ปรับตัวสู่ดินแดนใหม่

สำนักข่าวเฝ้าระแวง มารายงานตัวแล้วค่า

เช้าวันนี้สำนักข่าวของเราตื่นขึ้นมาด้วยเสียงลากถุงก๊อบแก๊บสวบสาบที่หน้าห้องประมาณหกโมงเช้า  พระเจ้า! ไก่ยังนอนหลับอยู่เลย เพื่อนๆของเรานี่เองกำลังลากของไปขึ้นรถปะตง รถสองแถวคันใหญ่ตัวถังทำด้วยแผ่นสแตนเลสทาสีเขียว
พาหนะเดินทางหลักของพวกเรา (แต่ไม่มีใครนั่ง 555 เพราะอะไรเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง) การขนย้ายสัมภาระขึ้นรถใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะนิสิตแพทย์กลุ่มนี้บ้าหอบชุดชั้นใน Oh my god (O.O) จริงค่ะ หลายคนที่มีความคิดเห็นว่า เอาไปให้พอดีจำนวนวันเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องซัก อิอิ จะตากก็อาย ลายของเราแบ๊ว เดี๋ยวพวกผู้ชายรู้หมด เอ๊ะ หรือดิชั้นคิดเองคนเดียว ขนของเสร็จก็ปาเข้าไปเจ็ดโมง
ทุกคนดูเหมือนยังไม่ตื่น แต่พอท่านอาจารย์อุไรเอาขนมปังมาวางล่อเหยื่อ
ทุกคนก็พร้อมที่จะละเมอหยิบกินกันหนุบหนับทีเดียวเชียว


ประมาณ07.15น.
เราพร้อมออกเดินทางกันแล้ว สมาชิกอ่างคีรีมีทั้งหมด 9ชีวิต มีรถยนต์4คัน และรถเครื่อง ไม่ใช่สิ รถจักรยานยนต์ (เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราเชย)อีก1คันคนที่มีรถทุกคนก็อยากจะแล่นไปกันเองเพราะฉะนั้นเราจึงไปกันเป็นคาราวานเลยละค่า คาราวานเราไฮโซมาก นำขบวนด้วยรถเบนซ์ ตามต่อมาด้วยแจ๊สแดง เชฟโรเลท ปะตง มาสด้า2 และมีเห็บแว้นคันเล็กเกาะโฉบตามท้ายมาด้วย 

ผู้นำขบวนเราชำนาญทางมาก นางเป็นสาวแปดริ้วท่องมาตั้งแต่อยู่หอว่า ขับไปตามสุขุมวิทเรื่อยๆเจอป้ายว่าเลี้ยวไปมะขามเมื่อไหร่ค่อยเลี้ยว ครั้นเมื่อนางพบป้ายดังกล่าวที่ฝังลึกในความทรงจำ เลี้ยวทันทีเลยค่ะ สรุปว่าเลี้ยวไปเจอลานกลับรถที่เป็นดินแดง 555 โดนFalse tractไป1คัน  คาราวานที่เหลือไม่ได้รอค่ะ
ขับกันต่อไปเพราะอีก 30เมตรจึงจะเป็นเส้นทางมะขามของจริง เหตุการณ์ในครั้งนี้สอนให้รู้ว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าไม่ตามรถปะตง” จากทางที่เราเลี้ยวเข้ามาไม่นานก็ถึงแล้วค่ะ บ้านพี่พยาบาลจุ๋ม ที่เราจะต้องมาอาศัยซุกเศียรนอนกันร่วมเดือน

 คุณพระ!หรูกว่าที่เราเห็นในรูปที่อาจารย์ถ่ายให้ดูอีกค่ะ พื้นที่ในบ้านประมาณ 562 เอเคอร์ ล้อเล่นค่ะแต่ก็กว้างขวางพอที่จะให้พวกเราทุกคนกลิ้งเล่นพร้อมๆกันได้ แต่ต่อให้กว้างแค่ไหนพอเราขนของบนรถลงมาหมด เต็มบ้านพอดีค่ะ

ทุกคนตื่นเต้นดีใจกับพื้นที่ใหม่นี้มาก เปิดดูกันทุกซอกทุกมุม
จับจองห้องหับพื้นที่ส่วนบุคคลเป็นการใหญ่
เมื่อฉกชิงกันเป็นที่เรียบร้อยก็จัดการเก็บกวาดกันอีกนิดหน่อย แล้วก็มานั่งชะเง้อคอรอบุรุษที่จะมารับเราไปทำภารกิจวันพ่อกันค่า



ประมาณ10.00น.เราก็ได้มาถึงสำนักงานเทศบาล


มาสายไปมาก เพราะเราลืมโทรไปบอกพี่เค้าค่ะว่าเราถึงแล้ว เค้าบอกว่ารอstand
by ตั้งแต่แปดโมงแล้ว  แป่ว!! แอบสงสัยอยู่ว่าทำไมเราไม่โทรไปสักที พี่เค้าไม่ได้เหวี่ยงนะคะ ยังยิ้มแย้มแจ่มใส ให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี (แต่ในใจเราไม่ทราบค่ะ 55)  

มาถึงแล้วต้องถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ค่ะ   สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์เยอะมาก
ตอนแรกคิดว่าเป็นงานออกคัดกรองสุขภาพแบบขำๆ เค้าเป็นการเป็นงานมากเลย มีคนนั่งอยู่ในเต็นท์ร่วม 100ชีวิตหรือมากกว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ข้างๆกัน มีเต็นท์สำหรับตรวจคัดกรองและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ
ประกอบด้วย 9ฐาน โดยผู้เข้ารับบริการจะต้องลงทะเบียนจากฐานที่ 1แล้วไล่ไปเรื่อยๆจนครบ อื้มม  เค้าจัดกันเป็นแพ็คเกจใหญ่เลยทีเดียว ฐานดังกล่าวก็ได้แก่ การชั่งน้ำหนัก ส่วนสูง รอบเอว , ประเมินพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ, วัดความดันโลหิต,เจาะเลือดคัดกรองเบาหวานและสารเคมี,กายภาพบำบัดป้องกันข้อติด,แนะนำวิธีล้างผัก,ตรวจฟัน, ตรวจมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก และอื่นๆอีกคณานับ

 

พี่เค้าพวกเราไปแนะนำตัวกับบรรดาท่านๆผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายที่ใส่ชุดสีขาวดูเป็นพิธีการที่จำได้หลักๆก็จะมีนายกเทศมนตรี,นายอำเภอ,ปลัดอำเภอและสาธารณสุขอำเภอ บิดาของเพื่อนเรา อิอิอิ ดูเหมือนกลุ่มเราจะมีอิทธิพลในท้องที่ไม่น้อยทีเดียว

 

และก็พี่ๆตามฐานต่างๆ  จากนั้นเค้าก็บอกว่า น้องๆอยากอยู่ส่วนไหนไปแจมได้เลย อ่าว อย่างนี้ก็เข้าทางสิ  งั้นหนูไปประกวดเต้นฮูล่าฮู้ปกับน้องๆเค้านะคะ 555 ใช่แล้วค่า นอกจากฐานบริการด้านสุขภาพที่เอ่ยถึงไปแล้วนั้น ยังมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ของวันนี้ก็คือ การประกวดเต้นฮูล่าฮู้ปจากหมู่ต่างๆใน ต.มะขาม สุดยอดไปเลย แต่ละหมู่เค้าก็จับตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดงไปจนถึงอาม่า อาอึ้ม
มาโชว์ลีล่าส่ายเอวกันอย่างไม่ยอมน้อยหน้า นิสิตแพทย์ของเราสิแน่กว่า ได้ถูกรับเชิญไปเป็นกรรมการตัดสินในนั้นด้วย โอ้ว ว้าว เรามีความสำคัญขนาดนั้นเชียวนะ ไม่ธรรมดา 

หลังจากงานพิธีการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ก็เป็นเวลาเกือบบ่าย โขโบกว่า หิวมากกกกกก เพราะเราไม่ได้กินข้าวเช้ามาน่ะสิ แต่ว่าเราก็ไปแอบแจมอาหารฟรีที่เค้าจัดมาบริการ เดินไปเนียนๆแล้วก็หยิบๆๆ 

นึกถึงเรื่องนี้ทีไรแล้วก็เพลีย 
ขอเม้าท์หน่อยได้แมะ เรื่องมันมีอยู่ว่า อีตอนเรานั่งอธิบายคุณลุงคุณป้าจนคอแทบฉีกว่า ลดหวานมันเค็มนะคะ  เลี่ยงขนมหวาน ลดการเติมน้ำตาลเพิ่มนะคะ อย่าลืมกินยาเบาหวานนะคะ อย่างโน้นอย่างนี้ บลาบลาบลา แต่พอเราเข้าถึงวิถีของพวกเค้า โดยการไปแอบยืนดูตรงซุ้มก๋วยเตี๋ยว เกือบ50%ของผู้ที่เราหวังดีเหล่านั้น
โบ๊ะน้ำตาลทรายลงก๋วยเตี๋ยวชามเท่าฝ่ามือไป 1ช้อนโต๊ะเลยค่ะ ท่านผู้ชม   1ช้อนโต๊ะ!!!!!!!!!!!= 1 เทเบิ้ลสปู๊นนนนนนนนนน   (แปลเพื่อ???)  แล้วเราก็เลยรู้ว่าอาหารยอดนิยมในท้องถิ่นนี้คือ   ก๋วยเตี๋ยวลอยแก้ว - -“  จบการบ่นค่ะ 
ก่อนกลับบ้านพักในช่วงบ่าย ทางเทศบาลก็จัดมังสาหารเป็นการใหญ่มาเลี้ยงเรา
กิน 9 คนกับข้าวเกือบ 20 จาน เหลือบานตะไท  แต่ที่กินเข้าไปก็บานเบอะเหมือนกัน เอิ๊กๆ 


อิ่มแปล้แล้วเราก็กลับมาที่บ้านพัก  สนุกสุขสันต์ กินขนม ดูทีวี จากนั้นก็นอนตายเกลื่อน ประตูบ้านช่องก็เปิดอ้าซ่า ใครไม่รู้ผ่านเข้ามาคงคิดว่า นสพ.โดนยาเบื่อ สลบไสลไปคนละ ชั่วโมง 2ชั่วโมง  ก็ถูกปลุกขึ้นมาจากภวังค์ เพื่อมาเข้าประชุมสภา  เตรียมการไปยิงคำถามเพื่อเก็บข้อมูลมาใช้ในโครงการของเรา นี่!ดูมีสาระขึ้นมาเลยใช่มะล่า แต่กว่าการประชุมจะดำเนินไปได้ก็สะลึมสะลือกันอยู่พักใหญ่เหมือนกัน  แต่ในที่สุดการประชุมก็จบลงด้วยดี ทุกคน happyและแยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัว

 

ยามค่ำวันนี้ไม่มีอะไรทำพวกเราหากิจกรรมกลุ่มบริหารสมองและเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างหมู่มิตรนั่นคือ “เล่นไพ่” 555  กับ slaveและจับหมูหรือว่า heart brigde นั่นเอง ฮี่ๆ ใครเข้ามาอ่านก็อย่าเพิ่งแจ้งตำรวจนะจ๊ะ เดี๋ยวหนีไม่ทัน



สำนักข่าวของเราต้องขออภัยที่มารายงานล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากมีความไม่สะดวกในการสัมผัสถึง internet แต่อย่างไรก็ตาม  เราสัญญาว่า ข่าวล่ามาไวก็ยังคงล่าอยู่  (ล่าช้าน่ะ)  555  ไปละนะจ๊ะ  ทุกคน



สำนักข่าวเฝ้าระแวง(^.^)V