Mirror Therapy (กระจกเงาสะท้อน ) , Mirror Box Therapy , Mirror Neuron (เซลล์สมองกระจกเงา)

Mirror Therapy

(Giacomo Rizzolatti and Laila Craighero) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องของ เซลล์สมองกระจกเงา (The Mirror-Neuron System) ค้นพบว่าในสมองของมนุษย์เรานั้น มีเซลล์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “Mirror Neuron” หรือ “เซลล์สมองกระจกเงา” ซึ่งเป็นเซลล์ที่สามารถตอบสนอง ต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การตอบสนองต่อการมองเห็น การได้ยิน การได้เห็นภาพ การได้กลิ่น และการสัมผัส เป็นต้น ดั้งนั้น ทฤษฎีเซลล์กระจกเงาจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาเด็ก เพราะสมองของเด็กมีความยืดหยุ่นสูง และในปัจจุบันทฤษฎีเซลล์กระจกเงายังถูกนำไปใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก ได้ด้วย
ปัจจุบันการบำบัดมือด้วยกระจกเงาสะท้อน เป็นการฝึกแบบที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากผลการฝึกสามารถเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อและความสามารถใช้มือและแขนข้างที่อ่อนแรงได้ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองมานานน้อยกว่า 6 เดือน เพราะ Brunnstrom motor recovery stages และ FIM score เพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้มีรายงานว่าแรงบีบมือเพิ่มมากขึ้น และพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อเพิ่มขึ้น
วิธีการรักษา : พยายามกระตุ้นให้ร่างกายข้างที่เป็นอัมพาตเกิดการทำงานหรือเกิดการเคลื่อนไหวขึ้น โดยอาจใช้การดูการเคลื่อนไหวร่างกายของส่วนที่ไม่เป็นอัมพาตในลักษณะต่างๆหรือให้ผู้ป่วยชมวีดีโอ จากนั้นให้ผู้ป่วยทำตาม หรือจินตนาการท่าทางตามสิ่งที่ตนเองเห็น เช่น ใช้เทคนิค Mirror Box Therapy คือ ให้ผู้ป่วยที่นำข้างมืออ่อนแรงใส่ในกล่อง ด้านข้างกล่องจะเป็นกระจกเงา สะท้อนเห็นมือข้างที่มีแรงทำงาน ทำให้สมองเกิดการเรียนรู้การเคลื่อนไหวของอีกข้างตาม เป็นการ Imagination ของแขน เพื่อเกิด Motor re-learning ( เกิดการเรียนรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย ) เเละเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจไปที่มือข้างปกติและมือที่อยู่ในกระจกแทนที่จะกังวลกับมือข้างที่เป็นอัมพาตอย่างเดียว
ในทางกิจกรรมบำบัดสามารถนำมาเทคนิค Mirror Box Therapy มาฝึกกับผู้ป่วยอัมพาต โดยการใช้กรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัด เช่น ใช้กรอบอ้างอิง MOHO ในการกระตุ้นให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญและคุณค่าในการฝึก , ใช้กรอบอ้างอิง PEOP ในการปรับความสามารถของบุคคล ใช้ปรับสิ่งแวดล้อมหรือบริบทรอบข้างของผู้ป่วยและใช้ในการปรับลดหรือเพิ่มความยากของของกิจกรรมให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันของตนเองตามความสามารถที่ตนเองมีอยู่ได้
สุดท้ายนี้ถ้าหากการเขียนบล็อกในครั้งนี้มีความผิดพลาดประการใดกระผมก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ และจะเอาคำติชมชมและข้อแก้ไขไปปรับใช้ในครั้งต่อไปครับ และหวังว่าข้อมูลในการเขียนบล็อกในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับหลักการและเทคนิคของ Mirror Therapy นะครับ