วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม 2554 เวลาประมาณ 21.40 น. ซึ่งผมกับลูกสาวทั้งสองคนกำลังเล่นกัน คุยกัน ก่อนนอน เจ้าตัวเล็กที่น่ารักของผม ก็ซุกซน ไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน คุ้ยเศษกระดาษและหนังสือเก่าๆออกมาเล่น ทำให้ผมเห็นบันทึกที่ผมเขียนไปถึงครูประจำชั้น ของ ลูกสาวคนโต ตอนเขาเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ณ ปี พ.ศ. 2552 มีข้อความดังนี้
" เรียนคุณครูประจำชั้นป 3/1 กระผมเป็นผู้ปกครองของเด็กหญิง......ขณะนี้เวลา 22.00น.ของวันที่ 17 กันยายน 2552 ก่อนหน้านี้ประมาณครึ่งชั่วโมง การบ้านที่คุณครูมอบให้เด็กกลับมาทำที่บ้านคือ ก่อนนอนให้เขากราบเท้าพ่อแม่ก่อนนอนลูกสาวคนโตของผเขาบอกให้ผมนั่งบนเตียงแล้วเอาเท้าวางที่พื้น เพื่อที่เขาจะได้กราบก่อนนอน ผมก็ทำตาม เพราะอยากจะดูว่าเจ้าเด็กดื้อคนนี้จะมาไม้ไหนอีก พอนั่งเข้าที่เข้าทาง เขาก็ก้มลงกราบแทบเท้าผม ขณะนั้นใจของผม มันรู้สึกเย็น และชื่นใจอย่างประหลาด ความรู้สึกตื้นตันใจ มันเต็มอิ่มมาก นับตั้งแต่ที่ศรีษะเขาพร้อมกับมือน้อยๆประกบลงมาที่เท้าด้านซ้ายของผม ผมที่ฟูอ่อนนุ่มของเขาคลอเคลียสัมผัสกับเท้าของผม พร้อมกับความรู้สึกตื้นตันใจอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย เขาเป็นเด็กน้อยที่ซุกซนน่าเอ็นดูที่สุดในใจของผม แต่ผมไม่เคยรู้สึกถึงอิทธิพลของความซาบซึ้งที่เขามีอย่างนี้มาก่อนเลย พอกราบเท้าซ้ายเสร็จ เขาก็กราบด้านขวา ทำสลับกันไปมา 3ครั้ง แล้วเขาก็หอมที่หลังเท้าของผมทั้งสองข้าง! วินาทีนั้นเอง ผมทรุดตัวลงไปกอดเขาลูบศรีษะเขาและบอกเขาว่า ลูกรักของพ่อ พ่อชื่นใจที่สุดเลยในวันนี้ ผมหอมแก้มเขาอย่างที่เคย ลูบที่ไรผมของเขาอย่างที่เคย แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนๆก็คือในทุกครั้งเราเป็นฝ่ายกอดเขาก่อนเราทำเพราะรักเขา ปราถนาดีต่อเขา ไม่หวังอะไร แต่ครั้งนี้มันมาจากความตื้นตัน อบอุ่นและมาจากความแปลกใจ ว่าลูกคนนี้กำลังจะทำอะไร วันนี้พลังความอบอุ่นในใจ ในอก จริงๆ ลูกสาวเขาบอกว่า ถ้าพ่อลูบศรีษะเขา จะทำให้เขาได้บุญ ผมจึงลูบอีกครั้ง จากเมื่อสักครู่ที่ทำไปแล้วด้วยความตื้นตันใจและเป็นสุข แต่ตอนนี้ เอ็นดูกับสิ่งที่คุณครูบอกเขาว่าจะได้บุญเมื่อพ่อลูบศรีษะ แถมยังกำชับว่าพรุ่งนี้พ่อต้องไปเล่ายืนยันให้คุณครูฟังนะว่าเขาทำแล้ว ผมมีความสุขอย่างประหลาดในคืนนี้ ผมขอขอบคุณการบ้านชิ้นนี้ของคุณครูนะครับ มันอธิบายยาก บางทีเราจะเข้าใจว่าเราเองฉลาดเข้าใจอารมณ์และพฤติกรรมต่างๆของมนุษย์ได้ดี แต่สำหรับคืนนี้ การบ้านที่คุณครูให้กับเด็ก กลับมาทำที่บ้าน เป็นการบ้านที่สร้างพลังความรู้สึก สุข ตื้นตันใจ และเปี่ยมไปด้วยปิติจริงๆ เดายากมากๆเลยครับกับความรู้สึกนี้ ผมเลยขอเขียนมาเล่าให้ฟังแทนคำพูดที่จะบอกในวันพรุ่งนี้ สำหรับตอนนี้ เจ้าตัวดีทั้งสองหลับแล้ว หลังจากผมเล่านิทานเรื่อง เด็กหญิง วัลลี และเล่นกีต้าร์ เป็นเพลงกล่อมให้เขาหลับ แต่ในใจผมยังรู้สึกเป็นสุขอย่างประหลาด อยากจะขอถ่ายทอดความรู้สึกนี้มาให้ครูได้รับทราบว่า คุณครูเป็นแม่พิมพ์ ให้ลูกของผมจริงๆ ผมจะดูแลจิตใจและร่างกายของเขาที่บ้าน ส่วนที่โรงเรียนก็ฝากอบรมจิตใจของเขาให้ได้รับรู็กับชีวิตอย่างนี้นะครับ สิ่งที่ดีๆที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกของผม เท่าที่ผมสัมผัสได้และถ่ายทอดออกมาได้ ถ้าคุณครูรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ มันเป็นการบ้านที่วิเศษที่สุด และคนที่มีส่วนในความรู้สึกปิติอย่างนี้ก็คือคุณครูครับ ! " ( ปล. ขอบันทึกนี้กลับนะครับจะเก็บไว้ให้เขาดูตอนโตขึ้น เวลา 22.30 น.)
สำหรับตอนนี้ที่บันทึก คือเวลา 22.28 น แล้ว คนอ่านให้ผมพิมพ์คือลูกสาวคนเล็กของผม เอง เขาคอยถามว่าแล้วใครจะอ่านบ้าง ผมก็บอกว่า ตั้งใจจะเก็บให้เขาอ่านตอนโตขึ้นนั่นเเหละ เขาก็ถามว่า แล้วถ้ามีคนลบล่ะ ผมก็บอกว่าไม่หรอก เพราะว่านี่คือส่วนบันทึกของโกทูโน ที่จะบันทึกสิ่งเล็กๆนี้เอาไว้ให้เราได้ตลอดไป .....
สวัสดีค่ะ
บันทึกเล่มเก่าอ่านแล้วซึ้งค่ะ เห็นการแสดงออกที่สื่อถึงความเคารพรักต่อผู้มีพระคุณ ความอ่อนโยน และเห็นความรักที่พ่อมีต่อลูก น่าประทับใจค่ะ
คุณครูให้งานชิ้นนี้มา มีคุณค่ามากค่ะ น่าชื่นชม
บรรยายเห็นภาพชัดเจน ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้าใจความรู้สึกดีๆนี้ ผมเองก็เพิ่งค้นพบ ว่าสิ่งที่เจอด้วยตัวเองนั้น เกินกว่าจะบรรยายจริงๆครับ ขอขอบคุณมากๆครับ
เรียนอาจารย์ครับ ข้อคิดมุมมองของอาจารย์มีค่ามากๆเลยครับ เป็นประโยชน์ต่อสังคมและครอบครัวมากๆครับ