วันเสาร์ ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา๑๔.๓๖ น. เช้านี้เดินทางมาถึงวัดประมาณ ๗ โมงกว่าๆมองเข้าไปที่ศาลาลานธรรมไม่มีใครอยู่ใจหาบแว๊บ รึท่านจะเปลี่ยนที่ฉันฑ์ มองไปรอบๆที่ศาลา ๓ มีผ้าขาวนั่งคุยกับแม่ออก ใจชื้นขึ้นมา ลงจากรถได้ยินเสียง”สมาชิกต้นกล้าสวดมนต์” แสดงว่าวันนี้มาทัน ทำไมถึงทันนะ เมื่อคืนกว่าจะนอนก็ตีหนึ่งกว่าๆตั้งใจหุงข้าวไปถวายพระด้วย เป็นข้าวชุดสุดท้ายก่อนหมดถุง ตั้งนาฬิกาตีสองครึ่งแต่ตื่นได้จริงตีสี่ยี่บสิบ ใจหายแว๊บแต่ก็บอกตนเองว่า “ทำให้ดีที่สุด” กว่าจะได้ออกจากขอนแก่นก็ตีห้า บอกตนเองว่า “เอานะขับรถเร่งไปเรื่อยๆแบบประคองสติ” ระลึกถึงครูว่า “อย่าประมาท” แวะเติมน้ำมันแยกบ้านบ่อเห็นป้ายรถเก๋งรถเล็กผ่านไม่ได้ จึงสอบถามทราบว่าผ่านทางเลี่ยงได้ เดินหน้ากับตนเองต่อ ระหว่างทางเห็นน้ำท่วม ใจอยากจอดถ่ายภาพ อยากจอดใส่บาตร แต่ต้องตัดใจ บอกตนเองว่า “ต้องแน่วแน่อย่าวอกแวก” ถึงร้อยเอ็ดหกโมงห้่านาที ช่างใจจะเติมแก๊สดีไหม ตังค์ก็ไม่มากตัดสินใจว่า “เช้าๆไม่มีปัญหาแต่ถ้าสายนี่รอนาน ก็ใช้เวลาเติมไปสิบห้านาที” สรุปออกจากร้อยเอ็ดหกโมงยี่สิบ บึ่งรถ ปกติระทางร้อยเอ็ดยโสธร ติ๋วค่อนข้างใช้เวลาเยอะ ไม่ค่อยถนัดจังหวะแซง แต่วันนี้ตั้งใจ แล้วก็ทำสำเร็จ ได้ข้อสรุปกับตนเองว่า “การนอนน้อยไม่ใช่อุปสรรค ครานี้ดูจะช่วยตั้งสติได้ดี นอนคืนนี้ราวๆสองชั่วโมงกว่าๆได้ จิตใจที่มุ่งมั่นแน่วแน่ ทำให้เป็นไปตามความตั้งใจ” รู้สึกยินดีกับตนเองที่ทำได้ จากที่พลาดไปสามครั้ง ครั้งแรกครูแนะให้มา กระปิดกระปอดโอดครวญ ครั้งที่สองมาเองแต่ไม่ละนิสัยเดิมคือ ชอบแวะข้างทางทำให้ช้า ครั้งที่สามหากุศโลบายพาเพื่อนมาด้วย แต่แล้วก็ไม่สำเร็จ ทั้งๆที่ออกมาก็ไม่เร็วนัก ถือว่าช้าแต่ด้วยใจที่แน่วแน่ทำให้มาถึง อยู่ที่ใจจริงๆ