การคิดนวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก แต่ที่สำคัญกว่าคือความคิดจิตใจที่อาสาลงไปดูแลช่วยเหลือผู้พิการถึงที่บ้าน อันนี้เป็นคุณค่ามหาศาลที่น่ายกย่องชมเชยยิ่งนัก

ในการจัดงาน “บันทึกความดี นน่านจัดการตนเอง ถวายพ่อหลวงแห่งแผ่นดิน” เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. ณ ลานโพธิ์ ลานไทร วัดอรัญญาวาส ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน (ดูบันทึกงานได้ที่นี่ครับ) นอกจากจะมีเครือข่ายภาคประชาสังคมต่างๆ เข้าร่วมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว ยังมีเครือข่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ที่มีโต้โผใหญ่อย่างคุณจุฬารัตน์ สุริยาทัย และคุณวัชรีกร ภิมาลย์ โรงพยาบาลท่าวังผา เป็นแกนประสานเครือข่ายทั้งหน่วยบริการสาธารณสุขในฐานะผู้ดูแล ชมรมผู้พิการทุกประเภทจังหวัดน่าน ชมรมเมาไม่ขับจังหวัดน่าน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน และภาคีเครือข่ายที่ช่วยกันขับเคลื่อนงานผู้พิการในพื้นที่ โดยการหนุนเสริมของสำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเขต ๑ เชียงใหม่

ในส่วนของกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายดูแลผู้พิการนี้ เป็นเรื่องราวสืบเนื่องจากการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการไป (ดูบันทึกเดิมที่นี่) แล้วได้หมายกันกันจัดงานมหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการจังหวัดน่านขึ้น ตอนแรกก็คิดว่าจะจัด้วยงบกันเอง แต่ด้วยงบที่มีจำกัด ผมจึงชักชวนให้มาร่วมกับงานมหกรรมประจำปีของฮักเมืองน่าน ซึ่ง จะเปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้สำหรับเครือข่ายอื่นๆ ไปด้วย

ก็มีการเตรียมงานร่วมกันตั้งแต่ก่อนจัดงาน แล้วเมื่อถึงวันงานจริง กลุ่มเครือข่ายผู้พิการน่าจะคึกคักสุดๆ ในปีนี้ มีผู้พิการและผู้ดูแลหลากหลายเข้าร่วมจัดบูธนิทรรศการ นำเอาผลงาน นวัตกรรมต่างๆ มาร่วมแสดง ที่สำคัญมีผู้พิการหลายคนที่ได้รับการโอกาสการฟื้นฟูสมรรถภาพและช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิต ได้มาสาธิตการฟื้นฟูสภาพ มาเล่าเรื่องราวการสู้ชีวิต เป็นที่สนใจของเครือข่ายต่างๆ เป็นอันมาก และที่สำคัญเราได้เห็นมนุษย์ล้อ มนุษย์ไม้เท้ามาพบปะพูดคุยกันอย่างมีความสุข เป็นการพบปะเสวนากันในหมู่คนที่เปี่ยมด้วยมิตรภาพและความรัก

ช่วงที่ผู้เขียนได้พาอาจารย์หมอบุญยงค์ วงศ์รักมิตร ไปเดินดูบูธนิทรรศการของเครือข่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ อาจารย์ได้มีโอกาสซักถามแลกเปลี่ยนกับบุคลากรสาธารณสุขที่ได้มานำเสนอผลงาน ท่านได้หันมาบอกผมตอนหนึ่งว่า “....การคิดนวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก แต่ที่สำคัญกว่าคือความคิดจิตใจที่อาสาลงไปดูแลช่วยเหลือผู้พิการถึงที่บ้าน อันนี้เป็นคุณค่ามหาศาลที่น่ายกย่องชมเชยยิ่งนัก....” จริงด้วยครับอาจารย์นวัตกรรมจิตอาสานี่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดเลยครับ

ในงานนี้ตัวแทนผู้พิการยังได้ร่วมเสวนาในรายการเวทีชาวบ้าน “ข้อเสนอบทเรียนภาคประชาชนในการจัดการตนเองสู่การบูรณาการเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” โดยมีคุณประพจน์ ภู่ทองคำ เป็นผู้ดำเนินรายการ ตัวแทนผู้พิการได้เสนอตอนหนึ่งว่า “....ผู้พิการหลายคนสามารถจัดการตนเองได้ ดูแลตนเองได้ พึ่งตนเองได้ แต่ขาดโอกาสทางสังคม จึงอยากให้สังคมให้โอกาส....สถานที่ต่างๆ กฎ ระเบียบ ของหน่วยงาน หลายแห่งยังไม่เอื้อต่อการเข้าถึงของผู้พิการ บางแห่งยังไม่มีทางลาด ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ จึงอยากให้ปรับระบบให้เอื้อต่อผู้พิการด้วย...”


เมื่อการแสดงต่างๆ ของเครือข่ายฮักเมืองน่านจบลงในช่วงพักเที่ยงหลังเวทีเสวนา ก็เป็นรายการของเครือข่ายผู้พิการ เริ่มด้วยการแสดงซอล่องน่านของอำเภอเชียงกลาง ร่วมกับนักเรียนโรงเรียนศึกษาพิเศษ เป็นการแสดงบูรณาการร่วมกันเนื่องจากเวลามีน้อยจะตัดรายกรก็ไม่ได้ เลยต้องใช้การแสดงแบบบูรณาการร่วมกันแบบทูอินวัน เรียกว่า “โคตรบูรณาการ”

แล้วตามด้วย เวทีเสวนา “เติมหัวใจให้คนพิการ” ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยคุณชัยวัฒน์ ศรีสุวรรณ ประธานเครือข่ายมูลนิธิเมาไม่ขับ จังหวัดน่าน, คุณอรุณ แสนตุ้ย ต้นแบบในการดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพฯ อำเภอท่าวังผา, คุณธารทิพย์ วงศ์วาน นักกิจกรรมบำบัด ชำนาญการ รพ.สต.เชียงคาน, คุณระเบียบ วงศ์วิวัฒนะ พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ รพ.น่าน ตัวแทนจากเครือข่ายบริการสุขภาพ, คุณศรัลลักษณ์ สรรวิริยะ นักสังคมสงเคราะห์ ชำนาญการสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน, คุณวันเพ็ญ มังคละ ประธานชมรม อสม.เขตเทศบาลเมืองน่าน, คุณเอนก สิทธิ อพมก. ดำเนินรายการเสวนาโดย คุณลุลิดา ไชยสีติ๊บ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ท่าวังผา เป็นรายการเสวนาที่ได้เห็นแง่คิดและมุมจากภาคส่วนต่างๆ ที่ได้ขับเคลื่อนการดูแลผู้พิการ ผู้เขียนเห็นพลังจิตอาสา และน้ำจิตน้ำใจของผู้พิการที่ยืดหยัดต่อสู้ชีวิตแล้วปลื้มปิติจริงๆ อยากให้ทุกๆ พื้นที่ได้มีการขับเคลื่อนดำเนินการในลักษณะเดียวกันเช่นนี้ก็จะทำให้ผู้พิการได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง

หลังการเสวนาจบลงก็มีการบรรเลงดนตรีโฟล์คซอง โดยคุณเทิดศักดิ์ สารผัด ตัวแทนผู้พิการจากตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย เป็นบทเพลงที่แต่งขึ้นเอง ชักชวนให้คนไปแอ่วนาน้อย เรียกความตราตรึงใจให้คนฟังได้ไม่น้อย ยอดเยี่ยมจริงๆ ตามด้วยการขับร้องเพลง โดยคุณแสวง ปาโน (รางวัลพิเศษการแต่งเพลง ระดับเขต การประกวดร้องเพลงคนพิการด้านการมองเห็น) จากกลุ่มไม้เท้าขาว ไพเราะจริงๆ ครับ

แล้วก็มีการแสดงซอแบบบูรณาการระหว่างศิลปินซอจากลุ่มน้ำปิง และลุ่มน้ำน่าน เป็นการซอที่มีความครึกครื้นมากเลยทีเดียวครับ

และช่วงท้ายก็เป็นการเวทีเรื่องเล่าและนวัตกรรม “เมล็ดพันธุ์ความดีในการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ จำนวน ๕ เรื่อง ได้แก่

๑ เรื่องเล่า “เครือข่ายกายภาพบำบัดอาสาเพื่อคนพิการ” น้องนักกายภาพบำบัดชำนาญการ โรงพยาบาลน่าน, คุณเทียนไชย รินฤทธิ์ นักกายภาพบำบัดชำนาญการรพ.เวียงสา, และ คุณภัทรพล ดู่ผัด นักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลเชียงกลาง

๒ เรื่องเล่า “ไม้เท้าขาว ก้าวอย่างมั่นใจ ในโลกอันมืด มิด” คุณพยุง ถุงเสน ครูฝึกโครงการไม้เท้าขาว รพ.ท่าวังผา

๓ เรื่องเล่า “ชีวิตที่เหลืออยู่ของสมาน” คุณบุญชาญ พิยะ อาสาสมัครครอบครัวโรงพยาบาลท่าวังผา

๔ เรื่องเล่า “ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในชุมชนเชียงคาน” โดย คุณจินตนา แก้วทวี จพง.สาธารณสุขชำนาญงาน และ คุณวรอร ยศอาลัย อาสาสมัครดูแลผู้พิการในชุมชน รพ.สต.เชียงคาน

๕- เรื่องเล่า “เรื่องราวของเด่น พิการไม่พิการ” คุณเทียนไชย รินฤทธิ์ นักกายภาพบำบัดชำนาญการ รพ.เวียงสา

โดยมีคุณกาญจนา ธนะขว้าง นักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลท่าวังผา เป็นผู้ดำเนินรายการ

เป็นเรื่องเล่าที่ดีมาก ที่แต่ละคนได้อาสาทุ่มเทกายใจลงไปดูแลช่วยเหลือผู้พิการในหลากหลายรูปแบบ จนได้รับผลงานที่น่าภาคภูมิใจ เสียดายเวลามีน้อย แต่ละคนจึงได้เล่าในเวลาจำกัด เอาไว้โอกาสหน้าจัดให้เต็มๆ นะครับ (ตามดูหนังสือเรื่องเล่าผู้พิการที่จะออกตามมานะครับ)

ช่วงท้ายของรายการก็ได้เชิญคุณสุเมธ สายสูง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน ได้มอบรางวัลให้แก่ผู้เล่าเรื่อง และรางวัลรูเล็ต และกล่าวปิดงานไปอย่างอบอุ่น ด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ และความรัก

น้องนักเรียนจากโรงเรียนศึกษาพิเศษมอบภาพวาด "ปู่ม่านย่าม่าน" ให้นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

ขอบคุณผู้พิการต้นเรื่อง เครือข่ายผู้ดูแลผู้พิการทุกหน่วยงาน ทุกรพ. ทุกรพ.สต. ที่ได้นำเอาเรื่องราวดีดีมาแบ่งปัน หวังความความงดงามเหล่านี้จะแผ่กำจายไปยังผู้พิการที่ยังขาดโอกาสในพื้นที่ต่างๆ ได้มีโอกาสเฉกเช่นผู้พิการที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้

บุญฮักษาครับ