ผู้ถูกทิ้งทั้งสามได้มาพบกันแล้วตามกาลเวลา และชะตากรรม

 ภาพยนต์เรื่อง Real Steel นี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของผู้เขียนเลย เพราะดูจากตัวอย่างแล้ว มีแต่หุ่นยนต์ชกมวย คิดเอาเองว่าคงเป็นหนังบู๊ๆ   ขายเทคโนโลยี่ประมาณนั้น ที่ดูแล้วก็มึนๆหัวกับ เอฟเฟคและเสียงที่กึกก้องทั้งโรง

  ผู้เขียนเกือบพลาดชมหนังดีในรอบปีก็ว่าได้ Real Steel ทำให้ผู้เขียนเหมือนเข้าไปเป็นส่วนประกอบของเรื่อง บางครั้งน้ำตาไหลไม่รู้ตัว จึงขอนำข้อคิดจากหนังเรื่องนี้ มาเล่าสู่กันฟัง หวังว่าคงไม่ทำให้เรตติ้งลดลง แต่อาจบันดาลใจ ให้หลายคนไปดู ก่อนจะออกจากโรงภาพยนต์เร็วๆนี้

  ผู้ถูกทิ้งคนที่ ๑

  ชาร์ลีอดีตนักมวยชื่อดัง กำลังตกอับเพราะคนสมัยใหม่ กำลังสนใจชมมวยหุ่นยนต์กันมากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่ามีความสะใจ เร้าใจ และรุนแรงมากกว่าคนชกมวย ดังนั้นชาร์ลี ก็ต้องปรับเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักจัดหาหุ่นยนต์เหล็กมาชกกัน เพื่อหาเลี้ยงชีพไป แต่เวทีเล็กๆ ไม่ได้สร้างมูลค่ามากมายนัก เขาจึงคิดหาหุ่นเหล็ก มาขึ้นชกเองบ้าง ชีวิตแต่ละวัน จึงต้องวุ่นวายอยู่กับการซ่อมหุ่นยนต์ การจัดเวทีชกมวย หลายครั้งเขาลำบากมากต้องเสียเงิน(บางครั้งไม่มีเสีย) จากการพ่ายแพ้ของหุ่นยนต์ของเขาเอง รวมถึงว่ามีการพัฒนาหุ่นเหล็กนี้ออกมาเรื่อยๆ บ้างก็ใช้เสียงบังคับ บ้างก็ใช้รีโมทบังคับ ชาร์ลีต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะนับจากนี้เขาไม่ใช่นักมวยอีกต่อไป

 ผู้ถูกทิ้งคนที่ ๒

  วันหนึ่งขณะที่กำลังหาทุนและอะไหล่ซ่อมหุ่นยนต์นั้น ก็มีพนักงานจากศาลมาแจ้งว่า บัดนี้ภรรยาของเขาที่แยกกันอยู่ได้เสียชีวิต และมีป้าของเด็กต้องการอุปการะลูกเขา ขอให้เขาไปเซนต์ชื่อยินยอมวันนี้ด้วย ชาร์ลี เกือบลืมไปแล้วว่ายังมีลูกอีกหนึ่งคน ทั้งนี้เพราะภรรยา ทนอยู่กับคนที่วันๆ หมกมุ่นอยู่กับหุ่นยนต์ไม่ไหว แต่อย่างไรก็ดี วันนี้เขาคงต้องไปเซนต์ชื่อ เพื่อยกลูกให้ญาติภรรยาไปเลี้ยง ลำพังเขาเองก็ยังเลี้ยงตัวเองไม่รอด เขาผลีผลามเข้าไปถึงศาล หวังจะให้จบๆเรื่องไป ไม่ได้สนใจใครนัก โดยเฉพาะลูกชายที่ชื่อ แมกซ์ ที่นั้่งรอคำสั่งศาลว่าเขาควรไปอยู่ที่ไหน กับใคร หลังการเสียชีวิตของแม่ แมกซ์ก็เหมือนตัวคนเดียว ว้าเหว่ ไร้ที่พึ่งพิง

  พ่อก็ไม่ได้มาทำให้เขามีความหวังขึ้น ซ้ำยังแอบเห็นว่าพ่อเรียกร้องการโอนสิทธิ์จากลุงเขยด้วย ซึ่งตกลงแบ่งเป็นสองระยะ กล่าวคือ ๕๐,๐๐๐ เหรียญสำหรับวันนี้ และ ๕๐,๐๐๐ เหรียญ สำหรับการมารับตัวแมกซ์ไป หลังจากป้าและลุงกลับจากไปท่องเที่ยวต่างประเทศ และช่วงนี้แมกซ์ต้องอยู่กับพ่อไปก่อน ที่จริงเพราะความที่ชาร์ลีเห็นป้าของลูกร่ำรวยมาก จึงคิดแผนการขอค่าโอนสิทธิ์ มิได้คิดขายลูกแต่อย่างใด

 แมกซ์รู้สึกคับข้องใจ ไม่มีใครต้องการเขาอย่างแท้จริง แม้แต่พ่อตนเอง

ผู้ถูกทิ้งคนที่ ๓

  แมกซ์ขอติดตามพ่อไปทุกหนแห่ง ไปดูการพาหุ่นยนต์ไปชก ไปเห็นความพ่ายแพ้ ไปเห็นความอัตคัดหลายๆอย่างของพ่อ เห็นความเป็นคนมุทะลุ ใจร้อน แต่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

ครั้งหนึ่งหุ่นนักชกของพ่อแพ้อย่างยับเยิน เงินทุนก็หมดต้องเข้าไปในโกดังแห่งหนึ่ง ที่สำหรับเก็บเศษหุ่นยนต์ที่ชำรุด เพียงหวังจะหาอะไหล่ฟรี มาซ่อมหุ่นของตน สองพ่อลูกเข้าไปในโกดัง ขณะนั้นฝนก็เริ่มลงเม็ด และตกหนาเม็ดขึ้นทุกที สองคนก็พากันหยิบฉวยชิ้นส่วนต่างๆ จนกระทั้งถึงหน้าผาแห่งหนึ่งที่ลาดชันมาก ชาร์ลี บอกให้แมกซ์ระวังตัว แต่ไม่ทันเพราะเมื่อแมกซ์หันไปมอง ร่างของเขาก็ร่วงไถลไปตามหน้าผา ที่เป็นพื้นปูนนั้นทันที

 เสียงร้องของลูก เสียงตอบของพ่อ ที่หาทางวิ่งไปสู่ก้นเหวดังแข่งกับเสียงฝน ไม่มีใครที่ไหนจะได้ยิน ช่วงนาทีวิกฤตนั้น พลันร่างของเด็กน้อย ก็ถูกชิ้นส่วนของสิ่งหนึ่ง เป็นเหล็กยื่นออกมา เกี่ยวร่างเขาห้อยต่องแต่งรอพ่ออยู่อย่างนั้น เด็กชายร้องไห้ เรียกหาแต่พ่อ ส่วนพ่อเมื่อไต่ลงใาถึงก็ปลอบโยนให้หายตกใจ แล้วก็เอื้อมมีอไปคว้าลูก เป็นการกระทำครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย ถ้าพลาดก็ตาย ที่สุดชาร์ลีก็ทุ่มแรงกาย และใจทั้งหมดช่วยลูกมาจากการลงไปก้นเหวได้ เป็นการกอดกันครั้งแรก ด้วยความเต็มตื้นในหัวใจ

 เมื่อสงบสติอารมณ์กันได้แล้ว แมกซ์ ก็สงสัยว่า เหล็กอะไรมาเกาะเขาไว้ เขาเอามือกวาดเศษดินทั่วบริเวณนั้น ก็พบว่าแท้จริงมันคือซากหุ่นเหล็กตัวหนึ่ง ที่เขาเอามาโยนทิ้งไว้นอนอยู่เกือบจะถึงก้นเหว แต่มันกลับช่วยชีวิตเขาไว้ แมกซ์ชวนพ่อว่า เอาหุ่นตัวนี้กลับบ้านกัน แต่พ่อก็ไม่เห็นด้วย เพราะทั้งเหนื่อย ทั้งเปียกฝน และยังมาตกอกตกใจ กับเหตุการณ์ช่วยชีวิตเมื่อสักครู่นี้อีก จึงบอกให้กลับขึ้นไปข้างบนโดยไม่สนใจลูกต่อไป

  แมกซ์มีความรู้สึกว่าอยากนำหุ่นกลับไปบ้านเป็นกำลัง จึงลงมือกู้หุ่นเหล็กขึ้นมา เนื่องจากตัวไม่ใหญ่มากนัก แต่เขาก็ใช้เวลาจนรุ่งสว่าง ขนหุ่นตัวนั้น ขึ้นรถเข็นในโกดัง ไปที่รถของพ่อที่ยืนรออยู่อย่างหงุดหงิด

  ผู้ถูกทิ้งทั้งสามได้มาพบกันแล้วตามกาลเวลา และชะตากรรม ท่ามกลางความคิดที่ทั้งขัดแย้งสับสนไปต่างๆนาๆ แต่ถือเป็นเช้าวันใหม่ที่ดี แล้วทั้งสามก็ขึ้นรถคันเดียวกันกลับบ้าน เหมือนเป็นสัญญาณอะไรสักอย่าง ที่ต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ