
หลังจากตักบาตรพระทางเรือ และถ่ายรูปกันจนเป็นที่พออกพอใจ
กันถ้วนหน้า ล้อก็หมุน ออกจากที่พัก ขี่รถชมโน่นชมนี่
หาอาหารเช้าอร่อย ๆ ทานกัน
ตามประสาคนช่างพูด เจอใครก็พูดคุยไปเรื่อย จึงได้รับข้อมูลว่า
มีตลาดน้ำเล็ก ๆ อีกแห่งหนึ่งที่เปิดตลาดยามเช้า
ชื่อตลาดน้ำ ท่าคา ห่างจากอัมพวาไม่มากนัก พวกเราจึงไม่รอช้า
เดินทางไปตามเส้นทางแบบว่า ขับไปจอดถามไป
อ่านป้ายบอกชื่อสถานที่ไปเรื่อย ๆ ไม่นานนักก็เจอตลาดน้ำ
เล็ก ๆ แต่เชื่อมั้ยว่าที่นี่ ตลาดน้ำเล็ก ๆ
แห่งนี้ กลับมีสิ่งของให้ฉันได้ซื้อมากมาย
โดยเพาะอย่างยิ่งผลไม้สด ๆ ทั้งส้มโอ ละมุด ส้มเขียวหวาน
มะพร้าวน้ำหอมเรียกได้ว่า
แต่ละคนพร้อมใจกันเพิ่มน้ำหนักให้กับรถมิใช่น้อย
บางอย่างเราก็สามารถเดินทานได้อย่างไม่เคอะเขิน
เพราะผู้คนไม่มากนัก
แม่ค้าส่วนใหญ่ก็เป็นชาวสวน หน้าตาบอกว่าไม่เป็นพิษเป็นภัย
ไม่มีเล่ห์อุบาย พูดกันซื่อ ๆ ชาวบ้าน ๆ ก็เหมาะ
กับพวกเราที่เที่ยวกันแบบคนบ้าน ๆ อยู่แล้ว
เมื่อเดินข้ามฝั่งด้วยสะพานกระดานสามแผ่น ไปอีกฝั่งหนึ่งของตลาด
มีร้านค้าที่น่าสนใจ ที่สนใจเพราะมีความคิดว่า ประจวบฯบ้านฉัน
ก็มีวัตถุดิบเหล่านี้ที่น่าอยู่ในความสามารถที่จะทำได้
นั่นคือผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากมะพร้าว
ครอบครัวคนบ้าน ๆ กับผลไม้ เป็นของคู่กันอยู่แล้ว คิด ๆ
บางทีค่าผลไม้ที่ซื้อในแต่ละวัน
จะมากกว่าค่าอาหารรวมกันทั้งสามมื้อซะอีก
หนุ่มน้อยทั้งสองคน ก็ชอบผลไม้มาก ทานได้แทบทุกชนิด
จนเกิดอาการเคยชิน วันไหนไม่มีผลไม้ติดบ้าน
เป็นต้องถาม"แม่วันนี้เรามีผลไม้อะไร"
ถ้าบอกว่าไม่มีเป้นต้องหงุดหงิด ดังนั้นเมื่อมาเจอผลไม้
ที่ตลาดน้ำแห่งนี้ที่สดจากต้น ก็เลยงกเป็นพิเศษ ขนขึ้นรถ
จนแทบจะไม่เหลือที่นั่งสำหรับผู้โดยสาร
กล้วยไม้ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้คนบ้าน ๆ
เป็นต้องควักจ่ายทันทีที่ถูกใจ
และที่นี่ ใกล้กับลานจอดรถ มีกล้วยไม้สวยมากวางขาย
แม้จะมีไม่มากนักแต่ก็งดงาม ชวนหลงใหล ตัดสินใจซื้อแคทลียา 1 กระถาง
ที่เหลืออีก5 กระถางเป็นตระกูล หวาย ดอกใหญ่และงดงามมาก
สำหรับรูปข้างล่างนี้ ไม่ได้ต้องการจะอวดหนุ่มน้อยเสื้อเขียวหรอกค่ะ
แต่ต้องการให้เห็นฉากหลัง คือสวนมะพร้าว ที่ดูดี สะอาดตา ไม่รก
บอกตรง ๆ ไม่เคยเห็นสวนมะพร้าวที่ใดที่น่าดูได้เท่าที่นี่
มีแอ่งน้ำอยู่ตรงกลาง อ้อ ....เพิ่งนึกออกเคยเห็นในภาพยนตร์เรื่อง
"คู่กรรม" หลายครั้งที่ตัวละครตกลงไปในท้องร่องแบบนี้
สุขใจกับการท่องเที่ยว แบบคนบ้าน ๆ เที่ยวเมืองไทย
ไม่เคยคิดฝันที่จะเที่ยวเมืองนอก
เมืองนากับเค้าเลย สุขใจในเรื่องการท่องเที่ยวมากเท่าไหร่
ยิ่งสุขใจมากขึ้นเมื่อเห็นลูก ๆ มีความสุข
เพราะความสุขของลูก นั่นแหละคือ
ความสุขของคนเป็นแม่

ขอบพระคุณนางแบบสวย ๆ คณะครูโรงเรียนบ้านพุตะแบก
ขอบพระคุณชาวอัมพวาที่ล้วนอัธยาศัยงดงาม สัญญาว่าจะกลับไปเยือนอีกครั้ง
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยือน
อิงจันทร์
๒๖ ธันวาคม ๕๔








อ้าว เพลงนี้ ในอีกบันทึก ช่วงนี้เน็ตช้า เลยมึนๆ กันทั้งคน คอมพ์ ไปเมนท์ไว้ผิดบันทึก ก็ด้วยใจระลึก เท่านั้น ค่ะพี่ตาล
สวัสดีครับ
การท่องเที่ยวทั่วไทยใจจะสุข
ช่วยกระตุกรู้ให้สิ้นถิ่นอาศัย
แหล่งไม่รู้ดูให้เห็นเป็นกำไร
เราคนไทยต้องเที่ยวไทยไม่ไกลเลย
อยากไปด้วยจัง
ชอบบรรยากาศมากค่ะ
สวัสดีค่ะพี่อิงจันทร์
ชอบบรรยากาศค่ะ น่าไปเที่ยว
ขอบคุณค่ะ