เมื่อประมาณกลางปี 2553 มีละครหลังข่าวเรื่องหนึ่งโดยมีเรื่องย่อๆ ว่า คำม่วน สาวลาวที่รักอยู่กับ จิมมี่ ฝรั่งที่มาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศลาวในฐานะสปาย หลังจากเขาทำภารกิจเสร็จแล้วจึงให้สัญญากับคำม่วนว่าจะกลับมาสู่ขอเธอเพื่อแต่งงาน เวลานั้นคำม่วนตั้งท้องอ่อนๆ อยู่แต่ไม่ได้บอกให้จิมมี่รู้ ตั้งใจว่าจะบอกเขาในวันที่เขามาสู่ขอ แต่จิมมี่กลับฝั่งไทยไปแล้วเขาก็ไม่ได้กลับมาหาคำม่วนอีกเลย เพราะถูกลอบยิงขณะเดินทางกลับมาหาคำม่วนอีกครั้ง คำม่วนคิดว่าจิมมี่ผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับพระธาตุเมืองเก่า เธอจึงตัดใจเลิกคิดถึงจิมมี่นับแต่นั้นมา โดยมี ท่านทองใบ ชายหนุ่มที่หลงรักคำม่วนมาขอเธอแต่งงาน
แต่คำม่วนก็ปฏิเสธ คำม่วนคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิงให้ชื่อว่า จำปา ท่านทองใบพาคำม่วนไปใช้ชีวิตอยู่ที่ปากเซน้อย เพื่อไม่ให้คำม่วนอับอายเพื่อนบ้าน 20 ปีผ่านไปจำปาเติบโตเป็นลูกครึ่งที่หน้าตาสะสวย ดูแลกิจการโฮมสเตย์ของท่านทองใบในฐานะไกด์สาว และมี สะเดา ลูกพี่ลูกน้องคอยช่วยเหลือ พิณ ลูกชายของพ่อเคน มีอาชีพเป็นนักดนตรีที่ดีดพิณได้ไพเราะมากในคณะเสียงสวรรค์ของ ครูสมาน พิณได้เจอกับจำปาตอนที่เธอพาลูกทัวร์มาเที่ยวงานพระธาตุที่นครพนม พิณหลงรักจำปาตั้งแต่แรกเห็น…..
ข้างต้นคือเรื่องราวคร่าวๆ ของละครหลังข่าว เรื่อง เพลงรักริมฝั่งโขง ที่พระเอกเป็นหนุ่มไทยเชื้อสายอีสาน ส่วนนางเอกเป็นลูกครึ่งลาว โดยมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์สองฝั่งโขงระหว่างประเทศไทยและลาว เนื้อหาของละครเรื่องนี้น่าสนใจและมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ เพลงประกอบละคร ที่ชื่อว่า “สาวลาว บ่าวไทย” นั้นมีเสน่ห์น่าค้นหาความหมายที่อยู่ในเพลงมากกว่า
ที่มาของภาพ http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=84585&st=94

เพลง "สาวลาว บ่าวไทย" ประพันธ์คำร้องโดย คุณประภาส ชลศรานนท์ นักเขียนนักแต่งเพลงผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงดนตรี “เฉลียง” เมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว หากฟังสบายๆแล้วนั้น เพลง "สาวลาว บ่าวไทย" อาจแสดงถึงสภาพสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มไทยและสาวลาว ที่ความรักอันสุดแสนโรแมนติกเกิดจากการใช้ชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย จริงใจ และสงบร่มเย็น
แต่หากมองไปถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ไทย-ลาว ในความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม สภาวะแวดล้อมทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมทั้งด้านประวัติศาสตร์และเชื้อสายเผ่าพันธุ์นั้น จะเห็นได้ว่า เพลงสาวลาว บ่าวไทย ได้แสดงนัยสำคัญหลายประการ อาทิเช่น การพูดถึงสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างไทยและลาว ที่ผู้ประพันธ์เสนออารมณ์สนุกเจืออารมณ์ขันด้วยการให้หนุ่มไทยเป็นผู้ว่ายน้ำไปหาสาวลาว เพื่อให้ฝ่ายสาวเหน็บแนมด้วยอารมณ์สนุกสนานประสาหนุ่มสาว ดังนี้ "...(ช) โขงเจ้าเอยก่อนเคยว่ายไป (ญ) ว่ายเฮ็ดหยังสะพานก็มี (ช) พอรักใครว่ายน้ำทุกที (ญ) เว้าจั่งสิน้องนี้บ่เชื่อใจ (ช) โขงเจ้าเอยช่วยเป็นพยาน (ญ) สิเอิ้นสะพานมาสาบานด้วยบ่ (ช) หากทำน้องตรมให้จมโขงไป (ญ) อ้ายหรือไผที่จม..."
การสะท้อนถึงความความเชื่อและความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาของชาวไทยและชาวลาว ในเพลงนี้คือความศรัทธาต่อองค์พระธาตุพนม เมื่อหนุ่มไทยอาสาจะพาสาวลาวไปเที่ยวทะเล เนื่องจากประเทศลาวไม่มีพื้นที่ติดทะเล แต่ฝ่ายหญิงกลับตอบว่าอยากไปไหว้พระธาตุพนมมากกว่า ดังนี้ "...(ช) อยากชวนนวลน้องให้ลองข้ามมา จะพาล่องชายทะเลอ่าวไทย (ญ) อยากไปคือกันนะอ้าย แต่อยากไปไหว้พระธาตุพนม..."
ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างประเทศไทย-ลาว ที่สะท้อนผ่านบทเพลงสาวลาวบ่าวไทยแสดงให้เห็นว่า ชาวไทย ชาวลาว มิใช่คนอื่นไกลและต่างก็มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมายาวนาน การที่ลาวเปิดประเทศมากขึ้นโดยได้เริ่มปฏิรูประบบเศรษฐกิจไปสู่ระบบเศรษฐกิจการตลาด เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน การจัดทำสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว เพื่อยืนยันว่าจะเคารพในเอกราชและไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน รวมทั้งตกลงจะระงับข้อขัดแย้งโดยสันติวิธี โดยประเทศไทยมีนโยบายเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การแลกเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง การแลกเปลี่ยนนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา รวมทั้งการสร้างภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนในสองประเทศ นับเป็นนิมิตหมายอันดีต่อการส่งเสริมความรักความสามัคคีซึ่งกันและกัน
ที่มาของภาพ http://www.siamscubadiving.com/board/view.php?tid=2672

ตอนดูละครก็ไม่ได้คิดตามเนื้อหาของเพลงเท่าไหร่
ประทับใจทำนองเพราะดี อ่อนหวาน...นางเอกสวยมากด้วย
แต่อ่านข้อเขียนนี้แล้ว วิเคราะห์ได้เห็นภาพและความเชื่อมโยง
จากเพลงคู่....สู่ความสัมพันธ์ของสองประเทศ
เจือทัศนคติและแนวโน้มที่ดี...ต่อสิ่งที่จะเกิดในอนาคต
(เพียงในระดับการพูดจาระหว่างบุคคล
พึงระวังอย่าบอกว่าไทยเป็นพี่ ลาวเป็นน้อง...คนลาวจะไม่ค่อยชอบใจน่ะค่ะ)
ขอบคุณบทวิเคราะห์ดี ๆ นะคะ