สังคมไทยเรา แม้จะไม่ร่ำรวย ไม่มีชีวิตหรูหรา แต่ safety net ของเราดีกว่าในอเมริกาอย่างเทียบกันไม่ได้เลย นี่คือจุดแข็งหรือข้อดีของสังคมไทย ที่เราควรภูมิใจ และควรช่วยกันหวงแหนอย่าให้ใครชักนำให้ระบบสุขภาพไทยเดินตามอย่างระบบของสหรัฐอเมริกา
วันที่ ๑๙ ธ.ค. ๕๔ เพื่อนของผมคนหนึ่งเสียชีวิตที่สหรัฐอเมริกา เราจบแพทย์ศิริราชรุ่น ๗๑ ด้วยกัน และเป็นอินเทิร์นที่ศิริราชด้วยกัน ๑ ปี (๑ เมษายน ๒๕๐๙ - ๓๑ มีนาคม ๒๕๑๐) ปีนั้นเรานอนหออินเทิร์นห้องเดียวกัน ผมใจหาย เพราะเพื่อนที่นอนห้องเดียวกันในปีนั้นรวมทั้งผม ๔ คน เสียชีวิตหมดแล้ว เหลือผมคนเดียว
นั่นไม่ใช่สาระสำคัญของบันทึกนี้ ที่ต้องการเล่าชีวิตลำเค็ญของคนอเมริกันที่เจ็บป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต ที่อาจสิ้นเนื้อประดาตัว
เพื่อนคนนี้ไปทำงานและใช้ชีวิตเป็นหมอที่อเมริกาตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ และเพิ่งมาล้มป่วยด้วยโรคเนื้องอกในสมอง รักษาอยู่ปีครึ่งก็เสียชีวิต
เพื่อนที่เป็นหมออยู่ในอเมริกาอีกคนหนึ่ง อีเมล์มาเล่าเรื่องการเสียชีวิตและการทำศพของเพื่อน และบอกว่า เดาว่าครอบครัวของเพื่อนที่เสียชีวิตคงจะมีความยากลำบากทางการเงิน และบอกเพื่อนๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ว่าน่าจะช่วยกันจุนเจือครอบครัวของเพื่อน เพราะการเจ็บป่วยเป็นมะเร็ง ช่วยตัวเองไม่ได้ ค่ารักษาพยาบาลในอเมริกาแพงมาก คนจำนวนมากมาหมดตัวเอาตอนใกล้ตาย หรือทิ้งครอบครัวที่อยู่ข้างหลังไว้ให้ยากลำบาก
ทำให้ผมหวนกลับมานึกถึงความโชคดีของตัวเอง ที่ตัดสินใจอยู่ในเมืองไทย ในฐานะหมอที่ไม่ทำคลินิคหาเงิน ทำตัวเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจนๆ คนหนึ่งอยู่นานจนได้เหรียญดื้อ (จักรพรรดิมาลา) จากการรับราชการเกิน ๒๕ ปี ที่คำนวณแล้วหากผมเจ็บป่วยเรื้อรังช่วยตัวเองไม่ได้ ครอบครัวก็จะไม่เดือดร้อนสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะผมมีสวัสดิการข้าราชการคุ้มครอง นอกจากนั้น ความผูกพันกับหลายหน่วยงาน คงจะเป็นทุนสังคมที่ผมคงจะไม่ถูกทอดทิ้ง
สังคมไทยเรา แม้จะไม่ร่ำรวย ไม่มีชีวิตหรูหรา แต่ safety net ของเราดีกว่าในอเมริกาอย่างเทียบกันไม่ได้เลย นี่คือจุดแข็งหรือข้อดีของสังคมไทย ที่เราควรภูมิใจ และควรช่วยกันหวงแหนอย่าให้ใครชักนำให้ระบบสุขภาพไทยเดินตามอย่างระบบของสหรัฐอเมริกา
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ธ.ค. ๕๔
สนามบินเชียงใหม่
"ในยุโรป..ก็เช่นกัน"..(ไม่น่า..ลอกเรียนแบบ..ประกันสังคม)..มีข่าวมาเมื่อวานนี้..คนแก่..คนจนคนไข้ หกสิบกว่าคนถูกลอยแพ..ให้ ออกจากคลินิก..เพราะหมอบอกว่า..ค่า..รักษาพยาบาลที่ได้จากประกันน้อยมากไม่คุ้มกับเวลาและโสหุ้ย..ของระบบพยาบาลรักษา.."คงจะคล้ายๆกันในเมืองไทย..สามสิบบาท..รักษาทุกโรค..กับความเป็นจริง..ที่..คนจนเมืองไทย..ก็ไม่ได้รับการรักษาเท่ากับ..คนรวย.."ตราบใดที่สังคมยังมีช่องโหว่วัดสุขภาพที่ได้มาด้วยการแลกราคาแพงๆๆและยิ่งแพงขึ้นๆความบีบรัดทางเศรษฐกิจจิตใจคงอ่อนราไปตามระเบียบเบียดบังนั้นๆ..จนสุดท้าย..คงจะเป็นอย่างที่เป็นอยู่..ทั้งโลก ที่เห็น.." (ยายธี)