แพพีวีซี คือ คำตอบของพวกเขา เพราะ แพใหญ่กว่าเรือ ขนคนและบรรทุกสิ่งของได้มากกว่า เพราะ แพราคาถูกกว่าเรือ ติดเครื่องเข้าไปก็ใช้งานได้เหมือนกัน แต่ที่สำคัญ ... แพทำง่ายกว่าเรือ ^-^ (อันนี้ เราคิดเอง)

นวัตกรรมอันเนื่องจากน้ำ

       

 

         น้ำ..น้ำ..น้ำ น้องเคยเห็นน้ำหรือเปล่า 

         น้ำมันมีมวลไม่เบา

         จะท่วมยาวๆ ที่บ้านเรือน น้ำท่วมเป็นเดือนที่บ้านเรา

         น้องมีเรือยาวหรือยัง

         ในช่วงวิกฤติการณ์น้ำท่วม เรือกลายเป็นปัจจัยที่ห้าสำหรับหลายครอบครัว แต่กลับหาซื้อได้ยาก   ซ้ำยังต้องรอคิวยาว และราคาก็แพงเกินจริง เรือลำเล็กๆ ทำจากไฟเบอร์จากเดิมที่ราคาเพียงไม่กี่พันต้นๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นอีกหลาย...หลาย...หลายพันบาท  ลำใหญ่ขึ้นมาหน่อยคิดเป็นเรือนหมื่น  ใหญ่อีกนิดติดเครื่องเข้าไปก็เรือนแสน

         ... อุแม่เจ้า เข้าหลักการดีมานด์แอนด์ซัพพลาย เป๊ะ !!

          มานั่งคิด เราอยู่ในมหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้หลากหลายสาขามากมาย ถ้าองค์ความรู้เหล่านั้น ไม่สามารถถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์และความสุขของปวงประชาได้  เราก็คงต้องจัดตัวเองไว้ในกลุ่มเดียวกับคนประเภท “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” เป็นได้แค่ นักวิชาการบนหอคอยงาช้าง เท่านั้น

          เมื่อเรือกลายเป็นพาหนะสำคัญ  โปรแกรมวิชาวิศวกรรมศาสตร์ต้องรับโจทย์นี้ไปคิดต่อ   ในเมื่อไม่อาจหยุดการมาเยือนของน้องน้ำได้ ก็ต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมใดๆ ที่ทำให้คนสามารถยิ้มรับและอยู่กับน้ำให้ได้

          แพพีวีซี คือ คำตอบของพวกเขา 

          เพราะ แพใหญ่กว่าเรือ ขนคนและบรรทุกสิ่งของได้มากกว่า

          เพราะ แพราคาถูกกว่าเรือ ติดเครื่องเข้าไปก็ใช้งานได้เหมือนกัน

          แต่ที่สำคัญ ... แพทำง่ายกว่าเรือ ^-^ (อันนี้ เราคิดเอง)

          ดร.พัชรศักดิ์ พร้อมทีมงานและนักศึกษา ได้ออกแบบและคำนวณแล้วว่า แพที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจากถังพีวีซีสองร้อยลิตร 4 ใบ นำมาเรียงต่อกัน ขนาดกว้างยาว 1.5X2.5 เมตร นี้ สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 850 กิโลกรัม ด้วยสนนราคาค่าวัสดุไม่เกิน 4,500 บาท ... ทุกคนพยักหน้า เห็นจริง คล้อยตาม

          แล้ว “แพพีวีซี- NPRU” ลำแรกของโลก ก็ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการของวิศวะ   ใช้เวลาครึ่งวันกับหนึ่งคืนเต็ม เสร็จแล้วก็นำไปทดลอง ณ สระน้ำภายในมหาวิทยาลัย

          ...โอ! มันลอยได้จริงๆ  ... 

          เมื่อทดลองและแก้ไขจนเป็นที่พอใจและมั่นใจว่า มันจะไม่นำความอัปยศใดๆ มาให้แล้ว   เราจึงได้นำแพลำนี้พร้อมถุงยังชีพอีก 400 ชุดไปมอบให้กับชาวหินมูลผ่านองค์การบริหารส่วนตำบล ณ วัดศิลามูล

          ด้วยหวังว่าจะให้เป็น “นวัตกรรมต้นแบบ” ที่ใครๆ สามารถนำไปทำใช้เองได้

          และเป็น “นวัตกรรมเชิงกระบวนการ”  เพราะแพนี้นักวิชาการช่วยกันคิด นักศึกษาช่วยกันทำ และผู้พักพิงช่วยกันชี้แนะ   เนื่องจากในศูนย์พักพิงของเรา มีทั้งช่างไม้และช่างยนต์  ทักษะและประสบการณ์ของพวกเขาจึงเป็นประโยชน์ยิ่ง ... ที่สำคัญ ต่างฝ่ายต่างก็ได้เรียนรู้จากกันและกัน

          ในวันนั้น ณ หินมูล ความโดดเด่นของรูปลักษณ์และการใช้งานได้จริงของแพนี้ กระทบความรู้สึกของนักธุรกิจสาวชาวสิงคโปร์เข้าอย่างจัง

          ไอลีน ทำธุรกิจที่ต้องเดินทางไปกลับระหว่างเมืองไทยกับสิงคโปร์เป็นว่าเล่น เธอรู้สึกผูกพันกับคนไทย  อีกทั้งความศรัทธาในพุทธศาสนาสายมหายาน ก็ช่วยกล่อมเกลาให้จิตวิญญาณของเธอเป็นจิตวิญญาณของพระโพธิสัตว์ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์  เราได้พบกันที่หินมูลโดยการแนะนำของ องค์สรภาณอนัมพจน์ (อาจารย์เสี่ยงป้อซือเฮีย) เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญาราม (บางม่วง) 

          เธอสั่งทันทีสิบลำเพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่กรุงเทพมหานคร เราพยายามต่อรองเหลือแค่สี่ลำ เป็นแพที่ติดเครื่องยนต์หนึ่ง และแพธรรมดาอีกสาม  โดยคิดค่าใช้จ่ายในราคาต้นทุนของวัสดุ ทั้งยังช่วยนำไปส่งให้ยังจุดต่างๆ ที่วัดมะลิ, จรัลสนิทวงศ์13 และสายสองพุทธมณฑล 

          เมื่อข่าวเรื่องนวัตกรรม “แพพีวีซี-NPRU” แพร่ออกไปยังสื่อต่างๆ ได้มีผู้ติดต่อขอซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีรายการโทรทัศน์หลายรายการมาขอถ่ายทำ  สกู๊ปพิเศษของนิตยสารหลายฉบับมาขอสัมภาษณ์ แต่เราคิดเอาเองว่า ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยจากงานนี้   ไม่ได้อยู่ที่การขานรับของสื่อมวลชนและปริมาณของผู้ต้องการใช้เท่านั้น แต่มันอยู่ที่การบริหารงาน บริหารเวลาและองค์ความรู้ได้อย่างเหมาะเจาะ เหมาะสมต่างหาก

          เพราะนี่คือ พันธกิจการบริการวิชาการที่สอดคล้องกับ “กาละ” และ “เทศะ