จดหมายถึงครู วันอาทิตย์ ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ กราบสวัสดีค่ะครู ตื่นเช้าขึ้นมาที่กุฏิ ไหว้พระ นั่งภาวนา เขียนบันทึกแล้วก็ออกมาทำกับข้าวที่ห้องครัว กลัวการทำกับข้าวค่ะ ยำแม่กุลทำครั้งที่แล้ว พอต้องมาทำรู้สึกเครียด ดีที่พี่ๆมาช่วยชิม แล้วก็โทรสอบถามสูตรจากแม่กุลเมื่อวาน เหมือนต้องทำอะไรที่ไม่เคยก็จะกลัว แต่ก็ผ่านไปค่ะครู พอตักข้าวที่ศาลา จัดสำรับเตรียมไว้ถวายพระอาจารย์จึงขอโอกาสเข้าไปที่กุฏิ เดินไปดูสวนถ่ายภาพเก็บ แล้วก็เดินออกไปที่บึงหนองไคร้ รู้สึกผ่อนคลายกับตนเอง น้องพัชขอตามไป ซึ่งเราก็อยู่กันอย่างเงียบๆ อากาศดีมากค่ะครู สักพักกลับเข้ามาน้องพัชขอตัวกลับ ติ๋วทำดีท๊อก แล้วครูก็โทรเข้ามา ตอนแรกว่าจะอาบน้ำ ทบทวนกับตนเอง ออกไปหาครูกับอาบน้ำสิ่งไหนจำเป็นกว่ากัน จึงเปลี่ยนใจออกไปหาครู แล้วก็ได้นวดให้ครู รู้สึกดีค่ะครูที่มีโอกาสได้รับใช้ตามกำลัง แล้วพอป้าอบผ่านมาสอนวิธีถ่ายเทน้ำหนักมือ รู้สึกนวดสบายขึ้น พอป้าอบไปพัก นวดๆไป ครูนอนนิ่ง ประหลาดใจและดีใจที่ครูได้พักผ่อน นวดแล้วครูได้หลับ ครูช่วยย้ำให้ว่า “นวดสบายจนได้หลับ ลักษณะเฉพาะของนิ้วติ๋ว และวิธีการถ่ายเทน้ำหนัก ทำให้ลงตัว แล้วก็สำเร็จ” รับรู้ได้ว่าครูเหนื่อยเจออะไรพุ่งเข้าหามากมาย ใจติ๋วปรารถนาจะแบ่งเบา มีเพียงแรงแต่ยังขาดปัญญา ก็ได้ลงมือทำตามกำลังค่ะ บ่ายๆกราบลาพระอาจารย์ใบหน้าท่านยังดูอิดโรยจากพิษไข้ แต่ท่านก็เมตตา ลาครู แล้วกลับบ้านพ่อแม่ ระหว่างทางฝนตก ปรอยๆ พอถึงบ้านพ่อแม่ แม่ดีใจที่กลับมามากค่ะครูจนพ่อแซว มานึกย้อนถึงคำพูดครู “ทุกข์ของแม่คือความรักและความห่วงลูก” กับแม่แล้วชัดมากทั้งๆที่ติ๋วกลับบ้านทุกอาทิตย์ แต่ใจแม่นั้นยังห่วงอยู่เสมอ  ศีลข้อ๑ ไม่ได้เบียดเบียนแต่รับรู้ว่าข้างในมีอะไรขุ่นเป็นระยะๆค่ะ ศีลข้อนี้ยังพร่องอยู่ค่ะ ศีลข้อ ๒ ไม่ขโมยของใคร การหยิบจับอะไรทำให้ระวังมากขึ้นค่ะ ศีลข้อ ๓ ไม่แย่งแฟนใคร แต่พอเห็นราคะที่โผล่หน้าบ่อยๆก็มีความรู้สึกกลัวใจตนเอง บางทีก็อยากจะวิ่งหนีค่ะ แต่ก็มีเสียงครูเตือนว่า “หนีมันทำไม อดทนซิ” ศีลข้อ ๔ ไม่โกหกค่ะ ศีลข้อนี้ทำให้นึกย้อนถึงวินัย ข้อนี้เห็นความไม่เรียบร้อย ไม่ค่อยสะอาด ในตนเองค่ะ ต้องปรับปรุงอีกเยอะเลยค่ะ ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้าแต่สติก็ยังกระปิดกระปรอยค่ะ