ดูหมาแล้วกลับมาดูคน

 ข่าวการส่งออกหมาไปต่างประเทศ ก็ได้ฟังมานาน ล่าสุดเห็นจากจอทีวีช่องสามโดยสรยุทธ์ แล้วให้สงสารจับไปขายกันเป็นรถบรรทุก ยัดเยียดกันแน่นเป็นหมากระป๋อง หน้าตาระโหยโรยแรง ดูเศร้า โทรม สลดหดหู่ หิวโซ…..โออออ…ทำกับหมาได้ถึงเพียงนี้ หมาส่วนใหญ่หน้ามีเจ้าของ เคยทราบว่าจะมีพ่อค้าไปรับซื้อ หรือ นำกะละมัง ถังน้ำไปแลกกับชาวบ้านเจ้าของหมา รวบรวบไปขายให้แก่นายทุนหมาหมา (คนหมาหมา) เพื่อส่งนอก ถ้าถอยกลับมาดูที่มาของการส่งหมาออกนอก มีคำถามให้คิดคำตอบมากมาย เช่น

1. การนำหมายไปขายให้พ่อค่าตัวละสองสามร้อย เพราะจนใช่ไหม                            2. การนำหมาไปแลกกับสิ่งของเครื่องใช้ เพราะรักที่จะได้มากกว่ารักหมาที่เลี้ยงมากับมือใช่ไหม

3. ไม่มีปัญญาที่จะหาได้ ด้วยการขายผักขายหญ้าที่ปลูกมาใช่ไหม ถ้าตอบว่าใช่เพราะไม่มีน้ำท่าที่จะปลูก ก็อาจโยนความผิดให้คนอื่นได้ (ทำให้คิดถึงงบประมาณสามสี่แสนล้านที่จะนำมาถนนหนทาง และป้องกันน้ำ คงรวมถึงการเก็บน้ำไว้ทำกินด้วยหรือเปล่าไม่ทราบ )

4. การสอนเรื่องความรักเมตตาต่อสัตว์ ในโรงเรียน ยังไม่ได้ผลที่น่าพอใจใช่ไหม

5. การรับศีลห้า ฟังเทศฟังธรรม เว้นจากการฆ่าสัตย์ ยังไม่ได้ผลที่น่าพอใจใช่ไหม หรือ คิดว่าไม่ได้ฆ่า เพียงแต่ขาย ผิดครึ่งข้อคงไม่เป็นไร ไม่บาปใช่ไหม

6. การขายหมาเป็นตัวชี้วัดจังหวัด ผู้ว่าฯ และสำนักพุทธศาสนาที่ยังไม่ประสบความสำเร็จได้ไหม

ฯลฯ

ครับเรื่องหมาหมา ต้องกลับมาดูคนที่เกี่ยวข้องใช่ไหมครับ