เมตตากรุณามากไป
เช้านี้ กลุ่มงานที่ผมรับผิดชอบอยู่ ได้จัดประกวดทำหนังสือเล่มเล็ก เมื่อใกล้ถึงเวลา ผมก็เข้าไปดำเนินการทันที เพราะผมให้ความสำคัญกับเด็ก ให้ความสำคัญกับครู เป็นห่วงเด็กและครูจะรอนาน พาลจะเสียมาถึงภาพรวม
ในขณะที่น้องแจง น้องเจ้าหน้าที่บอกผมว่า "รอเดี๋ยว รอกรรมการเดี๋ยว"
เท่านั้นละครับ ผมรู้สึกหงุดหงิกงุ่นง่านขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป กลับมาอยู่กับลมหายใจของตัวเองสักพัก
หลังจากนั้น เมื่อสงบๆ นิ่งๆ ผมก็แว็บขึ้นมาได้ว่า เพราะผมมองงานไม่รอบคอบเอง ห่วงแต่เด็ก เลยลืมนึกถึงกรรมการ นั่นคือ เราต้องรู้จักปล่อยวางในบางเรื่อง เพื่อให้ความสำคัญในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์
งานนี้ ผมเลยสรุปได้ว่า เบื้องแรก ผมมีเมตตากรุณาต่อเด็ก ต่อครูมากไป จนกลายเป็นตัณหา กลายเป็นความไม่พอใจ เพราะเป็นเมตตากรุณาที่ไม่มีอุเบกขามากำกับ
ที่ผ่านมา ผมว่าสังคมไทยเราก็เป็นกันมากนะครับ เป็นห่วงเป็นใย พอไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีใครมาสนใจ ก็โมโหโกรธา เพราะไม่มีอุเบกขามากำกับนั่นเอง
ดาวหนึ่งซึ่งเห็นเด่นนัก
ประจักษ์ดวงแจ้งแสงจ้า
ส่องทางด้วยธรรมนำพา
เดินฝ่าครรลองผองภัย
อารมณ์นี้เกิดบ่อย สำหรับผม บางครั้งกว่าจะพบอุเบกขา ก็เตลิดไปไกลแล้ว
อืมมม...เข้าใจคำว่าอุเบกขามากขึ้นค่ะอาจารย์
จะพยายามเอาไปกำกับใจตัวเองบ่อย ๆ นะคะ
เมตตากรุณาก็ดี แต่ระวังมีตัณหา ต้องใช้อุเบกขามาตรวจสอบ ประโยคที่มานี้คล้ายสอดคล้องกับพระธรรมเทศนาของสมเด็จพระญาณสังวร ที่เทศน์ ณ วัดป่าสาลวัน โคราช เมื่อหลายๆ ที่ผ่านมา.ขออนุโมทนา ขอให้มีความสุข
ครับ ผมเอง ก็เผลอหลุดจากอุเบกขา บ่อยๆ ครับ
เพราะคิดว่าเราเป็นคนดี มีเมตตา ๕๕๕
ขอบคุณครับ
ผมเองก็ยังขาดอุเบกขา ในหลายๆ เรื่องครับ ขอบคุณครับ
กราบขอบพระคุณครับ ที่กรุณาเสริมเติมเต็ม ผมเองคงต้องนำอุเบกขา มาเติมเต็มให้ตัวเองอีกหลายเรื่องครับ