กว่า ๒๐ ปีมาแล้วผมได้สำเนาวรรณกรรมสรรพลี้หวนมาหนึ่งฉบับ     จากการที่ท่านโอสถ โกศิน นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในขณะนั้นอยากได้     รศ. นพ. อติเรก ณ ถลาง คณบดีคณะแพทย์ในสมัยนั้น บอกให้คุณสุนทร นาคประดิษฐ์ เลขานุการคณะแพทยศาสตร์ (ในสมัยนั้น) ไปหา      คุณสุนทรเป็นคนพัทลุง มีเพื่อนฝูงมาก    และชอบทางกาพย์กลอน     บางคนเรียกโนราสุนทร     เพราะแต่งกลอนโนราเก่งมาก     คุณสุนทรไปหาต้นฉบับมาได้และให้คนพิมพ์ดีดโรเนียวขึ้น ๒๐ ชุด     ผมได้มาชุดหนึ่ง     เอามาอ่านแบบไม่ตั้งใจ    แต่ก็นึกชมคนแต่งว่าเป็นอัจฉริยะทางคำผวน

       อ. หมออติเรกบอกว่าอย่าอ่านมาก เดี๋ยวจะพบชตากรรมเหมือนคนแต่ง คือ "รากเลือดตาย" (อาเจียนเป็นเลือด)     ผมไม่กลัวแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก     จำได้เฉพาะตอนขึ้นต้นว่า "นครังยังมี - - " จำได้แค่ ๓ คำเท่านี้   ไม่ได้เซ็นเซ่อร์    

       ตอนเขียนเล่าเรื่องเก่าๆ ก็นึกว่าน่าจะเอ่ยถึงวรรณกรรมสัปดนนี้      แต่ต้นฉบับก็ได้เอาไปเก็บไว้ที่บ้านบางขุนนนท์ตอนย้ายบ้านมากรุงเทพ     ไม่มีอิทธิบาทแก่กล้าพอจะไปค้นจากหีบห่อหนังสือมากมาย

       วันนี้ (๒๔ สค. ๔๙) ไปร่วมประชุม วิชาการ สกว.   ตอนบ่ายมีการนำเสนอและวิจารณ์ผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นดีเด่น  เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ     ศ. ชวน เพชรแก้ว แห่ง มรภ. สุราษฎร์ธานี เสนอเรื่อง "ภูมิปัญญาทักษิณจากวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้"    ทำให้ผมได้ทราบว่า เรื่องสรรพลี้หวนนี้มีอยู่ในหนังสือ "วรรณกรรมทักษิณ  วรรณกรรมคัดสรร" เล่ม ๗ (ในชุดที่มี ๑๓ เล่ม พิมพ์จำหน่ายโดย มรภ. สุราษฎร์ธานี   ราคาชุดละ ๘๐๐๐ บาท)  
  
        กลับมาบ้านจึงมาค้นหนังสือดังกล่าว (ศ. สุธิวงศ์ ให้ผมไว้ ๑ ชุด)     พบว่าผู้ปริวรรต (สนิท บุญฤทธิ์) เขียนประวัติของวรรณกรรมนี้ไว้ดังนี้    "สรรพลี้หวน (ของเก่า) เป็นวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ประเภทหัสคดีนิทานกลอนคำผวน    ดังที่ขุนพรหมโลกเขียนกลอนติงไว้ตอนหนึ่งว่า  'บอกภาษานิทานอ่านอย่าแปล'   คำว่า แปล ในที่นี้หมายความตามภาษาถิ่นภาคใต้หมายถึง ผวน    ซึ่งอ่านแล้วไม่แปล เรื่องก็เป็นนิยายประโลมโลกธรรมดา - - -"     รายละเอียดต้องไปอ่านจากหนังสือที่มีจำหน่ายทั้งชุดนะครับ    เขาทำเป็นตำราวิชาการ

       ผมจะยกตัวอย่างให้อ่านสักไม่กี่บรรทัดพอเป็นตัวอย่าง     โดยต้องมีขัอแนะนำ ๒ ข้อ     ข้อแรกอย่าว่าผมลามกเลยนะครับ     ข้อ ๒ จะให้ได้อรรถรสต้องอ่านดังๆ สำเนียงปักษ์ใต้


           นครังยังมีเท่าผีแหน               กว้างยาวแสนหนึ่งคืบสืบยศถา
  เมืองห้างกวีรีหับระยับตา               พันหญ้าคาปูรากเป็นฉากบัง
           สูงพอดีหยีหิบพอยิบติด         ทองอังกฤษสลับสีด้วยหนีหัง
กำแพงมีรีหายไว้ขอดัง                      เจ้าจอมวังพระราโชท้าวโคตวย
           มีเมียรักภักตร์ฉวีดีทุกแห่ง     นั่งแถลงชมเชยเคยฉีหวย
เจ้าคีแหมรูปโอเมียโคตวย                 ท้าวหวังรวยกอดินอยู่กินกัน

วิจารณ์ พานิช
๒๔ สค. ๔๙