การมีนายโง่..เป็นกรรมหรือเป็นบุญ

 

การมีนายโง่นั้นสำหรับผมถือว่าเป็นอกุศลกรรมที่หนักอย่างยิ่ง  แต่สำหรับบางท่านอาจเห็นว่าเป็นกุศลกรรมก็เป็นได้นะ เพราะสามารถหว่านล้อม จูงใจนาย ให้เห็นชอบกับสิ่งที่เราต้องการได้ นำชื่อเสียง เกียรติยศและเงินทองเข้ามาสู่เราได้

 

นักการเมืองนั้นถือได้ว่าเป็น “นาย” เราโดยปริยาย

 

แล้วผมถามว่าการมีนักการเมืองโง่ (และแถมเลวด้วยอีกต่างหาก) เป็นนายนั้นถือว่าเป็นอกุศลกรรมหรือกุศลกรรมสำหรับประชาชนในประเทศนั้น (ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศไทยก็ได้ )

 

ยิ่งไปกว่านั้นการได้เป็นพลเมืองภายใต้นายใหญ่ของนักการเมืองที่โง่นั้น (ซึ่งเป็นนายของนายเราอีกที ที่ชี้เป็นชี้ตายต่ออนาคตชาติได้มากมาย)  ถือว่าเป็นมหาอกุศลกรรมหรือมหากุศลกรรมกันแน่....ก็คงสุดแล้วแต่มุมมองของแต่ละท่านแหละครับ ...การมีมุมมองก็ถือว่าเป็นการทำกรรมอย่างหนึ่งนะครับ ดังนั้นกรรมใครกรรมมันก็แล้วกัน จะส่งผลต่อปัจจุบันหรืออนาคตอย่างไรก็สุดแล้วแต่ความเชื่อและศรัทธาของแต่ละท่านก็แล้วกัน...ไม่ว่ากันให้ระคายเคืองหรอก อิอิ

 

ท่านพุทธทาสสอนว่าการเกิดมาเป็นพลเมืองของประเทศใดนั้น ปัจจัยหนึ่งคือมันเป็นบุพกรรมในระดับ “มหกรรม”  เช่น เราคนไทยได้ทำ “มหบุพกรรม” ร่วมกันไว้ เลยได้เกิดมาเป็นพลเมืองไทยด้วยกัน มาเสวยผลกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมเลวก็ตามทีเถิด (เอ้า..เสื้อแดง เสื้อเหลือง น้ำเงิน ชมพู หลากสี  ควังว้าย (หรือ ฟังไว้.. ตามสำเนียงที่ไม่ใข่ปักษ์ใต้) )

 

บุพกรรมในระดับเล็กลงไปก็เป็น “จุลกรรม” ที่ทำร่วมกัน ก็เลยได้มาพบกันในระดับเล็กๆ...ระดับส่วนตัว  (น่าสงสัยว่าพวกเราชาว go to know ก็คงได้ทำ “กรรม” ร่วมกันไว้พอสมควร จึงได้มาพบกันในบอร์ดนี้ อิอิ)

 

ผมอึ้งมากกับคำสอนนี้ ผมว่าหลวงพ่อเงื่อมท่านสอนได้จะแจ้งมาก เอาทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ระดับมหภาคกับจุลภาคมาบูรณาการกับกฎแห่งกรรมของศาสนาพุทธได้อย่างน่าทึ่ง

 

สรุปว่าการได้เกิดมาเป็นคนไทยแล้วมีนายเป็นนักการเมืองที่โง่นั้น สำหรับผมถือว่าเราคงได้ทำ “มหกรรม” ร่วมกันแต่ในอดีต 

 

พุทธภาษิตที่ว่า "การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐนั้น" ผมอยากขอโมให้เป็นว่า "การไม่มีนายโง่ เป็นลาภอันเป็นเสริฐ"

 

ส่วนที่ว่า "การเป็นหนี้เป็นทุกข์อย่างยิ่ง" นั้น ก็ขอโม เป็น "การมีนายโง่ เป็นทุกข์อย่างยิ่ง"

 

ชาติก่อนทำมหกรรมไว้มาก จึงได้มาเจอนักการเมืองโง่ๆ เต็มประเทศ ดังนั้นชาตินี้ข้าพเจ้าขอแก้กรรมด้วยการคิด และ เขียน ให้ได้ตระหนักกัน ตามเวรตามกรรม เท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน เด๊อพี่น้องเด๊อ

 

...คนถางทาง (๑๕ กพ. ๒๕๕๕)