เวลาที่เราจะออกกำลังกาย...เราก็จะวอร์มอัพก่อน

เวลาที่จะขับรถ...เราก็จะติดเครื่องสตาร์ทอุ่นเครื่องก่อน

เวลาเราจะกินข้าว...เราก็จะอุ่นกับข้าวก่อน

นี่คือวัตรปฏิบัติที่เราทำกันอยู่เสมอเสมอ

เช่นกัน

ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ทุกครั้ง

การเริ่มต้นที่ดีด้วยการอุ่นเครื่อง “หัวใจ” ของเราและผู้ร่วมเรียนรู้ให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้

ผู้เขียนคิดว่าตรงนี้สำคัญไม่น้อยไปกว่ากระบวนการเรียนรู้

และก็จะให้ความสำคัญตรงส่วนนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการเรียนรู้

และด้วยความสนใจส่วนตัวสนใจเรื่อง “สติ” และการสร้าง “พลังภายในตนเอง” เป็นทุนเดิม

ดังนั้นทุกครั้งจึงมักเริ่มกระบวนการเรียนรู้ด้วยการกลับมาอยู่กับลมหายใจ อยู่กับตนเอง

ดังที่ท่านติชนัทฮันห์ใช้คำว่า “กลับสู่บ้านที่แท้จริง”

ผู้เขียนคิดว่านี่เป็นการเริ่มต้นการเรียนรู้ที่ดี

ที่ให้ความสงบเงียบเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้

ได้กลับมาฟังลมหายใจของตนเอง เสียงที่อยู่ในใจของเรา

ที่ผ่านมาก็จะใช้วิธีการหลายรูปแบบ

เช่น เปิดคลิปธรรมะดีดีสั้นสั้นไม่เกิน ๓ นาที อย่างเช่นของท่านติชนัทฮันห์ ท่านพุทธทาสภิกขุ พระไพศาลวิสาโล ท่าน ว.วัชระเมธี แม่ชีศันสนีย์ ฯลฯ

แล้วเชิญชวนให้ผู้ร่วมเรียนรู้ได้กลับมาตามดูลมหายใจของตนเอง

ซึ่งมีทั้งการนั่งสมาธิภาวนา ยืนสมาธิภาวนา อีกราว ๕-๑๐ นาที แล้วแต่เวลาที่มีของการจัดกระบวนการเรียนรู้

บางครั้งก็นำการภาวนาเอง บางครั้งก็เปิดเสียงภาวนา บางครั้งก็ใช้เพลงที่มีความหมายดีเป็นเพลงนำภาวนา เช่น ดั่งดอกไม้บาน, เราคือใบไม้ต้นเดียวกัน, ก้อนหินก้อนนั้น, ณ ตรงนี้ที่ใจฉันเป็นสุข ฯลฯ ไม่ได้ยึดกับการนั่งหลับตาภาวนาอย่างเดียว

และเสียงเพลง บทภาวนา คลิป ทั้งหลายส่วนใหญ่ก็ได้มาจาก YOUTUBE และกัลยาณมิตรร่วมกระบวนการเรียนรู้นี่แหละ

เท่าที่ประเมินด้วยตนเองและผู้เข้าร่วมเรียนรู้ก็จะชอบกระบวนการเริ่มต้นแบบนี้

เป็นวิธีการอันหนึ่งด้วยที่จะลดความวุ่นวาย โกลาหน ก่อนการเรียนรู้

การทำให้หัวใจเบิกบานก่อนการเรียนรู้จึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเนื้อสาระของงาน

เพราะลมหายใจที่อ่อนโยน ที่เบิกบาน จึงทำให้การเรียนรู้มีชีวิตชีวา

เพราะลมหายใจนี้แหละที่เชื่อมกาย-ใจ เราเป็นหนึ่งเดียว

หนึ่งเดียวกับกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้