ผู้เรียนที่ยังเป็นเด็กและเยาวชน พัฒนาการทั้งหลายยังตกอยู่ที่ระดับต้นๆ ของทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ และความคิดด้านคุณธรรมก็ยังอยู่ในระดับต้นๆ ตามการจำแนกของโคลเบิร์ก ผู้เรียนจึงต้องการการเรียนรู้ทั้งด้านคุณธรรม(ซึ่งเป็นทักษะ ไม่ใช่ความรู้)ด้านการค้นพบจัดการตนเอง(ซึ่งอาศัยการจัดกิจกรรมหลากหลาย หรือกิจกรรมหลายทางเลือก) และด้านความรู้ความคิด โดยที่การเรียนรู้ทั้งสามด้านนี้จะต้องได้รับการประคับประคองจากผู้ใหญ่ในลักษณะของการอำนวยการเรียนรู้ นิยมกล่าวกันในปัจจุบันว่ากัลยาณมิตร อันที่จริงกงไกรลาศวิทยาใช้วิถีพุทธในการบริหารจัดการและปฏิบัติการทุกมิติของมนุษย์ แต่จะเล่าถึงภายหลังนะคะ
โรงเรียนคือกัลยาณมิตรจัดตั้ง โรงเรียนเป็นองค์รวมของกัลยามิตร ครูคือกัลยาณมิตรหลักในโรงเรียน คนจะเป็นกัลยาณมิตรของใครได้ต้องอยู่กันยาวๆ รู้จักกันเป็นอย่างดี มีเวลาให้แก่กัน มีสถานที่ที่จะพบปะกัน มีพื้นที่(Space)ที่จะเข้าถึงกัน และมีกรอบความคิดที่ชัดเจนว่าครูคือกัลยาณมิตร(ที่ต้องทำอะไร กับใคร เวลาใด ที่ไหน เพื่ออะไร) ในโรงเรียนที่มีผู้เรียนมากกว่า 300 คน จะต้องมีวิธีจัดการให้ครูจำผู้เรียนได้ และผู้เรียนก็รับรู้ว่าครูจำตนเองได้ด้วย ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำในการทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น จากประสบการณ์ของดิฉัน งานบริหารเพื่อการมี/เป็นกัลยาณมิตรนั้นมากมายหลายหลากจริงๆ เฉพาะครั้งนี้ของเล่าเรื่องเดียวก่อน
โรงเรียนกงไกรลาศวิทยา ได้ทำให้ครูได้รับผิดชอบงานที่มีขนาดเล็กลงแต่ชัดขึ้นมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 ทุกคนสามารถที่จะรู้ได้ตรงกันว่าความรับผิดชอบอยู่ที่ไหน เราจัดโครงสร้างครูเป็นกลุ่มภารกิจที่เรียกกันเล่นๆ ว่า “โรงเรียนเล็กในโรงเรียนใหญ่” มีทั้งหมด 6 โรงเรียนเล็ก ในฐานะครูประจำชั้นในโรงเรียนเล็ก ครูแต่ละท่านรับผิดชอบเหมือนกัน คือ ทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จสูงสุดตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษา ไล่ตั้งแต่ ป้องกัน ส่งเสริม พัฒนา แก้ปัญหา ปรับปรุง ต่อมาในปีการศึกษา 2548 เกิดประสบการณ์แตกฉาน ผูกโยงกันเองเป็นเครือข่ายภายในโรงเรียน คือ ครูแต่ละท่านภายในโรงเรียนเล็กเป็นเครือข่ายกันปฏิบัติงาน แยกกันรับผิดชอบแต่ช่วยกันปฏิบัติงาน ทำนองเดียวกันโรงเรียนเล็กเป็นเครือข่ายกัน เรียกชื่อเก๋ๆ ว่า “เครือข่ายการพัฒนาเยาวชน” บางทีก็เรียกว่า “เครือข่ายการดูแลช่วยเหลือนักเรียน” แล้วแต่เหตุการณ์ ดังภาพข้างล่าง
