การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองน่าจะป็นเรื่องที่ง่าย แต่บางครั้งเราเองก็เผลอใจ แล้วให้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชาวบ้านอีก แต่ละคน แต่ละพื้นที่ ไม่เหมือนกัน คิด กิน ประเพณีก็ไม่เหมือนกัน รูปแบบที่ให้มาเอาไปใช้ได้บ้างในบางกรณี เท่านั้น ต้องทบทวนหลักคิดการทำงานแล้วหละ

เมื่อต้องไปเริ่มงาน NCD ตำบลแม่สาคร จากผู้ที่เคยประสานงานเป็นผู้ปฏิบัติจริง

จากผู้เข้าไปช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชั่วคราว เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด

อาทิตย์แรก ออกไป กับน้อง ก่อน ตามที่น้องทำ แจกแบบคัดกรองให้ อสม ไป นัดกลุ่มเป้าหมาย พอถึงเวลานัดหมาย 90% ไม่มีใคร งดอาหาร แบบคัดกรอง  อสม ไม่ได้ทำอะไรเลย จึงตรวจแต่สารพิษ อุปกรณ์ในกระเป๋าไม่ครบ  .หมู่บ้านห่างไกล เสียเวลา และรีบ เพราะสถานที่ผู้ใหญ่บ้าน นัดประชุม โครงการ  SML ต่อ ไม่ได้ให้ความรู้ หรือ กิจกรรม อะไรเลย : ไม่ประสบความสำเร็จ 

ภาระไม่ได้ง่าย  การเตรียมความพร้อม จึงเกิดจากความคิด: ต้องทำอย่างนี้

ใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง  ร่วมกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

กลับไปเช็คดูว่า ปีนี้คำถามอะไรที่เราต้องตอบเพื่อไม่ลืมที่จะทำมีรูปแบบแนวทางที่ดี ที่จะนำไปปฎิบัติ

เรียนรู้ แสวงหา ความรู้ทั้งภายใน หมู่บ้าน รพ.สต บ้านท่าเลอ ภายนอก รพ.สต  ข้างเคียง และ จาก  GooGle

สอบถามข้อมูลเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเดิม นำข้อมูลมาประมวล ว่าส่วนขาดอยู่ตรงไหน

เราพอจะรู้ เริ่มวางแผน

-        เข้าไปที่ข้อมูล HOS XP

-        ดึงข้อมูล ประชากร อายุ 30 ปี ขึ้นไปทั้งหมด แยกเป็นหมู่บ้าน  

-        ดึงข้อมูลของผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ออก มา

-        ตอนนี้รู้แล้วว่าเราจะคัดกรอง ความดัน เบาหวาน หมู่บ้าน กี่คน ร้อยละ 100 กี่วัน

-        คนไข้เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จะดำเนินการอย่างไร

เริ่ม* ให้น้องผู้ช่วยเหลือคนไข้ ลงชื่อเป้าหมาย ในแบบฟอร์มคัดกรอง

     *ส่งแบบคัดกรองให้ประธาน อสม ในหมู่บ้าน เพื่อให้ แยกความรับผิดชอบประชากรที่อยู่ตามละแวก

    *อสม สัมภาษณ์ เบื้อง ต้น วัดความดัน รอบเอว ชั่ง น้ำหนัก สอบถาม  2 Q

    *นัด ให้กลุ่มเป้าหมาย งดอาหาร หลังเที่ยง คืน เพื่อตรวจ FBS โดยการแจ้งล่วงหน้า 3-5 วัน โดย อสม และกระตุ้นเตือน ทางหอกระจายข่าว(ผู้ใหญ่บ้าน)

   * เราแจ้ง จนท ใน รพ.สต เพื่อร่วมมือกันปฏิบัติงานเชิงรุก

   * เตรียมอุปกรณ์ ให้ครบ

 Strip เครื่องตรวจเลือด เข็มเจาะปลายนิ้ว หากตรวจสารพิษ ใช้ No25 หากเจาะเฉพาะ เบาหวาน ใช้ No 27  สำลี Sterile  & Alcohol 70 % กระเป๋องใส่เข็ม ถุงใส่สำลีใช้แล้ว              ตรวจ สารพิษ  capillary tube  ดินน้ำมัน แท่นหรือถาดสำหรับใส่ capillary tube

  นี่คือการเตรียม แต่ยังไม่ได้ลงพื้นที่  ต้องเตรียม จดหมายข่าวให้ อสม และ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นข้อมูลในการสื่อสารในหมู่บ้าน จะได้เข้าใจตรงกัน

  ***แล้ว คนไข้ เบาหวาน ความดัน หละทำอย่างไร เดิม หรือทุกว้น ใครอยากจะมาก็มา มาได้ทุกวัน ความดันบางคนฝากมารับยา สรุปไม่เป็นระบบหรือเป็นคลินิก งานนี้หนักน่าดู เราต้อง

เตรียม ดึงเอา OPD  Card คนไข้ออกมาไว้ ต่างหากแล้วหละ 

 ต้องเตรียม ทะเบียนผู้ป่วย ทะเบียน นัด บัตรประจำตัวคนไข้ บัตรนัด ตารางนัด และการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน  การนัดกลุ่ม ทำกิจกรรม เพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

ทำอย่างไรจะเปิดดำเนินการ แบบ The integrated care system DM

รับยารักษาต่อเนื่องใน รพ.สต อย่างมีคุณภาพ

เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดย GOOD MODEL

การสร้างเสริมพลังชุมชน

สิ่งที่ตัวเอง ลองลงพื้นที่สัมผัส โดยการขับรถไปตามหมู่บ้าน ตามซอย ต่างๆ ในวันหยุด และเรียนรู้จากน้องๆ พบว่า พื้นที่ ภายใต้การดูแลของ อบต ไม่ได้มีความเข้มแข็งและยิ่งใหญ่เหมือน อบต อื่นๆเนื่องจากเป็นพื้นที่มีประชากรค่อนข้างยากจน อาชีพหลักคือทำไร่ข้าวโพด อบต ไม่ได้มีเงินบำรุงมาก  ไม่เห็นการขับเคลื่อนด้านสุขภาพร่วมกับ อบต เป็นภาพกิจกรรม หลักๆ เช่น มหกรรมสุขภาพ งานวันต่างๆ  สิ่งนี้แหละทำให้ เริ่มจะปรับตัว ไม่เป็นไร สิ่งที่ดีๆในหมู่บ้านมีเยอะ ทุกหมู่บ้านทำไร่ข้าวโพด โดยการใช้สารเคมี แต่ รอบๆบ้านยังมีสมุนไพรที่กินได้ มีพืชผักที่ปลูกไว้กิน.....

 *** มาถึงวันประชุมวิชาการ ประจำปี ของ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเวียงสา ปีนี้ มี รพ.สต. นำเสนอผลงาน 6 เรื่อง และมีการจัดบู๊ท แต่ตัวเรา เป็นกรรมการและเลขานุการให้คะแนน(ผู้มีประสบการณ์ในเวทีการนำเสนอ)

  เรื่องที่นำเสนอ เป็นเรื่องพฤติกรรมของผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วย ความดัน รวม 3 เรื่อง

เมื่อฟังแล้ว การมีส่วนร่วมของ อสม จิต อาสา รพ.สต ปงสนุก น่านำไปเป็นตัวอย่างได้ดี ดูสิ อสม ปงสนุก มาช่วยจัดบู๊ท มีน้องที่คุ้นเคยในหมู่บ้านมาร่วมแรงช่วยตกแต่ง อสม นั่งในบู๊ท ร้องเพลงไปด้วย ต่างจากบู๊ท รพ.สต อื่นๆที่มีแต่เจ้าหน้าที่ ทำอย่างไรที่ลอกเลียนแบบ เพราะ ที่บ้านท่าเลอไม่ได้มีแบบนี้

ทำอย่างไร จึงจะเรียนรู้ได้เร็ว  แก้ไขปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติ เพิ่มสิ่งที่ขาด เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                              เราต้องเรียนลัด แต่เราไม่ลอก

เมื่อมาถึง การนำเสนอ ของ รพ.สต วังม่วง เป็นการเน้นการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน  เรา ยังไม่ถึงที่จะเข้าไปถึงจุดตรงนั้น

ของ รพ.สต ไหล่น่าน เป็นการทำงานที่ใช้เวลา การจัดการคนไข้ ที่ขาดการรับยา ขาดการออกกำลังกายและการกินอาหาร จะด้วยสาเหตุ บ้านไกล หรืออะไรก็ตาม

จะมีใครที่เก่งที่สุด ทำอย่างไร จะเป็นคำพูดประโยชน์ที่โดนใจให้คนเหล่านี้รู้จักตัวเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองบ้างเถอะ ให้เราเป็นผู้ให้กำลังหนุนเสริมข้างหลังดีกว่า

ใครมีเทคนิคที่สุดยอด ช่วยบอกด้วย เต๊อะ