การนั่งแบบเอาขาทับกันนั้น... ทำให้นน.ตัวลงที่แก้มก้นข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง ส่งผลให้เกิดเหน็บที่ก้นข้างนั้นได้ง่าย

ปฏิบัติธรรมนอกคอก (ตอน..ท่านั่งสมาธิ)

 

การทำสมาธิให้เกิดเร็วนั้น (หรืออย่างน้อยก็เกิดบ้างนานๆครั้งก็ยังดี)  มีกลเม็ดเล็กๆน้อยๆที่ค้นพบ จากการลองผิดลองถูกเอาด้วยตนเอง (เพราะส่วนใหญ่เราไม่มีอาจารย์สมาธิเป็นตัวตน อีกทั้งในตำราส่วนใหญ่ก็ไม่มีเขียนไว้ในเรื่องเหล่านี้)  จึงขอฝากไว้ให้สหายธรรมผู้สนใจลองนำไปปฏิบัติดู

 

1) ฐานการนั่งต้องมั่นเสถียร (ไม่เอียงโอน) ดังนั้นผมไม่เอาทั้งขาขวาทับซ้ายหรือซ้ายทับขวาทั้งสิ้น (ตามที่อาจารย์สมาธิทั้งหลายสอน)  แต่เอาขาทั้งสองข้างวางขนานกันบนพื้น โดยซ้ายหลังขวา หรือ ขวาหลังซ้ายก็มั่นพอกัน วิธีการนี้คืองอขาหนึ่งเอาฝ่าเท้ามาแนบขาอ่อน แล้วเอาขาอีกข้างหนึ่งงอมาแนบด้านนอกโดยไม่ก่ายซ้อนกัน แต่ว่าเรียงแนบกันบนพื้น จากการลองปฏิบัติดู พบว่าฐานนั่งมั่นคงดีมาก ไม่ค่อยเกิดเหน็บชาเหมือนวิธีที่เอาขาทับกัน  ทำให้นั่งได้ทนนานกว่า

 

2) นอกจากนี้การนั่งแบบเอาขาทับกันนั้น ฐานนั่งจะเอียงซ้ายหรือขวาแล้วแต่กรณี  ทำให้นน.ตัวลงที่แก้มก้นข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง ส่งผลให้เกิดเหน็บที่ก้นข้างนั้นได้ง่าย  ส่วนการนั่งแบบขัดสมาธิ”ราบ” แบบที่นำเสนอนี้ แก้มก้นทั้งสอง และ ขาทั้งสองข้าง ร่วมกันเฉลี่ยแรงรับน้ำหนักตัว เมื่อมีพื้นที่รับนน.มากขึ้น แรงกดต่อพื้นที่ก็ลดลงตามหลักวิทยาศาสตร์ ทำให้นั่งได้ทนกว่าระบบเอาขามาซ้อนกัน

 

3) หน้าตัดกระดูกสันหลังทุกข้อต่ออาการกันเต็มหน้าตัดกระดูก อันนี้เป็นหลักวิทยาศาสตร์ เพราะถ้าข้อกระดูกสันหลังต่อกันไม่ตรง จะทำให้เกิดจุดสัมผัส เกิดแรงกดที่จุดนั้นมาก  จะทำให้ล้าที่จุดนั้นได้ ซึ่งการล้ากายจะกระทบต่อจิต ทำให้เกิดสมาธิได้ยาก (ลองคิดดูว่าการยืนเต็มฝ่าเท้า กับยืนแบบเขย่ง (เป็นจุด) อย่างไหนเมื่อยเร็วกว่ากัน และมีสมาธิมากกว่ากัน)  การนั่งแบบขาทับกันที่นิยมนั้น ทำให้เกิดการเอียงตัว ส่งผลให้กระดูกสันหลังไม่ตรงโดยอัตโนมัติ แต่การนั่งวิธีนี้ (ขัดสมาธิราบ) จะทำให้กระดูกสันหลังตรง ข้อต่อกระดูกรับน้ำหนักเต็มหน้าตัดกระดูก เมื่อยยากและเกิดสมาธิได้เร็วขึ้น  ทั้งนี้ต้องไม่งอหลังด้วยนะ ต้องเหยียดหลังและลำคอให้ตรงด้วย

 

 

4) หัวแม่โป้งมือทั้งสองข้างชนกัน...หมายถึงมือทั้งสองที่ประสานกันอยู่บนหน้าตักน่ะครับ ...เรื่องนี้เลียนแบบท่านอาจารย์ชา วัดหนองป่าพง มา ไม่เคยได้ยินท่านสอนแบบนี้หรอก แต่เห็นรูปถ่ายท่านนั่งท่านี้ หัวแม่โป้งชนกันเสมอ นิ้วเรียงชิดติดกันเป็นระเบียบแบบทหารอีกต่างหาก ก็เลยลองเอามาทำดู เอ..ดีแฮะ สงสัยมันมีหลักการอะไรสักอย่าง เช่น ต่อเชื่อมวงจรจิตประสาทให้เป็นวงจรปิด (ปกติผมไม่ชอบอะไรที่เป็นระเบียบมากนัก ชอบนอกคอก แต่กลเม็ดระเบียบตรงนี้รับรองว่าดีครับ)

 

ตอนนี้เอาท่านั่งก่อนนะครับ ตอนต่อไปจะมาโม้ต่อไป

 

ธรรมสวัสดิ์

...คนถางทาง (๒๐ มค. ๒๕๕๕)