ตัวกำกับที่สำคัญคือ ระบบวิจัย ที่ทำหน้าที่สร้างความรู้เพื่อสื่อสารให้สังคมวงกว้างรับรู้ ว่าระบบ UHC ของเราเป็นอย่างไร ในระบบวิจัยนี้ เราไม่โดดเดี่ยว เรามีเพื่อนทั้งที่เป็นองค์การระหว่างประเทศ และที่เป็นประเทศ และหน่วยงานวิชาการ การประชุม PMAC 2012 ช่วยให้เรามีพันธมิตรมากในเรื่องการขับเคลื่อน UHCผมจึงตั้งความหวังว่า ระบบ UHC และระบบกำกับดูแล UHC ของไทย จะเป็นระบบที่มีธรรมชาติ knowledge-based ยิ่งขึ้น และอยู่บนฐานคุณธรรมยิ่งขึ้น


           การเข้าร่วมฟัง PMAC 2012เรื่อง Universal Health Careครั้งนี้ ผมได้ความรู้มากมาย   ช่วยให้ตระหนักว่า ที่ผมเคยได้รับรู้เรื่อง UHC นั้น ยังตื้นมาก

          ค้น Google ด้วยคำว่า “การประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล” ได้ข้อความนี้ ที่เป็นความเห็นของหมอท่านหนึ่ง สะท้อนมุมมองอีกมุมหนึ่งต่อ UHC จึงเอามาลิ้งค์ไว้ด้วย   เพื่อจะบอกว่า ระบบ UHC ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อคนที่อยู่ในระบบบริการด้วย

          และวันที่ ๓๑ ม.ค. ๕๕ นสพ. บางกอกโพสต์ ลงข่าว Medic names groups pushing for reform  สะท้อนว่าเส้นทางแห่งระบบคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้านั้น ย่อมมีอุปสรรคขวากหนาม   และประชาชนต้องเข้าไปปกปักหวงแหนระบบที่ดีของเรา 

          UHC ก็เหมือนกับระบบต่างๆ ในสังคม ที่เป็นเสมือน “การเดินทาง” (journey) ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย   เพราะระบบ UHC ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาตามปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากมายได้แก่ขีดความสามารถทางการเงินของประเทศ,  เทคโนโลยีทางการสาธารณสุขและบริการทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา,  แบบแผนโรคภัยไข้เจ็บและปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป,  ปัจจัยด้านประชากรที่เปลี่ยนแปลง,  ความเข้มแข็งและการเปลี่ยนแปลงในระบบบริการสุขภาพ (provider),  ผลการวิจัยตรวจสอบระบบและผลลัพธ์ ของ UHC ว่าบรรลุเป้าหมายของการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม (equity) เพียงใด  เป็นต้น 

          บนเส้นทางของการเดินทาง ไม่ใช่ว่าเส้นทางของระบบ UHC จะปูลาดด้วยกลีบกุหลาบ   จริงๆ แล้วมีอุปสรรคขวากหนามอยู่ตลอดเวลา    ซึ่งเป็นธรรมชาติของการเดินทาง  

          มองจากมุมของวิวัฒนาการ UHC เป็น co-evolution ของหลายระบบที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้คน   ได้แก่ระบบ purchaser, ระบบ provider,  ระบบการเมือง,  ระบบบุคลากรด้านสุขภาพ,  ระบบธุรกิจบริการสุขภาพ,  ระบบยา,  ระบบวิจัยระบบสุขภาพ  และอื่นๆ    ระบบเหล่านี้ย่อมมีทั้งการร่วมมือเกื้อกูลพึ่งพาและแข่งขันต่อสู้   หากมีกลไกกำกับกติกาที่ดี ก็จะเป็นปฏิสัมพันธ์บนพื้นฐานคุณธรรม เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม   แต่ถ้ากลไก กำกับบิดเบี้ยว ระบบ UHC ก็จะกลายเป็นตัวทำลายหรือก่อผลร้ายต่อสังคมได้ 

           ตัวกำกับที่สำคัญคือ ระบบวิจัย ที่ทำหน้าที่สร้างความรู้เพื่อสื่อสารให้สังคมวงกว้างรับรู้ ว่าระบบ UHC ของเราเป็นอย่างไร   ในระบบวิจัยนี้ เราไม่โดดเดี่ยว เรามีเพื่อนทั้งที่เป็นองค์การระหว่างประเทศ และที่เป็นประเทศ และหน่วยงานวิชาการ    การประชุม PMAC 2012 ช่วยให้เรามีพันธมิตรมากในเรื่องการขับเคลื่อน UHCผมจึงตั้งความหวังว่า ระบบ UHC และระบบกำกับดูแล UHC ของไทย จะเป็นระบบที่มีธรรมชาติ knowledge-based ยิ่งขึ้น   และอยู่บนฐานคุณธรรมยิ่งขึ้น

 

วิจารณ์ พานิช
๕ ก.พ. ๕๕