ช่วงอาทิตย์นี้ได้รับทราบข่าวคราวการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ที่ดูเหมือนจะมีข้อให้ถกเถียงโตแย้งแบบไม่สร้างสรรค์กันมากความเป็นแน่ ไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมคนไทยเราชอบจัดอันดับกันนัก ไม่ว่าจะเรื่องอะไร แข่งขันกันไปเสียหมด ตั้งแต่เด็กอนุบาลจนถึงศาสตราจารย์

แปลกใจว่าการจัดอันดับ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร มีคนเพียงไม่กี่หยิบมือที่จะได้รับความสุข อิ่มเอมใจ ก็คือผู้ที่ได้อันดับต้นๆ (เอาสักเท่าไหร่ดีล่ะคะ...สิบ ยี่สิบ หรือสักห้าสิบ) แต่คนส่วนใหญ่ที่เหลือจะถูกทำให้ต่ำต้อยน้อยใจ ความภาคภูมิใจในตนหดหาย ไม่เชื่อเลยว่าการโดนทำให้รู้ว่าด้อย (ไม่ว่าจะในลักษณะใด) จะทำให้เกิดแรงฮึด เพื่อจะทำให้ดีขึ้น เชื่อว่าน้อยคนนักจะรู้สึกเช่นนั้น แล้วเราจะทำกันไปทำไม

เหมือนการสอบจัดลำดับของนักเรียน ทำไมไม่ทำเป็นเกณฑ์ที่ควรจะทำได้ตั้งเอาไว้ แล้วทุกคนก็พยายามทำให้ถึงเกณฑ์ โดยพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเทียบกับความสามารถที่เคยทำได้ แทนที่จะไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะในกรณีนั้น ถ้าไปตกอยู่ในที่ๆทุกคนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แต่เราได้ที่ 1 เราอาจจะหลงภูมิใจไปเปล่าๆ ในขณะเดียวกันหากเราทำได้อันดับที่โหล่ในกลุ่มคนหัวกะทิทั้งหลาย เราก็จะรู้สึกห่อเหี่ยวไปโดยใช่เหตุ ทั้งๆที่อยู่ในเกณฑ์ที่ 1 ของที่อื่นๆอีกหลายที่

การพัฒนาตนเองให้ถึงมาตรฐานโดยเปรียบเทียบกับสิ่งที่เคยทำได้ จะทำให้ทุกคนทำได้ดีขึ้น โดยอิงความเป็นจริง ให้กำลังใจตนเองได้เสมอ มองตัวเอง ไม่ต้องคิดแข่งกับใคร จะทำให้อยากช่วยเหลือเผื่อแผ่ผู้อื่น และยินดีให้คนอื่นช่วยเหลือ ไม่มีใครต้องอับอายขายหน้าหรือรู้สึกต่ำต้อย ทำอะไรก็ทำได้อย่างมีความสุข

อยากให้คนเก่งๆทั้งหลายที่ได้มีโอกาสเป็นคนจัดระบบ ช่วยกันสรรสร้างระบบที่ให้กำลังใจคนกันเถิดค่ะ มีประโยชน์มหาศาลกว่าการมาแก่งแย่งแข่งขันกันแน่นอน คนส่วนใหญ่ในสังคมจะได้ประโยชน์จากการแข่งกับตัวเองมากกว่าแข่งกับผู้อื่น จะได้มีคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้องตนน้อยลง สังคมโดยรวมก็จะมีแต่ดีขึ้น ใครเห็นด้วยช่วยกันขยายความคิดนี้ออกไปด้วยนะคะ