ประสบการณ์จริง 25 ข้อ จากคนที่ น้ำ ท่วม...บ้านแล้ว

 

วันนี้พบข้อความดีๆจากfacebook จึงนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นความรู้สำหรับคนที่ยังไม่โดนนำท่วม
 
โปรดอ่านเรื่องจริงจากผู้พบประสบการณ์จริง
ประสบการณ์จริง 25 ข้อ จากคนที่ น้ำ ท่วม...
บ้านแล้ว
รวบรวมสิ่งที่ได้เรียนรู้ จากน้ำท่วมครั้งนี้ มาบอกกล่าว

1. อย่าเสียเวลากับการป้องกัน

หากบริเวณบ้านของท่านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
แต่ทางการประกาศว่าระดับน้ำอาจสูงถึง 1.5 เมตร
อย่าได้เสียเวลากับการป้องกันเลยครับ ระดับน้ำที่มาถึงบ้านท่าน
รับรองว่า จะต่ำกว่า หรืออาจจะสูงกว่า ที่ทางการประเมิน (รับรองท่วม)

2. กระสอบทราบเป็นแค่เครื่องมือชะล

กระสอบทรายมิใช้แก้วสารพัดนึกครับ มันไม่สามารถกั้นน้ำได้ 100 %
แค่ทำให้น้ำรั่ว หรือซึมเข้ามาได้บ้าง ท่านต้องมีการดูดออกด้วย

3. การวางกระสอบทราย เรามิใช่มืออาชีพ

การจัดเรียงกระสอบทรายต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ๆ ผมกับเพื่อนบ้าน
หมดค่ากระสอบทรายไป 50,000 บาท
สุดท้าย ก้อ ละลายน้ำ

4. อย่าได้เชื่อโครงการ

อันนี้มิได้ต่อว่าโครงการนะครับ
เพียงแค่ว่าเขาประเมินสถานการณ์ต่ำไป โครงการผมลงทุนน่าจะเป็นล้าน
ตั้งคันดิน กระสอบทรายน่าจะกว่า 30,000 ใบ คันสูง 1.5 เมตร
เครื่องสูบน้ำออกแบบตัวใหญ่ๆๆกว่า 3 ตัว (นิคมอุตสาหกรรม กี่แห่งแล้ว)

5. สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่ สิ่งที่ใช่ อาจไม่เห็น

น้ำมิได้โจมตีจะภาคพื้นดินหรอกครับ มันมาจากใต้ดิน มันมุดกำแพงเข้ามา
บางครั้งมันโพร่งให้เห็น แต่หากมันไม่โพร่งให้เห็น
มันจะซึมลงท่อน้ำทิ้งของโครงการเนื่องจากท่อน้ำทิ้งที่วางแนวไว
นานเข้าจะเกิดการทรุดตัว แครก แตก ทำให้น้ำซึมเข้ามา จนกระทั้งเต็มท่อ
โครงการมัวแต่อุดท่อที่ต่อกับภายนอก และไม่เห็นว่าท่อข้างในมีการรั่วซึม

6. การอุดท่อระบายน้ำเข้าบ้าน มิใช่การป้องกัน

ทุกสำนักจะบอกว่า
ต้องอุดท่อระบายน้ำ ลองอ่านจากข้อสองครับ เราอาจจะรู้สึกว่าแน่นดี
เอาอยู่ น้ำไม่ผ่าน แต่ที่จริง กระสอบทรายแค่ชะลอ ทำให้น้ำผ่านยากขึ้น
และที่สำคัญ พวกบ้านเดียว มีพื้นที่สวน
ใต้บ้านของท่านล้วนแล้วแต่เป็นโพรง
น้ำจะแทรกตัวลงไปจนแน่นโพรงใต้พื้นแล้วจะผุดออกมาตามรอยแตกของบ้าน
บางครั้งอาจจะดันกระเบื้องเข้าบ้านได้ แต่เหตุการณ์นี้เกิดได้ค่อนข้างยาก

7. ห้องน้ำคือจุดอ่อนที่สุด เมื่อน้ำเต็มท่อระบาย

จะหาทางออกมาทั้งน้ำทิ้ง ทางพื้นที่เรียกว่า Floor Drain รวมถึงชักโครก
ซึ่งท่านไม่สามารถจะอุดได้ หากจะอุดจริง ๆ ต้องถอดหัวชักโครกแล้วโบกปูน

8. อย่ามัวสาระวนกันการป้องกัน เมื่อน้ำบุกเข้ามาได้

ท่านจะพยายามลากกระสอบทรายมาปิด มาอุด ซึ่งไร้ประโยชน์
เอาเวลาไปตรวจสอบว่า เรามีอะไรยังไม่ได้ยกขึ้นที่สูงอีกบ้าง

9. ไม่ต้องสะสมเสบียง

เพราะหากปริมาณน้ำขนาดนี้ ท่านถูกตัดไฟแน่นอน
แล้วจะอยู่อย่างๆไร ผมสะสมเสบียงอยู่ได้เกือบ 3 เดือน
จบข่าวตั้งแต่วันแรกแล้ว

10. ก่อปูนเป็นทางออกที่เกือบใช่ แต่.... ไปดูข้อเจ็ดครับ

หากท่านมั่นใจว่าสามารถสร้างระบบปิดในตัวบ้านท่านได้ ก็จงทำเถิด
แต่หากไม่ใช่ อย่าเสียเวลา

11. ระดับความสูง

หากท่านเห็นน้ำขนาดนี้มาอีก ของที่ยกได้
ขอให้ระดับไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร หากจะเทินของก็ให้มั่นใจว่ากว่า
บ้านผมสูงจากถนน 30 เซ็น ก่อปูนอีก ประมาณ 70 เซน สุดท้าย ไม่รอด
อย่าท้อกับของใหญ่ผมได้มีโอกาสคุยกับหลายคนที่น้ำยังไม่ท่วม พอเจอตู้เย็น
เครื่องซักผ้าเข้า ก้อไม่เอา บอกหนัก คุณยังมีเวลาครับ ทำเลย หาเพื่อน
ข้างบ้านมาช่วย ส่วนใหญ่ใช้วิธิเทินเอา คุณเทินสูงไม่ได้เกิน 80 ซม - 1
เมตร หรอกครับ มันจะล้ม ลองใช้ประโยชน์จากชานพักบันไดสิครับ
พื้นที่ประมาณ 2x2 เมตร พอวางเครื่องซักผ้า และ ตู้เย็นใบใหญ่ได้
ความสูงชานพักน่าจะสัก 1.8 - 2 เมตร น่าจะพอไหว
แต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่บ้านท่านด้วยนะครับ

12. เก็บของสำคัญพร้อมหนี

อย่ามั่วเสียเวลาในการป้องกัน
จัดกระเป๋าสำรองอีกใบ เพราะเวลาขันแน่นมาก (คับขัน)
ท่านจะเก็บไม่ทัน
ลืมโน่นลืมนี่

13. หากท่านผ่อนบ้าน จะถูกบังคับทำประกัน จงกลับไปอ่านอนุสัญญา
บางบริษัทจะครอบคลุมน้ำท่วม หรือภัยที่มาจากน้ำ
ท่านอาจจะได้เงินคมาจากการซ่อมบ้าน

14. ปั้มน้ำสิ่งที่ถูกลืม

ระบบน้ำใช้ในบ้านส่วนใหญ่จะเป็น 2 ระบบ
คือต่อประปาตรงกับผ่านปั้ม ท่านสามารถถอดปั้มออกก่อนได้เลยครับ
แล้วปรับไปใช้ต่อตรง แต่น้ำจะเบาสักหน่อย อ้อ
ถอดเสร็จอย่าลืมเอาอะไรมาหุ้มปลายน้ำเข้าบ้านด้วย กั้นไม่ให้
น้ำเสียไหลเข้าบ้าน หากไม่มีอุปกรณ์ถอด ใช้เลื่อยตัดเลยครับ
ให้เหลือปลายไว้ด้วยนะครับ จะได้ต่อกลับง่าย ๆ

15. ผู้ใหญ่ คนชรา เด็ก ผู้ป่วย และหมาแมวเชิญท่านออกมาก่อนครับ

จะได้ไม่พาว้าพะวง ส่วนใหญ่ที่สร้างปัญหา ไม่ใช่คนครับ
สัตว์เลี้ยงของท่านนั่นแหละครับ เพราะมันลุยน้ำไม่ได้เหมือนท่าน

16. รถยนต์ปัจจัยที่ 7 ของท่านจะเป็นตัวสร้างภาระอย่างใหญ่หลวง

โดยปกติ ช่วงหน้าหมู่บ้านทุกแห่งมักต่ำกว่าบ้านในโครงการ ดังนั้น
ท่านอาจจะลุยออกมาไม่ได้ หาที่จอดในเมืองเลยครับ นั่ง taxi เอา

17. ยังไม่ต้องหนีหากท่านจัดการข้อ 15,16 เรียบร้อย

ท่านอยู่เฝ้าบ้านได้ครับ อยู่จนกว่าน้ำจะมา
ลงมาดูว่าเรายังไม่เก็บอะไรอีก จากนั้น ค่อย ๆ หิ้วกระเป๋าที่เตรียมไว้
เดินออกมาอย่างยิ้มแย้ม โปกมือกับเพื่อนบ้านที่โกลาหล
ไม่ต้องกังวลว่าจะออกมายังไงครับ เดินลุยน้ำชิว ๆ ๆ ๆ มาเลย ไม่มี taxi
มารับท่านหรอกครับ อาศัยโบกรถเอา เพราะตอนนั้น ถนนใหญ่ของท่าน
น้ำจะสูงมาก ผมยังโบกรถ 3 ทอดกว่าจะมาถึงบ้านอีกที่หนึ่ง ถึงตอนนั้น
คนไทยไม่ทิ้งกันแน่นอน รับประกัน

18. หากไม่อยากเปียกนอนต่อ ท่านยังอยู่ได้ ตราบใดที่ไฟฟ้าไม่ตัด

ปกติในวันแรกที่น้ำท่วม การไฟฟ้ายังไม่ตัดไฟหรอกครับ กำลังงง ยุ่งอยู่
และระดับน้ำจะเริ่มนิ่งๆๆ ขึ้นช้า ๆ ๆ ๆ ท่านยังอาศัยอยู่ได้
รอจนกว่าจะมีคนมารับ แล้วเปลี่ยนบรรยากาศนั่งรถทหาร ชมวิว หรือจะรอ เรือ
มารับก้อได้ ลุ้นหน่อย มันดี

19. ตรวจสอบ breaker

ว่าอันไหนตัดอะไร พอน้ำมา อพยพขึ้นชั้นสอง
ตัดไฟชั้นล่างให้หมดเลยครับ


20. กะละมัง อุปกรณ์ทุ่นแรง หากยังมีของแยะ

ตอนลุยออกมา เอาใส่กะละมังครับ
แต่ต้องไม่รั่วนะ

21. ฟังคนอื่น ฟังหมู่บ้าน

แต่....จงเชื่อตนเองเวลาจับกลุ่มคุยทุกคนจะให้ข้อมูลในเชิงหวังดี
แค่ท่วมแค่นี้แหละ ไม่มากหรอก ....
อย่าลืมนะครับ คนที่ท่านคุยด้วยไม่เคยโดน ผมนี่แหละ เต็ม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

22. สัญญาณแรก น้ำในท่อระบายน้ำหมั่นสอดส่องดูน้ำในท่อระบายน้ำครับ

หากเริ่มเห็นน้ำมาขังในท่อ แปลว่า ทัพหน้าเขามาถึงแล้ว
เริ่มแทรกตัวลงมาอยู่ในท่อของเร

23. ท่านต้องรู้ชัยภูมิหมู่บ้านท่านควรทราบว่า ทิศแต่ละทิศ ติดอะไร

หากติดสวน ติดนา น้ำมักจะมาล้อมท่านอย่างเงียบๆ
เพราะพื้นที่รอบข้างท่านยิ่งกว้าง น้ำจะขึ้นช้า ๆ ต้องคอยดู
หากเริ่มมีน้ำในนา ในสวนที่ติดกับหมู่บ้าน แสดงว่า
น้ำกำลังตั้งป้อมรอแล้วละ ท่านควรรู้ทางน้ำที่กำลังไหลผ่านว่า หากจะมา
จะเข้ามาทางใด มั่นไปดูบ่อย ๆ

24. ปิดแอร์ เปิดหน้าต่างนอนช่วงนี้

หากท่านทนไหว เปิดหน้าต่างเถอะครับ
เพราะหากท่านเปิดแอร์นอน ท่านจะไม่ได้ยินประกาศอะไรเลย
ยิ่งอยู่ในซอยลึก ๆ ๆ อีก

25. เทปกาวเหนียว ๆ

ปิดปลั๊กไฟที่ต่ำ ๆ กันน้ำเข้าพอจะช่วยได้บ้างครับ
เอาหลาย ๆ ๆ ชั้นหน่อยนะครับ

เท่าที่คิดได้ รวบรวมจากเรื่องจริงที่ประสบ
สุเทพ เตมานุวัตร์
หมู่บ้านมณีรินทร์ 345a