มนุษย์ แต่ละยุคที่ผ่านมา มีความปรารถนา อยู่ในใจมาโดยตลอดคือ ดำรงความเป็นอมตะ หรือ นิจนิรันดร์ แต่มนุษย์ ไม่เข้าใจเรื่องการพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นอมตะ เลย เพราะคิดว่า กายเนื้อ กายหยาบ ที่มองเห็นนี้ คือของจริงแท้ เป็นของตน เพียรพยายามแสวงหายาอายุวัฒนะ เพื่อให้ดำรงความเป็นอมตะให้เกิดขึ้น ...มนุษย์คิดผิดมาโดยตลอด... เพราะของแท้การเป็นมนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่กายเนื้อ แต่เป็นกายทิพย์ กายทิพย์จะมีกำลังเพิ่มขึ้น เมื่อร่างกายเนื้อได้กระทำความดี และความดีนี่เอง ทำให้เกิดมโนธาตุ และมโนธาตุนี้เองเป็นปัจจัยให้กายทิพย์มีบารมีแห่งใจเพิ่มขึ้น ยังผลทำให้ กายทิพย์ มีพลังในการควบคุมกายหยาบสามารถปฏิบัติเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้นเป็นลำดับต่อมา อย่างไรจึงเรียกว่า ดีขึ้น คือ มโนธาตุภายในจะเป็นธาตุสำหรับเตือนกายหยาบให้สำนึกรู้ว่า อะไรดีที่ควรกระทำ และ อะไรไม่ดีไม่ควรกระทำ
กายทิพย์ ไม่ใช่ เทวดา หรือ พรหม ผู้มีกายละเอียด แต่อย่างใด กายทิพย์จะดำรงอยู่ในขันธ์ว่างของมนุษย์ มนุษย์ที่ทำชั่ว มโนธาตุ (ธาตุที่แสดงถึงระดับของความดี) จะไม่อยู่กับกายทิพย์ จะหนีหายออกจาก ขันธ์ว่าง ไปไม่กลับมาอีก
ท่านใดที่เคยศึกษาธาตุกายสิทธิ์ จะรู้ว่า ธาตุกายสิทธิ์ จะไม่อยู่กับบุคคลที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่ดำรงอยู่ในศีลธรรมอันดี
หากมนุษย์ตนใดที่สร้างแต่สิ่งชั่วร้าย ไม่ดำรงอยู่ในศีล ไม่ประพฤติในธรรมที่ดีงาม มโนธาตุ ก็จะหนีหายไปจาก กายทิพย์ จึงทำให้กายทิพย์(ลดระดับของศักดิ์)ไม่มีกำลังเพียงพอในการดูแลรักษารูปขันธ์ให้ทำแต่ความดีได้ .... มนุษย์ตนใดที่ไม่มี มโนธาตุประจำอยู่ในกายทิพย์ โอกาสที่จะลงนรกมีสูงมาก
เมื่อต้องการให้กายทิพย์แข็งแรง สมบูรณ์ อุดมไปด้วยมโนธาตุ และเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มนุษย์ตนนั้นจะต้อง ประพฤติปฏิบัติ แต่ความดี รักษาศีล ให้มั่นคง
การพัฒนาสภาวะที่แท้ของมนุษย์คือ กายทิพย์ เพราะมนุษยตนใดบำเพ็ญประโยชน์ส่งเสริมให้ มโนธาตุ เจริญดีแล้ว เหมาะสมดีแล้ว จึงจะได้รับอนุญาต ให้หลุดพ้นออกจากวงจร เกิด แก่ เจ็บ ตาย ดำรงสภาวะ ที่นำไปสู่ความเป็น อมตะ ต่อไป
ความเป็นอมตะที่ว่า คงจะหมายถึง นิพพาน ใช่ไหม เอแต่ว่า ชักสงสัยแล้วว่า ธาตุกายสิทธิ์ เป็นยังไงหรือ
ตามภาษาชาวบ้าน ธาตุกายสิทธิ์ คือ เหล็กไหล นั่นล่ะ
สิ่งที่เป็นมงคล จักไม่รวมตัวหรือ ดำรงอยู่รวมกับสิ่งที่ไม่เป็นมงคล
ดังนั้น ธาตุศักดิ์สิทธิ์ ใด ๆ จะไม่อยู่ กับผู้ไม่บริสุทธิ์หรือผู้ไม่ตั้งมั่นอยู่ในศีล