สรุปประเด็นจาก Prof. Keh-Chung Lin ในหัวข้อ Frontiers of Occupational Therapy Research and Development in the Asia-Pacific Region จากงาน APOTC2011

นักกิจกรรมบำบัดควรศึกษา "ความหลากหลายในบริบททางวัฒนธรรมภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก" ซึ่งเกิดนวัตกรรมทางการแพทย์ที่น่าสนใจ เช่น

  • Learning therapy (Japan)
  • Robot-assisted therapy (Taiwan)
  • Elephant-assisted therapy (Thailand)
  • Mirror therapy
  • Telehealth - therapy, monitoring (wireless)
  • Biomarker - from cell to society in people with mental illness

รูปแบบการรักษาและการบำบัดฟื้นฟูเริ่มเน้น "ความต้องการในชีวิตของมนุษย์" และผสมผสานการบำบัดทางพฤติกรรม/ประสาทพัฒนาการมากขึ้น ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดควรทำความเข้าใจในศาสตร์และศิลป์ของการประยุกต์วิทยาศาสตร์กับความหมายของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตมากขึ้น

ในงานวิจัยและพัฒนาของนักกิจกรรมบำบัดนั้น เน้นการเข้าถึงมนุษย์ (Humanistic approach) มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ที่เรียกว่า Moral & Humane Intervention (Art & Craft Movement) จนถึงศตวรรษที่ 20 ที่เรียกว่า Rehabilitation Model (Evidence-based practice ในตอนปลายศต. ที่ 20) และในปีเริ่มต้นของศต.ที่ 21 จะเน้นศาสตร์ของการแปลความรู้จากหลักฐานงานวิจัย+คุณค่าวิชาชีพ+ประสบการณ์ทางคลินิกมากขึ้น (Translation science) เช่น Basic science to applied science, bench-to-bedside + bedside-to-bench ทำให้ลดช่องว่างการถ่ายทอดความรู้ระหว่างนักวิจัยและนักปฏิบัติอย่างเป็นระบบมากขึ้น

ตัวอย่างการถ่ายทอดความรู้: การฟื้นฟูระบบประสาท แบ่งการวิจัยประสิทธิผล/เปรียบเทียบระหว่างรูปแบบการบำบัดเดิมกับรูปแบบการบำบัดใหม่ โดยเน้นการวัดประสิทธิผลเชิงรูปธรรม (Metric properties) และอธิบายกลไกเชิงลึกในกลุ่มตัวอย่างสู่การใช้กรอบอ้างอิงสากลอธิบายเพื่อนำไปประยุกต์ใช้เชิงกว้างในประชากร เช่น Constrained Induced therapy Vs Mirror therapy Vs Robotic assisted therapy (RCT/Comparative efficacy on patient's reports, accelerometer) by using brain plasticity & Motor control (ICF - Quality of life & community reentry outcomes)

ในอนาคตวิชาชีพกิจกรรมบำบัดจะทำงานวิจัยกับวิชาชีพอื่นๆ มากขึ้น พร้อมนำหลักฐานของงานวิจัยมาพัฒนาสู่หลักฐานของการปฏิบัติงานทางคลินิกในบริบทต่างๆ มากขึ้น ซึ่ง AOTA ได้ระบุวิสัยทัศน์ว่า "ในปี 2017 งานวิจัยของนักกิจกรรมบำบัดสากลจะเกิดขึ้นเพื่อมนุษยชาติ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-base practice) ที่อ้างอิงหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เด่นชัดและได้รับการยอมรับจากพลังมวลชน"