสุขก็เกิด อะไรทำนองนี้ เขาเองก็ได้เรียนรู้เรื่องราวของการปรับตัวกับสิ่งที่ไม่ได้วางแผนกันมาเรื่อยๆ แหละครับ(บ้านเราทำบ่อย) นี่ก็ทำให้แต่ละวันนั้นไม่น่าเบื่อนะครับ