วันพฤหัสบดี ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๗.๑๓ น.
นั่งทบทวนกับตนเอง ทำไมเห็นในมุมต่างจากพี่ๆ หรือผู้ใหญ่หลายๆท่านเรื่องการลงมือช่วยเหลือ
รึว่า เรารับข้อมูลมากไป เลยออกอาการตื่น เลยพลอย กระโดดลงไปพยายามช่วยเหลือมากไปหน่อย
พอไปปะทะกับ ความเฉยๆ แล้วก็คำว่า "พอเถอะ"
เลยทำให้ต้องเก็บมาพิจารณากับตนเอง
สิ่งที่ดำเนินอยู่ธรรมพาทำ รึกิเลสพาทำ ใจเป็นยังไง?
ตอนนี้สบายๆนะ และยังเห็นช่องทางให้ทำต่อ เพราะก็ยังพอมีแรงช่วยตามกำลัง
ไม่ใช่ช่วยโดยตำแหน่ง
ยอมรับว่า พอได้ฟังเรื่องราวจากพี่ๆที่เป็นคนนำส่งของบริจาคแล้วก็ แทบหมดกำลังใจ
อาจจะส่วนหนึ่งพี่เขาทำโดยตำแหน่ง ไม่ได้ทำด้วยหัวใจ เขาบอกว่า
"ครั้งที่แล้ว ที่เอาไปให้ ไม่ได้มีหนังสือ ไม่ได้เอาของไปลงทะเบียน พอไปถึงก็ให้ๆเลย เลยไม่รู้จะไปรายงานใคร แบบนี้รายงานไปก็คงไม่มีใครเชื่อ "
เก็บคำพูดท่านมาทบทวน
อืมท่านไม่ได้เชื่อมั่นในตนเองรึ ว่าการได้มอบกับมือ คือ การได้ให้แล้ว ทำไมจะไม่มีใครเห็นก็ตัวท่านเองไงที่เห็น
มองย้อนเข้ามาในตนเอง
ติ๋วก็เคยเป็น ต้องมีหลักฐาน ต้องสร้างภาพ ต้องถ่ายภาพ ทำอะไร อยากให้คนเห็นอยากให้เขายอมรับ
หลังๆมา สติเริ่มดีขึ้น
การทำอะไรไม่จำเป็นต้องมีใครมาชม
ครูสอนให้ชมตนเองเป็น ให้กำลังใจตนเองเป็น และต่อว่าตนเองเป็น
ทำดี สิ่งที่ทำดำรงอยู่ในรั้วแห่ง "ศีลธรรม" ก็เดินหน้าเลย
ถ้าเรามัวเเต่คอยติดว่า จะมีใครเห็นไหม แบบนี้ก็แย่เลย ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี
สิ่งที่ทำได้ ณ ปัจจุบันก็คือ ระวังตนเอง ไม่ให้ติดหล่มความหลง ดูเขาก็ย้อนกลับมาดูใจเรา ละสิ่งที่ควรละ เจริญสิ่งที่ควรเจริญนะติ๋ว ขอบพระคุณทุกท่านมากๆที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้..สาธุค่ะ
