สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ ค่ะ

พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นปีที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์มากมายที่กระทบ กระเทือนชีวิต ความเป็นอยู่ตลอดจนขวัญและกำลังใจของคนไทยไม่น้อย ทั้งภาวะขัดแย้งทางสังคม ปัญหาเศรษฐกิจ และ ภัยธรรมชาติที่ยังทิ้งร่องรอยไว้ทุกหนแห่ง ผู้เขียนได้พบข้อคิด คติธรรม และพุทธธรรม ที่เกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องของ ความหลัง ความหวัง และ ใจที่ดี เป็นแนวทางและกำลังใจให้ตนเองในการดำเนินชีวิตตลอดปี ๒๕๕๕ จึงขอนำมาแบ่งปันมุมมองชีวิตค่ะ

 

“...คนเราทุกคนต่างมีสิ่งหนึ่งอยู่ด้วยกันคือ “ความหลัง” ซึ่งครอบงำชีวิตปัจจุบันอยู่เป็นอันมาก

อันร่างกายของคนเราย่อมมีหน้า มีหลัง

แม้วิถีแห่งชีวิตก็ฉันนั้น ย่อมมีความหลังประกอบกับกระแสชีวิตปัจจุบัน ดังจะเรียกว่า “หน้า” คือเหตุการณ์แห่งชีวิตที่ออกหน้าอยู่ เกี่ยวแก่ความคิดเห็น การกระทำ และความได้ ความเสีย ความสุข ความทุกข์ต่างๆที่ได้รับอยู่ อันรวมเป็นกระแสชีวิตปัจจุบัน

อะไรคือความหลัง หากจะให้ตอบเท่าที่ทุกๆคนจำได้ก็คือ การอะไรที่ตนเองได้ทำไปแล้วจริง ทั้งที่เป็นการเฉพาะตนและที่เป็นการที่เกี่ยวแก่ผู้อื่น ซึ่งได้ทำไปแล้ว สลับซับซ้อนเป็นอันมาก เป็นความผิดก็มี หรือเป็นคุณก็มี เป็นโทษก็มี

คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้น ต่างก็มีความหลังมากขึ้น หากได้มีสติระลึกถึงความหลังของตนเท่าที่ตนรู้และจำได้ตามเป็นจริงและมีวิจัย คือเลือกเฟ้นออกไปว่าการอันใดที่ได้ทำแล้วเป็นความผิดเป็นโทษ การอันใดเป็นความถูกต้องเป็นคุณ ดังนี้เรียกว่า วิจัยตนเอง ทำให้มีความรู้จักตนเอง

ถ้าเป็นดังนี้ ความหลังส่วนที่ผิดที่เป็นโทษก็จักยุติ สิ้นอำนาจที่จะครอบงำชีวิตปัจจุบันต่อไป

ส่วนความหลังที่เป็นความถูกเป็นคุณ ก็จะสืบต่อกระแสชีวิตปัจจุบันต่อไป...”

(ชีวิตกับความหลัง โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในหนังสือ สิริมงคลของชีวิต สำนักพิมพ์อมรินทร์)

 

ผู้เขียนเองก็กำลังอยู่บนเส้นทาง วิจัยตนเอง  และ ไม่สิ้นหวังที่จะปรับปรุงตนเอง ไม่ให้ก่อเวร สร้างกรรมกับผู้ใด ปีที่ผ่านมาได้เห็นทุกข์ของหลายคนในครอบครัวที่ป่วยไข้ ยิ่งทำให้เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่อย่างปกติ สามารถทานอาหารได้ทุกชนิดตามใจอยาก มีลมหายใจเข้า-ออกไม่ติดขัดในแต่ละวัน

ทุกวันที่ยังได้ตื่นขึ้นมา ได้ทานอาหารธรรมดาๆก็มีความสุข ในขณะที่ผู้ป่วยไข้ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารอย่างพิถีพิถัน ทุกวันที่ยังสามารถทานอาหารได้ทุกชนิด ไม่จำกัดรสชาติ หรืออะไรก็ตามที่เรามักไม่ตระหนักรู้ว่าเราโชคดีเพียงใดที่กลไกของร่างกายดำเนินไปได้ตามหน้าที่ปกติของเขา เมื่อมีสติระลึกรู้ รู้สึกซาบซึ้ง ขอบคุณทุกสิ่ง รู้สึกว่าความสุขจากสิ่งสามัญเล็กๆนี่ล่ะช่างเติมเต็มชีวิตประจำวันอย่างไม่ต้องแสวงหา

เมื่อน้อมใจใคร่ควร ได้เห็นว่า วันนี้โชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องไม่สูญเสียกำลังใจ

นึกถึงคำกล่าวของฝรั่งขึ้นมาได้ จำไม่ได้ว่าใคร แต่คำพูดน่าสนใจ ที่เห็นว่า วันนี้...เป็น ของขวัญ อันมีค่า

 Yesterday's the past and tomorrow's the future.

Today is a gift -- which is why they call it the present.

 

 

“...ความสุขต่างๆที่เราดิ้นรนแสวงหาอยู่

เราต่างเรียกร้องว่าขอให้ทำถูกใจเรา

คนนี้ คนนั้น ทำอะไรไม่ดี ในความรู้สึกของเรา ก็เรียกร้อง

ขอให้เขาทำดี ทำถูกต้อง ขอให้เขาทำถูกใจเรา

มันเป็นความปรารถนาของเรา

แต่จริงๆแล้ว ใครจะทำดี ทำไม่ดี

สุขภาพใจดี มันอยู่ที่ใจเรา...”

(เรื่องของ “ใจ”  พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก)

 

 

ขออวยพรให้ทุกท่านได้กระแสความหลังอันเป็นคุณ นำพาชีวิตพบกับความสุขอันอิ่มเอมใจ ด้วยการมีสุขภาพใจที่ดี เกื้อกูลส่งเสริมความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน มีความหวังอยู่บนความเห็นชอบ สมปรารถนา มีความสุขกันถ้วนทั่วทุกวัน ตลอดปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ และตลอดไปนะคะ

 *****

( ขอแจ้งเปลี่ยนนามแฝง "คุณนายดอกเตอร์"  มาเป็นชื่อตัวเองค่ะ

ที่มาของนามแฝงเดิม คือ เนื่องจากผู้เขียนอยู่ในชนบทจริงๆ อยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นนักวิชาการอิสระไม่ได้ทำงานประจำในองค์กรใดเวลาไปร่วมงานบุญในละแวกบ้านชาวบ้านบางคนมักพูดถึงผู้เขียนโดยเรียกว่า “คุณนาย” และมีนักวิชาการท่านหนึ่งเรียกผู้เขียนแบบขำๆว่า “คุณนายดอกเตอร์” ผู้เขียนว่ามันก็เป็นคำที่น่ารัก ออกจะตลกดีเลยว่าจะใช้ชื่อนี้ในblog ก็แล้วกัน

ปีนี้เป็นต้นไปเห็นภาพตนเองค่อยๆห่างจากความเป็น “นักวิชาการ” ที่ต้องไปอยู่ในวงการ ชีวิตจะสงบและสุขแบบเรียบง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเหตุว่าปีนี้มีงานเขียนหนังสือที่มีสัญญาใจกันไว้อย่างน้อย ๓ เล่มและพยายามจะทำให้สำเร็จ

ให้ชื่อ คุณนายดอกเตอร์ กลายเป็นความหลังไป คงเหมาะที่สุดค่ะ)