Evidence-based Practice for Storke

ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ม.ค. 2555 ได้เป็นการนำเสนอ Case study & Evidence-base Practice เป็นภาษาอังกฤษ ของ เลขที่ 31-35 ในการนำเสนอครั้งที่ 1 ซึ่งดิฉันเป็นคนสุดท้าย ตื่นเต้นมากๆ แต่ก็ทำได้ดีกว่าตอนซ้อมอีก ^_^

การนำเสนอ Case study นี้เชื่อมโยงจากบันทึกก่อนหน้าสามารถตอบโจทย์ของคำถามที่ 1 .การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีวิธีใดบ้างที่เห็นผลได้ดี และ ข้อที่ 2 ที่ได้ค้างไว้ว่า "การเคลื่อนไหวทางร่างกายที่แย่ลงส่งผลมาจากจิตใจหรือไม่" และสามารถเข้าไปอ่านบันทึกก่อนหน้านี้ได้ที่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/474723  

จากการอ่าน Journal ที่ได้ค้นคว้า มา 2 เรื่องจะของเล่า ทีละเรื่อง ดังนี้

เรื่องแรก เป็นการศึกษางานวิจัยแบบสำรวจ เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ อัมพาต ที่ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ในแถบตะวันตกกลาง ของอเมริกา โดยการสอบถามนักกายภาพบำบัด และ นักกิจกรรมบำบัด จากแบบสอบถามเกี่ยวกับเป้าหมายของการรักษา, เทคนิคการกระตุ้นความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (Muscle Tone), เทคนิคการกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวและการทำงาน, และคำถามอื่นๆที่เกี่ยวกับการฟื้นฟู เป็นต้น

ผลของการสำรวจ บอกว่าการรักษาด้วยวิธีการของ Bobath/NDT approach และ Brunnstrom/PNF เป็นวิธีการที่ผู้บำบัดนิยมใช้มากที่สุด แต่ในการศึกษานี้มีการสนับสนุนหลักการของ constraint induced movement therapy (CIMT) ว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการรักษา แต่เปอร์เซ็นต์น้อย เนื่องจากเป็นวิธีการใหม่จึงยังไม่แพร่หลาย

สุดท้ายการศึกษานี้ก็ยังไม่หาข้อสรุปที่แน่ชัดได้ว่า วิธีการใดดีที่สุดในการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง แต่ผู้บำบัดควรหมั่นทบทวนความรู้จากประสบการณ์และค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ

เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทดลองควบคุมแบบสุ่ม (a randomized controlled trial) ของการฝึก MentalPractice ( MP) ร่วมกับ Repetitive Task Specific Training (RTP) และ ระยะเวลาการฝึก MentalPractice ว่าเวลาเท่าดีที่สุด  โดยมีการใช้แบบประเมินก่อนและหลังการทดลอง คือ Fugl-Meyer Scale (FM) และ Action Research Arm Test (ARAT)

การทดลองทำได้โดยการคัดเลือกผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มาทั้งหมด 62 คน คัดออก 30 คน เหลือ เพียง 32 คน จึงได้ทำการประเมินจากแบบประเมินข้างต้น และใช้คอมพิวเตอร์ในการแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ทุกกลุ่มจะได้ฝึก Repetitive Task Specific Training (RTP) คือ การฝึกกิจกรรมที่ทำซ้ำๆ โดยการทดลองนี้ได้เลือกมา 5 กิจกรรม เช่น การเอื้อมหยิบสิ่งของหรือถ้วย, การเปิดหนังสืออ่าน, การใช้เครื่องเขียน, ใช้ช้อนส้อม และการหวีผม ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวัน (ADL & IADL) กิจกรรมละ 2 สัปดาห์ รวมทั้งหมด 10 สัปดาห์ จากนั้น กลุ่มที่ 1 ไปประเมินซ้ำ ไม่ต้องฝึก MentalPractice ( MP) แต่กลุ่มที่ 2, 3, 4 จะทำ MP โดยการใช้ฟังเทปเกี่ยวกับ การรักษาโรคอย่างได้ผล เพื่อคลายกังวลต่อโรคที่เป็น ต่อ 20, 40, 60 นาทีตามลำดับ แล้วจึงไปประเมินซ้ำต่อ

ผลการทดลอง สรุปว่าการฝึก RTP ร่วมกับ MP มีประสิทธิภาพมากกว่าการฝึก RTP อย่างเดียว และระยะเวลาการฝึก MP ที่ดีจากผลการทดลอง คือ เวลา 60 นาที แต่ก็สรุปไม่ได้ชัดเจน เนื่องจากข้อจำกัดของการทดลองคือ ไม่ได้เฉลี่ย อายุ เพศของผู้ทดลอง จึงทำให้ต้องมีการศึกษาวิจัยนี้ต่อไปในอนาคต

 

จากทั้ง 2Journal สรุปได้ว่า...

นักกิจกรรมบำบัด จะต้องหมั่นพัฒนาความรู้ความสามารถเสมอ และต้องคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิด, ความวิตกกังวล และความเครียด ของผู้รับบริการ เป็นสำคัญ