ว่าด้วย Appreciative Inquiry ตอนที่ 427

คำถามนี้เจอในทุกเวทีครับ โดยเฉพาะองค์กรที่เคยทำ KM มาก่อน

บอกได้เลยครับ ว่ามีจุดร่วมและจุดต่าง

จุดร่วมคือ

1. ถ้าทำ KM และ AI จะได้ความรู้ "ฝังลึก (Tacit Knowledge)" ที่เกิดจากการปฏิบัติ หรือประสบการณ์ของคนที่เราไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ 

2. จุดร่วมอีกประการคือถ้าทำ "เป็น" ล้วนแต่เป็นอะไรที่สร้างการเปลี่ยนแปลง ลดต้นทุนได้ สร้างโอกาส สร้างนวัตกรรมได้จริง..ทำไม่ถูกทาง ก็ตัวใครตัวมันครับ..

 

จุดต่าง

มาจากคนละทฤษฎีครับ.. AI มีพัฒนาการจากทฤษฎี Positive Psycohology (โปซิทีฟ ไซโคโลจี่) ส่วน KM มาจากทฤษฎีความรู้เช่นงานของ Polanyi และอีกหลายๆคน ที่สังเกตปรากฏการณ์ว่าคนเรามันเก่ง มันรู้ หรือองค์กรอยู่ดีๆ เติบโตด้วยความรู้อย่างไร

 

จุดที่สามารถเป็นจุดเหมือนและจุดต่างได้ในคราวเดียวกันคือ

1. ถ้า KM ถามด้วยคำถามที่เน้นหา "ที่สุดของประสบการณ์นั้นๆ"  ก็จะเป็นการถามแบบ AI

2. กิจกรรมที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการของ KM ทุกวิธีสามารถนำมาต่อยอดการทำ AI ได้หมด หรือแทนขั้นตอน Dream Design และ Destiny ของ AI ได้ครับ.

3. กิจกรรมที่เกิดจากวงจร AI วิธีการทำ AI ทั้งหมดสามารถแทน KM ทฤษฎีเด่นๆ แทบทุกทฤษฎีได้ เพราะเกิดผลดีๆ เช่นกันครับ

ตอนนี้เลยมีคนรวมทั้งสองสาขาเป็นวิชาเดียวกันไปเลย เพราะมันเสริมกันและกันครับ..(ดูเล่มล่างนี้ครับ หาได้ที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ)

...
คุณล่ะ คิดอย่างไร