หากย้อนดูบันทึกที่ ดร.ป๊อป เคยกล่าวถึง Sensory Integration (SI) หรือ การประสมประสานหรือการบูรณาการการรับความรู้สึก ก็จะพบปัญหา SI ระบาด SI ระบาดกับ SI เทียม ซึ่งนักกิจกรรมบำบัดที่จบปริญญาตรีจะได้เรียนรู้หลักการและเทคนิคเบื้องต้นสำหรับการนำมาประยุกต์ใช้กับกรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัดอื่นๆ เพื่อใช้ในการประเมินและการออกแบบโปรแกรมกิจกรรมบำบัดในการพัฒนาความสามารถและความสุขในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ
หากนักกิจกรรมบำบัดและสหวิชาชีพอื่นๆ ที่สนใจกรอบอ้างอิง SI ก็ต้องผ่านการอบรม SI ที่มีหลายระดับชั้นเรียนและต้องฝึกประสบการณ์ในการพัฒนาผู้ที่มีความบกพร่องทาง SI หรือ Sensory Integrative Dysfunction (SID) ซึ่งประเทศไทยมีนักกิจกรรมบำบัดที่ ดร.ป๊อป ทราบ เพียง 2 ท่านที่ผ่านการอบรม SI และสามารถให้การประเมิน SID ได้ตามมาตราฐานสากล
ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดที่ไม่ได้ผ่านการอบรม จะต้องประเมินผู้รับบริการให้ชัดเจน หากคัดกรองและสงสัยว่าจะมีปัญหา SID ก็ควรส่งปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และ/หรือใช้กรอบอ้างอิงอื่นๆ ที่นำมาซึ่งการประเมินและการจัดโปรแกรมกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ด้วยเหตุผลทางคลินิกที่เหมาะสม เช่น กรอบอ้างอิงความรู้ความเข้าใจ กรอบอ้างอิงการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตสังคม กรอบอ้างอิงความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต กรอบอ้างอิงการรับรู้ทางการมองเห็น กรอบอ้างอิงนิเวศวิทยาพัฒนาการ กรอบอ้างอิงประสาทพัฒนาการ กรอบอ้างอิงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ เป็นต้น
แต่มีอีกหลายกรณีศึกษาที่มีปัญหาการรับความรู้สึกบางระบบ และต้องใช้การปรับการรับความรู้สึก (Sensory Modulation, SMD) เฉพาะรายในบางระบบ เช่น ในกรณีศึกษาจากบันทึก มองต่างมุมในเด็กซน ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กในช่วง 6 เดือน- 2 ปี ต้องประเมินและจัดโปรแกรม SMD ที่เหมาะสม โดยหลักการคือ จัดโปรแกรมที่สมองของเด็กสามารถควบคุมการทำกิจกรมด้วยตนเอง ซึ่งมีการปรับสมดุลระหว่างการรับสัญญาณทางระบบประสาทที่ต้องกระตุ้นหรือยับยั้งให้เกิดการทำงานของระบบประสาทที่กลมกลืนในสถานการณ์การทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีความสุข
หากสนใจในรายละเอียดอ่านเพิ่มเติมที่ นวัตกรรมทางกิจกรรมบำบัด นักกิจกรรมบำบัดควรพึงระวังว่า หลักการ SI จะเน้นการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเด็กเอง มีการช่วยเหลือเพียงเริ่มต้นหรือไม่เกิน 10% ในช่วงเวลาทั้งหมดของการทำกิจกรรมอย่างสำเร็จเป้าหมาย หากมีการช่วยเหลือและจัดกิจกรรมในรูปแบบของ SMD ก็สามารถเตรียมความพร้อมของโปรแกรมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ก่อนพัฒนาสู่การฝึกทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupation, Meaningful and Purposeful Activities) ซึ่งจากมุมมองของการรับความรู้สึกที่หลากหลายที่ผ่านประสบการณ์ของการฝึกฝนแบบ SI หรือแบบ SMD ก็จะทำให้เด็กมีการพัฒนาจิตวิญญาณที่งดงามมีความสุขในการเรียนรู้กิจกรรมการดำเนินชีวิตต่อเนื่องทุกช่วงวัยต่อไป
ขอบคุณมากครับคุณใบเตย
ขอบคุณมากครับคุณ ป.