การตั้งตัวชี้วัดมีคนคิดหลักเกณฑ์อะไรมากมาย แต่คนที่รู้ดีที่สุดคือเราครับ ตั้งแล้ววัดได้จริงและตรงเป้าหมาย

           มีคำถามเกิดขึ้นบ่อยๆในระหว่างการจัดทำตัวชี้วัดว่า ในที่สุดแล้ว ตัวชี้วัดที่ดี ควรเป็นแบบไหนกันแน่ ผมเองหลายครั้งก็ตอบเองและหลายครั้งที่ไม่ตอบแต่ให้ผู้ร่วมจัดทำช่วยกันตอบ เชื่อมั๊ยครับว่าส่วนใหญ่ มักจะตอบออกมาเหมือนๆกันว่า มันต้องวัดได้จริง และตรงเป้าหมายที่สุด และในความจริงคำตอบสองคำตอบนี้นั้นต้องอธิบายกันยาวเลยครับ คำว่าวัดได้จริงนั้นมีเบื้องหลังมากมายเลยเช่น เมื่อตั้งตัวชี้วัดแบบนี้แล้ว จะนับ หรือจะเก็บข้อมูล หรือจะบันทึกข้อมูลอย่างไร มีการบันทึกไว้ก่อนมั๊ย (และก็มีคำถามต่อว่าถ้าต้องมีการบันทึกข้อมูลเพิ่มขึ้นเพื่อการวัดแล้ว ตกลงตัวชี้วัดนี้มันใช่หรือไม่ ถ้าใช้แล้วเดิมทำไมไม่เคยเก็บข้อมูล อ้าวแล้วที่เก็บข้อมูลไว้แล้ว มันก็ไม่ใช่สิ อะไรทำนองนี้)  และถ้าต้องเริ่มเก็บข้อมูลใหม่แล้วจะเป็นการเพิ่มงานขึ้นไปอีกมั๊ย และในที่สุดก็ต้องออกแบบการเก็บข้อมูลให้ดี ให้ตรงกับเรื่องที่จะวัดหรือเป้าหมายที่กำหนดเป็นตัวชี้วัด ต่อมาสมมุติว่ามีการเก็บข้อมูลเหมาะสมดีแล้ว จะตั้งเป้าหมายการวัดตั้งเกณฑ์การวัดอย่างไร ก็เลยต้องย้อนกลับไปมองอีกหลายอย่างเช่น ยุทธศาสตร์ คำรับรองฯ หรือตัวชี้วัดสำนัก/กอง จนถึงเป้าหมายการทำงานของตำแหน่งนั้นๆ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะตั้งตัวชี้วัดของอะไร เมื่อได้แล้วก็มากำหนดเกณฑ์วัด ก็มีอีกอย่างน้อยสองประเภทคือ เชิงปริมาณและ อีกแบบคือเชิงคุณภาพ(สองอย่างนี้ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปภายหลัง) พอมาถึงตอนตั้งเกณฑ์วัดเข้าจริงๆก็มาดูกันที่ตัวเลขหรือระดับการวัดว่าจะตั้งระดับการวัดที่ตรงไหน และเอาอะไรเป็นเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิง (ความจริงเกณฑ์วัดในอุดมคตินั้นก็คือ มันน่าจะมีเกณฑ์วัดที่เทียบจากหน่วยงานอื่นหรือประเทศอื่นไปเลย) ถ้าเอาแบบง่ายๆก็ดูผลการทำงานของปีที่แล้ว แล้วเอาตัวเลขมาตั้งเกณฑ์ของปีนี้เลย จะท้าทายขนาดไหนก็ไปคิดเอาเองต่อ แต่อย่างลืมนะครับว่าเกณฑ์มาตรฐานนั้นควรจะวางไว้ที่ระดับที่สาม เท่านั้นครับนี่แหล่ะครับ วัดได้จริง ส่วนคำว่าตรงเป้าหมายที่สุดนั้นก็มีที่มาที่ไม่ต่างกัน ก่อนที่เราจะตั้งตัวชี้วัดที่ดีได้นั้น เราต้องคิด วิเคราะห์องค์ประกอบทั้งหลายให้ถี่ถ้วนว่าตัวชี้วัดของเรานั้นมัน Serv อะไร มันตอบโจทย์ได้หรือไม่ และถ้าวัดแล้ว นับแล้ว ทั้งหมดนั้นมันคือการวัด Core Activity ของเราหรือไม่ สรุปว่าจะวัดอะไรเพิ่มก็ได้แต่ไม่ควรหลุด Core Activity หรือคิดง่ายๆว่า เมื่อตั้งตัวชี้วัดแล้วต้องมีเวลาให้มันเต็มที่ อย่าตั้งตัวชี้วัดในเรื่องที่ นอกเหนือความรับผิดชอบ นอกเหนืออำนาจ นอกเหนือภารกิจ หรือเรื่องที่ไม่มีกฎหมายรองรับ

           สรุปง่ายๆครับ “การตั้งตัวชี้วัดมีคนคิดหลักเกณฑ์อะไรมากมาย แต่คนที่รู้ดีที่สุดคือเราครับ ตั้งแล้ววัดได้จริงและตรงเป้าหมาย” ก็ใช้ได้ แล้วครับ