ผู้เขียนได้สัมผัสหุบเขาในฤดูหนาว หิมะตกขาวโพลนบนถนนที่ขึ้นและลงบนยอดสนมีสีขาวปกคลุมลงสู่โคนต้น น้ำตกในอุทยานโมนิโกวจับแข็งเป็นก้อนน้ำแข็ง ดูใสประดุจกระจก

         การไปประเทศจีนครั้งนี้ ได้ถูกเลื่อนกำหนดจากเดือนตุลาคม ไปเป็นเดือนธันวาคม  เพราะว่าภาคกลางของไทยเกิดวิกฤติน้ำท่วมทำให้ผู้เขียนไม่ได้ชมหุบเขาจิ๋วจ้ายโกวในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งมีความสวยงามแบบธรรมชาติของต้นไม้ ผู้เขียนได้สัมผัสหุบเขาในฤดูหนาว หิมะตกขาวโพลนบนถนนที่ขึ้นและลงบนยอดสนมีสีขาวปกคลุมลงสู่โคนต้น น้ำตกในอุทยานโมนิโกวจับแข็งเป็นก้อนน้ำแข็ง ดูใสประดุจกระจก ส่วนในอุทยานจิ๋วจ้ายโกวพื้นน้ำในทะเลสาบยังไม่เป็นน้ำแข็ง ดูแล้วยังสวยงามอยู่ และน้ำตกในอุทยานก็ยังไม่เป็นน้ำแข็ง ยังไหลแรงสมเป็นแหล่งต้นน้ำ  ผู้เขียนไม่สามารถเข้าชมอุทยานหวงหลงได้เพราะหิมะตกจนถนนลื่นรถวิ่งไม่สะดวก มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ประเทศจีนจึงสั่งปิด ไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ไกด์จึงได้พาเข้าชมอุทยานโมนิโกว มีน้ำตกซากา หรือ บุดดาแฟน ไหลบนชั้นหน้าผาสูง น้ำมากและเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งแล้ว อากาศเย็นจัดมาก ป่าสนไทการ์แบบไซบีเรียปลูกได้ในแถบถิ่นนี้ ใบเขียวขจีตลอดปี

          ออกมาจากแหล่งท่องเที่ยวระดับมรดกโลก “จิ๋วจ้ายโกว” ก็มุ่งหน้ากลับไปยังเมืองเฉิงตู ได้ประทับใจกับการชมหมีแพนด้าอย่างใกล้ชิด และเข้าชมศาลเจ้าสามก๊ก ถนนจินลี่ซึ่งเป็นถนนคนเดิน มีร้านค้านับร้อยๆร้านที่นำสินค้ามาขายนักท่องเที่ยว