14 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ "วันวาเลนไทน์" หรือ "วันแห่งความรัก" วันดังกล่าวได้กลายเป็นวันที่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนหลายๆ คน รวมทั้งวัยรุ่นไทย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ววันวาเลนไทน์มีความผูกพันธ์เกี่ยวข้องกับเรื่องราว วิถีชีวิตหรือประวัติศาสตร์ของคนไทยน้อยมาก เรื่องราวเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์นั้นก็เป็นเรื่องที่คลุมเครือ จะสืบหาประวัติอะไรที่แน่นอนก็ไม่ได้ ได้แต่สันนิษฐานกันไป ไม่มีต้นกำเนิดของเรื่องและความเป็นมาที่ชัดเจน
ไม่ว่าประวัติจะเป็นอย่างไรแต่อิทธิพลของวันวาเลนไทน์ดังกล่าวทำให้ กระแสสังคมที่นำพาให้เด็กและเยาวชนก้าวไปสู่สังคม เซ็กซ์เสรี มากเป็นลำดับ วันวาเลนไทน์ถือเป็นอีกวันหนึ่งซึ่งเกิดอุบัติการณ์ของ การเสียตัว มากกว่าวันปกติ ถึงขนาดมีการพูดกันว่า เป็นวันเสียตัวแห่งชาติเลยทีเดียว
นับว่าเป็นสิ่งที่น่าห่วงมากกับอนาคตประเทศไทย ถ้าหากทัศนคติของการมีแฟนของเยาวชนหรือนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน ถือเป็นเรื่องสำคัญ การมีคู่ก่อนแต่งงาน เป็นการเพิ่มสีสันให้ชีวิตทำให้รู้สึกมี คุณค่า เป็นสิ่งที่สังคมต้องการ หากไม่มีคู่หรือแฟนเป็นสิ่งที่น่าอาย นักศึกษาไม่ว่าชายหรือหญิงต่างมีทัศนะว่า ความบริสุทธิ์ทางเพศไม่ใช่เรื่องสำคัญและหากเกิดพลาดพลั่งต้องท้องก็สามารถทำแท้งโดยไม่รู้สึกอาย ส่วนวัยรุ่นหญิงในโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน ในขณะที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษามีทัศนะว่า การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนไม่ใช่เรื่องเสียหาย การโอบกอดระหว่างชายหญิงในที่สาธารณะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
อันเนื่องมาจากการถาโถมของค่านิยมเรื่องเซ็กซ์เสรี ในยุคที่สื่อไร้พรมแดนทำให้สังคมไทยซึ่งแต่เดิมเป็นสังคมที่อนุรักษ์ด้านจริยธรรม คุณธรรมและวัฒนธรรมสูง เริ่มสั่นคลอนด้วยเช่นกัน ปัจจุบันการแตกสลายของครอบครัว การขาดระเบียบ ทางสังคม ตลอดจนความยุ่งเหยิงทางวัฒนธรรมมีมากขึ้นทุกวัน ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำเอาคำสอนที่เกี่ยวกับจริยะธรรม คุณธรรมและวัฒนธรรมมาเข้ามาใช้ในการเรียนการสอนให้มากขึ้นเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนได้มีความตระหนัก และยึดถือแนวปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ตัวเองนับถืออยู่ให้มากขึ้น ท่ามกลางการรุกเข้ามาของวิถีชีวิตการมีเซ็กซ์เสรีแบบตะวันตก ตัวอย่างภาพยนตร์ตะวันตกมากมายมีเรื่องเซ็กซ์เสรี ภาพเปลือยจากวีดีทัศน์ที่ขาดจรรยาบรรณ ทำให้แบบอย่างที่ดีทางเพศของคนไทยเรา