ผมเคยเข้าฟังการบรรยายของที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีสมัยหนึ่ง ว่าการประเมินเชิงสมรรถนะ (Competency) ควรจะเป็นการประเมินเชิงพัฒนา ไม่ควรประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน แต่ สกอ.ก็กำหนดมาแล้วว่าการประเมินเชิงสมรรถนะเอามากำหนดให้เป็นเกณฑ์ในการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
แนวคิดนี้ขัดแย้งกันแล้วครับ
ถ้าประเมินคุณลักษณะข้อใดข้อหนึ่งให้มีตัวเลขสูงแล้วจะได้คะแนนประเมินดี ถือเป็นความผิดพลาดของการประเมิน
ตัวอย่าง A ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานาย ก. มีสมรรถนะการทำงานเป็น 3 ในขณะเดียวกันที่นาย ข. มีสมรรถนะการทำงานเป็น 4 จะสมควรให้นาย ข.ได้รับคะแนนประเมินสูงกว่านาย ก. เป็นการประเมินที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะความจำเป็นด้านพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของหน่วยงาน ไม่ได้มีความต้องการพฤติกรรมการทำงานที่เหมือนกัน เท่ากันเสมอไป
การประเมินเชิงสมรรถนะ เพื่อการระบุคุณลักษณะของบุคคลากรที่เป็นอยู่ ให้ได้ว่าปัจจุบันมีคุณลักษณะอย่างไร องค์กรมีความคาดหวังให้บุคลากรพัฒนาคุณลักษณะไปในทิศทางบวกอย่างไร
การเลื่อนขั้นเงินเดือน จึงควรเอาความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกระหว่างสมรรถนะของบุคคลที่เป็นอยู่ในช่วงหนึ่ง กับสมรรถนะของบุคคลที่เป็นอยู่ในอีกช่วงเวลาหนึ่งหลังจากได้รับการพัฒนา(หรือการไม่ยอมพัฒนา) มาเป็นประเด็นการกำหนดผลการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน
ตัวอย่าง B ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานาย ก. มีพฤติกรรมการทำงานเป็น 3 แต่หน่วยงานต้องการให้นาย ก.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็น 4 ในขณะเดียวกันที่นาย ข. มีพฤติกรรมการทำงานเป็น 4 เท่ากับนาย ก. ทั้งที่หน่วยงานต้องการให้นาย ข. มีพฤติกรรมเป็น 5 จึงเพียงพอต่อการทำงาน จากตัวอย่างดังกล่าวหากนาย ก. สามารถพัฒนาเลื่อนตนเองจาก 3 เป็น 4 ได้ สมควรให้นาย ก.ได้รับคะแนนประเมินสูงกว่านาย ข. เพราะความสามารถในการพัฒนาตนเองของนาย ก.ตามความจำเป็นด้านพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของหน่วยงาน แม้ทั้งสองคนจะมีพฤติกรรมการทำงานที่เหมือนกันเท่ากัน(ในระดับ 4)ก็ตาม
ข้อเสนอของการประเมินเชิงสมรรถนะในบทความนี้จึงเสนอให้คะแนนประเมินสำหรับบุคลากรที่พัฒนาตนเองจากสมรรถนะที่เป็นอยู่ไปในทิศทางเชิงบวก