ความเจริญของโลกปัจจุบันอยู่บนฐานของกิเลส ใช้กิเลสกระตุ้น “ความเจริญ” ในขณะที่ “ความเจริญที่แท้จริง” คือความสงบสุขในสังคม...
เช้ามืดวันที่ ๓ ก.ย. ๕๔ ผมนั่งรถแท็กซี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิ คุยกับโชเฟอร์ที่ท่าทางเป็นผู้ใหญ่ ว่าชีวิตของโชเฟอร์แท็กซี่ตอนนี้ดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น ระบบแท็กซี่วิทยุช่วยให้เขาได้พักรถ พักคน เป็นระยะๆ แต่ก็มีโชเฟอร์เพียงส่วนน้อย ที่ชีวิตดีขึ้น เพราะส่วนใหญ่เป็นคนไม่มีวินัยในตนเอง ควบคุมความประพฤติของตนเองไม่ได้ มีเงินก็เอาไปเล่นการพนัน เที่ยว ติดผู้หญิง
หลายวันก่อน คุยกับโชเฟอร์แท็กซี่ที่หนุ่มกว่านี้มาก เขาเล่าว่า รายได้ของเขามากกว่าเพื่อนที่ขับแท็กซี่เหมือนกันเป็นเท่าตัว ได้คุยกันว่าทำไมจึงต่างกัน ผมสรุปจากที่เขาเล่าได้ว่า เป็นเพราะความขยันอดทน และไหวพริบในการทำงานต่างกันมาก คนที่คุยกับผมเขารู้ว่าเมื่อไรควรตลุยทำงาน เมื่อไรควรพัก และรู้ว่าจะกดรับงานจากใบงานในวิทยุอย่างไร เป็นต้น
โลกเดียวกัน คนเราก็เดินทางถูก/ผิด ไม่เหมือนกัน แต่นั่นเป็นเรื่องของปัจเจก หรือแต่ละคน
แต่ที่ผมสนใจ และตั้งใจเขียนบันทึกนี้เป็นเรื่องโลกของคนทั้งโลก โลกที่เราอยู่ร่วมกัน โดยต้องการปรารภว่าสังคมมนุษย์กำลังเดินผิดทาง หรือเดินลงเหว/ลงนรก โดยที่เราคิดว่ากำลังเดินไปสู่ความเจริญก้าวหน้า หรือเดินขึ้นสวรรค์
ผมมีข้อสังเกตจากชีวิตที่อยู่มาจนแก่ว่า โลกกำลังเดินผิดทาง โดยที่มนุษย์ได้สร้างระบบต่างๆ ขึ้นมารับใช้ความสดวกสบายของมนุษย์ แล้ววัดความก้าวหน้าหรือความเจริญด้วยวัตถุ และเงิน จนในที่สุดเงิน หรือทุนมันกลายเป็นนายหรือผู้บงการมนุษย์ ให้มนุษย์กลายเป็นทาสของมัน ต้องทำหรือไม่ทำบางเรื่องเพื่อ ประโยชน์ของทุน
ระบบทุนกลายเป็นผู้บันดาลให้มนุษย์โกหกหลอกลวงกันเอง ด้วยถ้อยคำที่เป็นมายา ให้ดูดี ในการกระทำบางอย่างที่ที่จริงแล้วเป็นทางแห่งความเสื่อม เราจะเห็นเรื่องแบบนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในสื่อมวลชนทั้งหลาย ในนามของการโฆษณา ที่มีเป้าหมายกระตุ้นการบริโภค “เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ” ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่
ความเจริญของโลกปัจจุบันอยู่บนฐานของกิเลส ใช้กิเลสกระตุ้น “ความเจริญ” ในขณะที่ “ความเจริญที่แท้จริง” คือความสงบสุขในสังคม ที่ผู้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลเอื้ออาทรต่อกัน ไม่ใช่มุ่งเอาเปรียบเอาชนะกัน ผมจึงเห็นว่าเรากำลังอยู่ในโลกที่เดินผิดทาง
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ก.ย. ๕๔