กิ่งแก้ว วานิชกูล

การศึกษาครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาครูโรงเรียนการเคหะท่าทราย ให้มีความรู้ และทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนการเคหะท่าทราย ระหว่างก่อนและหลังการพัฒนาโดยดำเนินการตามหลักการวิจัยปฏิบัติการ ซึ่งมี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นวางแผน ขั้นปฏิบัติ ขั้นสังเกต และขั้นสะท้อนผล กลุ่มผู้ร่วมศึกษา มีจำนวน 47 คนประกอบด้วยครูโรงเรียนการเคหะท่าทรายที่สมัครใจเป็นกลุ่มผู้ร่วมศึกษา จำนวน 46 คน และ ผู้ศึกษา ในฐานะรองผู้อำนวยการโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบทดสอบ จำนวน 1 ฉบับ แบบสังเกตแบบ มีส่วนร่วม จำนวน 3 ฉบับ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง จำนวน 4 ฉบับ และ แบบประเมิน จำนวน 2 ฉบับ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) แล้วนำเสนอโดยการบรรยายผลการศึกษา ปรากฏดังนี้ 1. สภาพปัจจุบัน ปัญหา ก่อนดำเนินการพัฒนา พบว่า ครูบางส่วนยังยึดวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเดิม ยึดสอนตามแบบเรียนมากกว่ายึดเด็กเป็นสำคัญ เน้นการบรรยายเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงความสนใจ ความต้องการ ความถนัด และความแตกต่างระหว่างบุคคล ครูใช้วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไม่หลากหลาย ขาดการฝึกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ส่งเสริมให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์เอาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 2. การดำเนินการพัฒนา ในวงรอบที่ 1 โดยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน นำคณะครูไปศึกษาดูงานโรงเรียนต้นแบบด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน แล้วดำเนินการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตร โดยการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน การสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน และการประเมินโครงงาน เพื่อให้คำแนะนำช่วยเหลือครูในการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานมากยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้ไปจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อยู่ในระดับดีมาก 2 คน ระดับดี 39 คน อยู่ในระดับพอใช้ 6 คน แต่ยังมีประเด็นที่ต้องปรับปรุงในเรื่องการจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานให้มีความเหมาะสมกับวัยและสภาพแวดล้อมของผู้เรียน และควรมีการปรับปรุงแก้ไขการเขียนรายงาน และ การเสนอผลงานโครงงานที่นักเรียนจัดทำขึ้น 3. การดำเนินการพัฒนา ในวงรอบที่ 2 โดยใช้กิจกรรมการปรับปรุงพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน และกิจกรรมการปรับปรุงพัฒนาการเสนอผลงานโครงงาน ส่งผลให้ ครูสามารถพัฒนาการเขียนแผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ พัฒนาการทำโครงงานได้อย่างถูกต้องและมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริงบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน 4. ผลการพัฒนาครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน พบว่า 4.1 ครูมีความรู้ ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ได้อย่างถูกต้องและเกิดความมั่นใจในการนำไปใช้สอนนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.2 ครูมีทักษะในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานได้อย่างถูกต้อง สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมตามระดับชั้นและวัยของนักเรียน และสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น และสามารถจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้เรียนสามารถตั้งชื่อเรื่องที่จะทำโครงงาน ออกแบบโครงงาน ลงมือทำโครงงาน เขียนรายงาน นำเสนอโครงงาน ประเมินผลโครงงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมเกิดประโยชน์ ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง 4.3 นักเรียนโรงเรียนการเคหะท่าทราย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศึกษา 2552 โดยรวมเท่ากับ 84.90 และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศึกษา 2551 โดยรวมเท่ากับ 76.99 นั่นแสดงว่า ในปีการศึกษา 2552 นักเรียนโรงเรียนการเคหะท่าทราย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2551 คิดเป็นร้อยละ 7.91 ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานของครูโรงเรียนการเคหะท่าทราย เป็นอย่างมาก ทำให้ครูได้รับความรู้ ความเข้าใจ และเกิดทักษะ มีความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งหมายของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในยุคปฏิรูปการศึกษา และเกิดประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างแท้จริง