จากบทความที่แล้วซึ่งเกริ่นนำเกี่ยวกับการเตรียมตัวสู่ “อาเซียน” ตอนที่ 1 ที่ผู้เขียนได้พูดอย่างกว้าง ๆ ในความเป็นมาของการรวมกลุ่มของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ การทำข้อตกลงร่วมกัน การทะลายกำแพงภาษีระหว่างประเทศสมาชิก การเดินสะพัดของเม็ดเงินระหว่างประเทศ การยกเว้นไม่ต้องขอวีซ่าในการเดินทางไปยังประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ และการกำหนดให้มีการใช้  ภาษาอังกฤษ”  เป็นภาษากลางในการสื่อสารระหว่างประเทศสมาชิก ท่านสามารถอ่านย้อนหลังได้ที่ http://www.gotoknow.org/blog/niparat/463197

   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๓ ได้จัดให้มีการประชุมสัมมนาทางวิชาการว่าด้วยเรื่อง  "ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน" ณ โรงแรมการิน จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 โดยมี ดร.เบญจลักษ์  น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และมี ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ เป็นวิทยากรบรรยาย

  

 

    

     ผู้เขียนจะขอเจาะลึกถึงรายละเอียดเป็นด้าน ๆ ไป

              เรากำลังจะก้าวเข้าสู่อาเซียนแบบเต็มรูปแบบ  หากจะมองในด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีประชากรประมาณ 650 ล้านคน นับว่าอาเซียนของเราเป็นฐานเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เป็นรองแค่ประเทศจีนและอินเดียเท่านั้น  ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเชีย ซึ่งกำหนดให้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangements : MRAs) ข้อตกลงหนึ่งในนั้นคือ มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีเฉพาะแรงงานฝีมือ ที่เริ่มต้นใน 7 สาขาอาชีพ อันประกอบไปด้วย สาขาวิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสำรวจ แพทย์ ทันตแพทย์ และนักบัญชี นั่นก็หมายถึงว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป แรงงานฝีมือทั้ง 7 สาขาอาชีพ สามารถไปทำงานในประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ โดยไม่ต้องขอ Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) ซึ่งในปัจจุบันนี้ การที่เราจะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศหรือคนต่างชาติจะเข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องดำเนินการขอ Work Permit จากสำนักงานจัดหางานของประเทศนั้น ๆ หากไม่มีเราจะไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

           ในข้อตกลงดังกล่าวยังครอบคลุมถึงจะต้องได้รับค่าแรงเท่าเทียมกันกับประชากรเจ้าของประเทศและได้รับสิทธิการเสียภาษีในอัตราที่เท่าเทียมกับคนในประเทศนั้น ๆ ทั้งยังครอบคลุมสวัสดิการทางสังคม ทำให้เกิดการถ่ายเทแรงงาน กระจายการจ้างงานระหว่างประเทศ ตลาดแรงงานเปิดกว้างขึ้น เกิดการแข่งขันกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะต้องพัฒนาฝีมือแรงงานอาชีพให้มีความเชี่ยวชาญและชำนาญ ผลพลอยได้อีกอย่างคือจะเกิดกลไกทางเศรษฐกิจลดอัตราการตกงานหรือว่างงานในประเทศให้ลดน้อยลง

            จะเห็นได้ว่า นอกจากเราจะต้องตื่นตัวในการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นภาษากลางในการสื่อสารระหว่างประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนแล้ว เรายังต้องเตรียมพร้อมสำหรับพัฒนาแรงงานฝีมือในกลุ่ม 7 สาชาวิชาชีพ เพื่อเตรียมป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานอาเซียน ที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี นับว่าข้อตกลงดังกล่าวนี้ทำให้มีการเปิดกว้างในด้านความต้องการแรงงานฝีมือทั้ง 7 สาขาวิชาชีพ

             ในมุมมองของผู้เขียน ยังมองระบบการเรียนการสอน "ภาษาอังกฤษ" ในประเทศไทย ผิดพลาดอย่างมหันต์ ที่มุ่งเน้นการสอนไวยากรณ์เป็นหลัก แต่ไม่ได้พยายามฝึกทักษะด้านการสื่อสารให้กับเด็ก ๆ ทำให้เด็กไทยหลายคนเกิดความเบื่อหน่ายวิชาภาษาอังกฤษและมองว่าเป็นวิชาที่ยาก ไม่กล้าที่จะพูดหรือสื่อสารภาษาอังกฤษ เพราะกลัวจะผิดหลักไวยากรณ์ ทำให้ขาดทักษะและความเชื่อมั่นในการสื่อสาร ซึ่งในชีวิตประจำวันหลักไวยากรณ์ไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับ  "ทำอย่างไรถึงจะสื่อสารภาษาอังกฤษกับคนต่างชาติให้เข้าใจ" หัวใจหลักของการสื่อสารภาษาอังกฤษมีเพียงแค่นั้น 

                   เราควรมีการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนในสังกัดตั้งแต่ระดับประถม อาจจะมีการปูพื้นฐานความถนัดทางวิชาชีพอย่างกว้าง ๆ ให้กับนักเรียนเพื่อให้เขาค้นหาความชอบและค้นพบศักยภาพในตัวเอง ซึ่งเด็กยิ่งค้นพบศักยภาพของตัวเองเร็วขึ้นมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้เขามีความมุ่งมั่น สนใจ ที่จะพัฒนาตนเองในด้านนั้น ๆ  เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับมัธยมศึกษา นอกจากโรงเรียนสายสามัญจะมุ่งเน้นสอนเฉพาะวิชาการ ควรมีการบรรจุวิชาชีพให้เป็นวิชาเลือกเสรีที่ให้เด็กสามารถเลือกเรียนตามความถนัดของตนเอง โดยเฉพาะ 7 สาขาวิชาชีพที่เป็นแรงงานฝีมือในกลุ่มอาเซียน และเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาทางอาชีวะศึกษา หรือมุ่งหน้าเข้าสู่มหาวิทยาลัย นักเรียนได้รับการปูพื้นฐานและทักษะทางวิชาชีพตั้งแต่ระดับประถมและมัธยมมาบ้างแล้ว ทำให้เด็ก ๆ สามารถเลือกเรียนในสาขาวิชาชีพที่ตนเองมีความถนัดและชอบ

               เราต้องคอยชี้แนะให้เด็ก ๆ ได้รับรู้และเข้าใจอนาคตของตลาดแรงงานฝีมือในอาเซียน หากมีการกำหนดทิศทางด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานระดับอาเซียน ในอนาคตประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหา คนตกงานหรือว่างงานอีกเลย

              หากจะมองลึกเข้าไปในรายละเอียดของ 7 สาขาวิชาชีพที่สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรีในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนแล้วนั้น จะเห็นได้ว่า ล้วนแล้วแต่มีวิชา  คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์  เป็นหัวใจหลักที่จะแตกแขนงไปใน 7 สาขาวิชาชีพดังกล่าว นั่นหมายถึงว่าโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจะต้องปูพื้นฐานในสองวิชานี้ให้กับเด็กนักเรียนได้เข้าใจอย่างลึกซื้ง

   

              เราต้องจุดประกายให้กับ ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียน ตระหนักและหันมาสนใจเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนเพื่อป้อนเข้าสู่วิชาชีพที่มีตลาดอาเซียนรองรับ ทั้ง 7 สาขาวิชาชีพ และมุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้มีทักษะทั้งด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ อีกทั้งทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อมุ่งสู่ตลาดแรงงานระดับอาเซียนในปี 2558

  ติตตามผลงานเขียน ตอนที่ 3 "เลี้ยงลูก....มุ่งอาเซียน" ได้ที่นี่น่ะค่ะ  http://www.gotoknow.org/blog/niparat/469444