อยู่อย่างสันติในโลกเครียดๆ
ใครๆ ก็อยากมีสันติสุขกันทั้งนั้น ไม่ว่าเราเป็นนักธุรกิจที่เผชิญแรงกดดันเรื่องกำหนดเส้นตายในที่ทำงาน แม่บ้านที่พยายามไล่ต้อนลูกๆ หรือนักเรียนที่พยายามเรียนให้จบๆ เทอม ทุกๆ คนต่างต้องการสันติสุขทั้งนั้น แต่พวกเราส่วนใหญ่ต้องยอมรับว่า เราพบความเครียดมากกว่าสันติสุข คุณคุ้นเคยกับความเครียดมากแค่ไหน ต่อไปนี้เป็นบททดสอบเล็ก ๆ น้อยๆ ขอให้เติมคำที่เหมาะสมลงในประโยคต่อไปนี้ไห้สมบูรณ์ (ลองดูนะ)
ฉันพร้อมจะยอม......................
ฉันหมดสิ้น............................
ฉันมันก็แค่............................
ชีวิตของฉันกำลังพัง.................
ฉัน....................จนปัญญา
ฉันรู้สึกเหมือนอยากลาออกจาก..........มนุษย์
เป็นยังไงบ้าง ถ้าคุณตอบว่า ยกธงขาว ทุกอย่าง ก้อนอะไรสักอย่าง ทลาย อับ และเผ่าพันธุ์ หรืออะไรทำนองนั้นตามลำดับละก็ ให้คะแนนตัวเอง A+ ได้เลย คุณเป็นผู้ช่ำชองเรื่องเครียด ๆ เชียวล่ะ พวกเราส่วนใหญ่บ่นอย่างนี้กันบ่อยมากจนเกือบกลายเป็นธรรมชาติที่สองไปซะแล้ว
ความเครียด คือ ความจริงอันเลวร้ายของชีวิตในโลกปัจจุบัน ใครๆ ก็อยู่ภายใต้ความตึงเครียดทั้งนั้น ทุกคนเครียดหมด คนในสหรัฐอเมริกากินแอสไพรินกันทุกวัน ยอดขายยากล่อมประสาทพุ่งถึงจุดสูงสุด หนังสือที่พูดเรื่องสันติสุขในในเริ่มติดอันดับขายดี
มีคนบอกว่า เครียดมากไปก็ไม่ดี แล้วมีอะไรใหม่อีกมั้ย เรารู้กันมาเป็นศตวรรษแล้ว ซาโลมอนเขียนไว้เมื่อเกือบ 3,000 ปีก่อน "ใจที่สงบ ให้ชีวิตแก่เนื้อหนัง แต่กิเลสกระทำให้กระดูกผุ" มีคนเขียนเรื่องความเครียดไว้มาก และวิธีการคลาดเครียดก็มาก แต่ใครล่ะที่เข้าใจว่าสันติสุข คืออะไร และต่างจากความสุขตรงไหน
สันติสุข คือการเผชิญทุกอย่างได้แม้จะเกิดปัญหามากมาย ยอมรับได้ในสิ่งที่เกิดไม่บ่นต่อว่าเพราะทุกอย่างเป็นการอนุญาตทั้งสิ้น และบางเรื่องก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน หรือพูดกันง่ายๆ ว่า ปัญหามากมายก็ยังยิ้มได้เสมอ
ความสุข คือ การกระทำที่ทำให้สบายใจ ไม่มีสิ่งใดมาทำให้เหนื่อย ท้อใจ สิ้นหวัง หาทางออกไม่เจอ หรือ มีบางสิ่งมาขโมยความสุขไปแล้วต้องจบชีวิตลง
เราต้องลองค้นหาดูว่าสันติสุขเราแต่ละคนคืออะไร และหาได้จากที่ไหนบ้าง ลองหันหารอบตัวดูว่ามีอยู่หรือเปล่า
ให้เราจำไว้ว่า" สันติสุขไม่ใช่ชีวิตที่ปราศจากปัญหา แต่คือความรู้สึกสงบสุขท่ามกลางพายุร้ายของชีวิต"





