เส้นทาง "ราชาทูน่าโลก" จากเด็กชงกาแฟ สู่นักธุรกิจ


เส้นทาง "ราชาทูน่าโลก" จากเด็กชงกาแฟ สู่นักธุรกิจ
อย่าคลิกอ่าน! ถ้าไม่อยากเก่ง ไม่อยากรวย เส้นทาง "ราชาทูน่าโลก" จากเด็กชงกาแฟ สู่นักธุรกิจ

 

 

ได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลเป็น "บุคคลสัมมาชีพแห่งปี 54" สำหรับ "ไกรสร จันศิริ" เจ้าของอาณาจักร "ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์"

ผู้ได้รับการขนานนามจากวงการธุรกิจให้เป็น "ราชาทูน่าโลก"

 ด้วยยอดขายเฉพาะ 9 เดือนแรกของบริษัทใน ปี 54 ซึ่งสูงถึง 72,000 ล้านบาท หรือ 2,400 ล้านยูเอสดอลล่าร์

และเป้าหมายยอดขายในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งหมายมั่นไว้ที่ 8,000 ล้านยูเอสดอลล่าร์

พร้อมการต่อสู้บนนถนนชีวิตและธุรกิจ ตามแบบฉบับ "ผู้มีการศึกษาน้อย"

เขาเริ่มเส้นทางชีวิตด้วยการเป็นเด็กในออฟฟิศ ทำมาทุกอย่างทั้งชงกาแฟ หุงข้าว จนได้เลื่อนขั้นเป็นเสมียน

พอเก็บหอมรอมริบมีเงินเป็นหลักหมื่น จึงลงขันกับเพื่อนๆ เปิดร้านวัสดุก่อสร้างและสีพ่นรถ ก่อนขยับไปสู่ธุรกิจค้าผ้าที่สำเพ็ง

กระทั่ง มีเพื่อนจากฮ่องกงต้องการนำเข้ากุ้งสดจากเมืองไทย เป็นที่มาให้ "ไกรสร" เข้าสู่สังเวียนอาหารทะเลครั้งแรก

"ปัจจุบัน บริษัทผมเป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายทูน่ากระป๋องใหญ่ที่สุดในโลก นับว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เป็นผลมาจากคณะผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งร่วมใจร่วมต่อสู้สุดความสามารถ ผ่านทั้งเลือด น้ำตา และปาฏิหาริย์" เขาสรุปเส้นทางการต่อสู้ไว้อย่างน่าประทับใจ

สำหรับ "ปรัชญาการดำเนินชีวิต" ของ "ราชาทูน่าโลก"  ข้อแรก คือความ "ขยัน" และ "ประหยัด"

"ความขยันจะชดเชยความไม่ฉลาด แต่ต้องขยันให้สุดทาง ขยันให้เหนื่อยน้อย แต่ได้ผลมาก"
สำหรับ "ประหยัด" ก็ต้องประหยัดให้เกิดประสิทธิผล อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการหากำไรเป็นแนวคิดเชิงบวก

ขณะที่ความ "ประหยัด" เป็นแนวคิดเชิงลบ

ดังนั้น "การทำกำไรย่อมสำคัญกว่า"

ข้อ 2 การรักษาความน่าเชื่อถือ ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะเรื่อง "เงิน" แต่ยังหมายถึงการรักษา เวลา คุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ความกตัญญู ความเคารพนับถือผู้ใหญ่ และความรักกับลูกหลาน

ข้อ 3 ความร่วมมือสร้างประโยชน์ ทั้งกับลูกค้า คู่แข่ง พนักงาน และลูกหลาน

"กับลูกหลาน เขามีความรู้จากหนังสือแล้ว ผมก็ต้องให้ความรู้จากประสบการณ์ ให้เขาเริ่มจากเบสิกไปแกะกุ้งแกะปลาเลย โดยเฉพาะกับลูกชาย ซึ่งจบปริญญาโท แต่บริษัทอื่นไม่รับเข้าทำงาน เพราะเห็นเป็นลูกผม ผมจึงให้มาทำงานที่โรงงาน ให้นั่งรถเมล์ กินข้าวโรงอาหาร เริ่มแกะกุ้งแกะปลาเหมือนคนอื่น"

ข้อ 4 เข้มงวดกับตัวเอง และต้องไม่หยุดนิ่ง โดยได้เปรียบเปรยการหาความรู้ใส่ตัวว่า เหมือนกับการเดินเรือทวนน้ำ ซึ่งถ้าไม่ "เดินหน้า"ก็จะ"ถอยหลัง"ทันที

"ถึงแก่ก็ต้องเรียน มิเช่นนั้นจะตามโลกไม่ทัน ไม่สมกับต้องดูธุรกิจ ทุกวันนี้ผมพยายามพัฒนา ขยายกิจการ และป้องกันความเสี่ยงเต็มที่"

โดยหลักการป้องกันความเสี่ยง "ไกรสร" ยกคำจีนที่ว่า "บ่วงอิก"

"บ่วง" แปลว่า หมื่น "อิก" ก็คือ หนึ่ง

เรื่องบางเรื่องหากมีความเสี่ยง แม้เพียง 0.01%

แต่เมื่อเป็น 0.01% ใน 10,000 มันก็เท่ากับ 1%

ทีนี้ก็ต้องพิจารณาว่า 1% นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเสี่ยง หรือควรจะเดินหน้าต่อ

สะท้อนถึงการสำนึกต่อวิกฤติที่จะเกิดขึ้น และการหาแนวทางป้องกัน

ข้อ 5 สำนึกบุญคุณ แม้เพียงแต่ได้รับ "น้ำเพียงหยดเดียว" ก็ต้องสำนึกบุญคุณตลอดชีวิต
และสุดท้าย "การคืนประโยชน์ให้สังคม" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา กีฬา การช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อสร้างบุญกุศลให้สังคม

คำสำคัญ (Tags): #ร้อยเอ็ด10
หมายเลขบันทึก: 475751เขียนเมื่อ 23 มกราคม 2012 10:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม 2012 15:24 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี