สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง Fibre and whole grains reduce bowel cancer risk = "เส้นใย (ไฟเบอร์) และธัญพืชไม่ขัดสี (เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย ซีเรียล ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีท-เติมรำ ฯลฯ) ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
ภาพที่ 1: เมล็ดข้าวสาลีมีส่วนที่เป็นแป้ง หรือข้าวขาว (endosperm) 83% + รำข้าว (bran) 14% + จมูกข้าว (germ) 3%; โปรตีน-วิตามิน-น้ำมันพืชชนิดดี มีมากที่สุดในจมูกข้าว, เส้นใยมีมากที่สุดในรำข้าว [ wikipedia ]
.
ถ้ามีการวิจัยพัฒนารำข้าว-จมูกข้าว ทำให้หอม-อร่อย ใช้เติมไปในอาหาร จะช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร ทำให้การย่อย-ดูดซึมช้าลง-อิ่มนานขึ้น ช่วยป้องกันน้ำหนักเกิน-โรคอ้วน-เบาหวาน (ฝรั่งทำรำข้าว / bran ขายในรูปอาหารเสริม-ซีเรียล 
.
.
ภาพที่ 2: คุณค่าทางอาหารของข้าวกล้องดิบ (ยังไม่ได้หุง) 100 กรัม, ตัวเลข % แสดงร้อยละของความต้องการใน 1 วัน, หลังหุงจะมีสัดส่วนน้ำมากขึ้น 1.5-3 เท่า (ขึ้นกับวิธีหุง-ใส่น้ำมากหรือน้อย) [ wikipedia ] 
.
ทีมวิจัยชาวอังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ จากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ทำการวิเคราะห์การวิจัยก่อนหน้านี้ รวมกลุ่มตัวอย่างเกือบ 2 ล้านคน พบว่า ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลงตามปริมาณเส้นใยจากธัญพืช
.
การกินเส้นใยหรือไฟเบอร์เพิ่มขึ้นทุกๆ 10 กรัม จะทำให้ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลง 10%
.
คณะวิจัยทบทวนผลการศึกษาก่อนหน้านี้ 25 รายงาน พบว่า การกินผักผลไม้เพิ่มขึ้นไม่ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทว่า... การกินเส้นใยหรือไฟเบอร์ รวมทั้งธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ช่วยลดเสี่ยงโรคหัวใจ-หลอดเลือด
.
ตัวอย่าง เช่น ถ้ากินข้าวกล้อง 3 ส่วนบริโภค (serving / Sv) = ข้าวสาร (ข้าวกล้อง) 90 กรัม = ข้าวกล้องสุกที่ซุยแล้ว 3 ทัพพี (หนาประมาณข้อปลายนิ้วก้อยผู้ใหญ่) ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ 20%
.
Cancer Research UK (แคนเซอร์ รีเซิร์ช - องค์กรการกุศลเพื่อการวิจัย-ป้องกันมะเร็ง) รายงานว่า ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ของคนอังกฤษ (UK) ซึ่งมีประชากรใกล้เคียงกับไทยได้แก่
  • ผู้ชาย = 1/14 (6.9%) หรือ 14 คนมีโอกาสเป็น 1 คน
  • ผู้หญิง = 1/19 (5.4%) หรือ 19 คนมีโอกาสเป็น 1 คน
อ.ดร.แดกฟินน์ ออน (Dagfinn Aune) หัวหน้าคณะวิจัยกล่าวว่า ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ช่วยลดเสี่ยงโรคมากมาย เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 (พบในผู้ใหญ่ และเด็กอ้วน), น้ำหนักเกิน โรคอ้วน ฯลฯ
.
ดร.ออน แนะนำวิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ดังนี้
.
(1). กินเส้นใยหรือไฟเบอร์ > เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ขนมปังขาวเป็นโฮลวีท อย่างน้อย 1/2
.
(2). รักษาน้ำหนัก ระวังน้ำหนักเกิน-โรคอ้วน เช่น ไม่ไปงานเลี้ยงบ่อย ฯลฯ
.
(3). ทำตัวแอคทีฟ (active) = ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ เคลื่อนไหวร่างกายให้บ่อย เช่น ไม่นั่งนิ่งนานเกิน 1-2 ชั่วโมง/ครั้ง, ใช้บันไดแทนลิฟต์ ฯลฯ
.
(4). ไม่ดื่มหนัก (แอลกอฮอล์)
.
(5). ลดเนื้อแดง (red meat = เนื้อสัตว์ใหญ่กว่าสัตว์ปีก เช่น แพะ แกะ วัว หมู ฯลฯ) อย่างน้อย 1/2, เปลี่ยนเป็นโปรตีนพืช เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ถั่ว งา ฯลฯ, ปลา หรือสัตว์ปีก (ถ้านำหนังออกจะลดไขมันได้มาก) 
.
(6). ไม่กินเนื้อสำเร็จรูป (processed meat) เช่น หมูแผ่น หมูหยอง ไส้กรอก ไส้อั่ว ฯลฯ เกิน 1 ครั้ง/สัปดาห์
.
(7). ไม่สูบบุหรี่ > ถ้าต้องการเลิกสูบ... แนะนำให้ปรึกษา รพ.ใกล้บ้าน ดื่มน้ำ-กินมะขามป้อม (ช่วยลดความอยากสูบ), เดินเร็วทันทีที่อยากสูบ 10 นาที
.
กราบเรียนเสนอรัฐบาลลดภาษีข้าวกล้อง คล้ายกับการลดราคาแก๊สโซฮอล์ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยกินข้าวกล้องมากขึ้น
.
ถ้ามีการพัฒนาข้าวที่ย่อยและดูดซึมช้าลง (low glycemic rice) ได้, จะช่วยป้องกันโรคอ้วน-น้ำหนักเกิน, เบาหวานได้ดีมาก และจะทำให้อาหารไทยมีภาพพจน์เป็นอาหารสุขภาพ (healthy food) มากขึ้น เพิ่มจากเดิมที่มีภาพพจน์เป็นอาหารสมุนไพร (herbal food) มาแล้ว
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

> [ Twitter ]

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 13 พฤศจิกายน 2554. ยินดีให้ท่านนำบทความทั้งหมดไปใช้ได้ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.