เว็บไซต์เพื่อสังคม "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก"

   ผ้าขาว 1


            เป็นเรื่องที่เข้าใจตรงกัน รับรู้ทั่วสังคมไทย ว่าผ้าขาวใช้เปรียบเทียบความบริสุทธิ์ของเด็ก
รู้สึกว่าเขาช่างเปรียบเทียบ และการที่เปรียบเทียบเช่นนี้ เนื่องด้วยเขาตั้งคำตอบตอนท้ายไว้แล้ว ว่าผ้าขาวผืนนี้ย่อมจะเปื้อน ย่อมจะเปลี่ยนสี ตามที่ถูกแต้ม ถูกชุบ ความไม่บริสุทธิ์จะถูกปนเปื้อน หรือไม่ก็มีความบริสุทธิ์เข้ามาแซมแทรก สรุปว่าผ้าขาวผืนนี้ต้องเปลี่ยนอย่างแน่นอน และคงจะเป็นในสองกรณีเท่านั้น คือเปลี่ยนในทางดี หรือ เปลี่ยนไปในทางไม่ดี
ความหวังของผู้เป็นพ่อแม่คือ "เปลี่ยนไปในทางดี"

             สภาพความเป็นอยู่ของสังคมยุคเก่าพอจะหวังได้ร้อยละสูงพอสมควร เพราะสังคมยังเข้มแข็งในหลาย ๆ ด้าน ตรงข้ามสภาพความยุ่งเหยิงของสังคมปัจจุบัน ซึ่งเป็นสังคมที่อ่อนแอ เปราะบางไปในทุก ๆ ด้าน พ่อแม่ต้องหนักใจในเรื่องนี้ ไม่สามารถรับประกันได้ว่าลูกจะถูกย้อมสีไปในทางดี ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่เองคอยประคับประคองอยู่แล้ว เหตุเพราะสภาพแวดล้อมภายนอกในปัจจุบันที่ล่อแหลมต่อการเปลี่ยนแปลงของลูกได้อีกนานาประการ นี่คือความหนักใจ ความห่วงใยของพ่อแม่ปัจจุบันที่เกี่ยวเนื่องจากสังคมความเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมในทางที่ไม่ดีอย่างยุคเก่านัก  

             แม้ปัจจุบันมีหน่วยงานมากมาย หลายกระทรวง แต่ไม่ได้แก้ปัญหา หรืออุดรูรั่วได้มากพอที่จะบำบัด ที่จะเยียวยาสภาพสังคมที่ตกต่ำ สภาพสังคมที่ล้มเหลว ให้ฟื้นคืนสภาพที่พอจะเรียกว่าสังคมศีลธรรม สังคมคุณธรรมได้ ปัจจุบันต้องเรียกว่าสังคมไร้ศีลธรรม สังคมไร้คุณธรรม จะด้วยเพราะคุณภาพของผู้ปฏิบัติหน้าที่หย่อนคุณภาพตามสภาพสังคม หรือเพราะนโยบาย หรือแผนงานยังไม่ตรงเป้า หรือหลาย ๆ ปัญหามารวมกัน หรือจะอะไรก็แล้วแต่ สรุปว่าหน่วยงานที่มีอยู่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

             ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นทั้งหมดน่าจะมาจากต้นเหตุ เรื่อง "ผลประโยชน์" สังคมวัตถุนิยมคือสังคมที่แสวงหาผลประโยชน์ เริ่มจากบุคคล กลุ่ม พรรค รวมแล้วคนในสังคมทั้งหมด ทั้งมวล ต่างแสวงหาผลประโยชน์ และที่น่ากลัวคือเพิ่มการแข่งขันอย่างรุนแรง อย่างไม่มีขีดจำกัด เพราะทุกฝ่ายต่างเห็นว่านี่คือแนวทางที่ดี ที่ถูก ที่ควร ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดคือความหายนะของมวลมนุษยชาติ เพราะผลประโยชน์ทำให้สังคมไร้ศีลธรรม สังคมไร้คุณธรรม


ขอนำบทกลอนจากเรื่องอดีต-ปัจจุบัน เสริม


อดีต

     ไม่ต้องขายต้องซื้อคืออดีต
เป็นจารีตประเพณีที่ดีแท้
แลกกันกินแบ่งกันใช้สบายแฮ
ก็มีแต่ความสุขไร้ทุกข์ทน

     เพียงพอกินพอมื้อคือธรรมชาติ
ชาญฉลาดเยี่ยงนี้ซิมรรคผล
เมื่อเงินทองมิต้องจ่ายไร้กังวล
จะดิ้นรนทำไมให้วุ่นวาย

    หากทายาทใหม่มาก็หาเสริม
มากจากเดิมนิดหนึ่งถึงจุดหมาย
วางแผนเสริมเติมลดมิอดตาย
สุขสบายที่แท้เกิดแน่นอน

    เคยมีหูกท้อผ้ามาสวมใส่
ผ้าฝ้ายไหมปิดกายคลายหนาวร้อน
ยื่นน้ำใจก่อเกื้อเอื้ออาทร
ช่วยกันสอนกันทำชื่นฉ่ำใจ

     ประสบการณ์ก่อนเก่าเอาแบบอย่าง
เพิ่มแนวทางเปลี่ยนแปรหรือแก้ไข
ประชากรเพิ่มมาว่าอย่างไร
เร่งวิจัยเร่งหาวิชาการ

     ความบริสุทธิ์ใหญ่ยิ่งในสิ่งแก้
ได้ของแท้คุณค่ามหาศาล
รีบเร่งนโยบายรัฐบาล
บริหารด้วยปัญญาแห่งค่าธรรม

     คนในบ้านในเมืองจะเรืองรุ่ง
ต่างผดุงมุ่งสันติสุขอันเลิศล้ำ
ใช่เกิดมาวุ่นวายชดใช้กรรม
ขอน้อมนำ"ธรรมชาติธรรม"นำนโยบาย

ปัจจุบัน

     ที่ต้องขายต้องซื้อคือปัจจุบัน
ต้องห้ำหั่นขันแข่งแย่งลูกค้า
คอยแข่งขันกันเกินแค่เงินตรา
เพื่อได้มาใช้หนี้ที่ผูกพัน

     ก็กู้ผ่อนร้อนใจไม่วายวุ่น
ลองลงทุนโกยกำไรที่ใฝ่ฝัน
ตัวเป็นเกลียวเคี่ยวงานการทั้งวัน
ทางสุขสันต์มืดมิดปิดประตู

    ทั้งชั่วนาตาปีมิได้พัก
มันผิดหลักธรรมดาน่าอดสู
นี่เกิดมาทำไมไงตัวกู
กว่าจะรู้ถลำล่วงติดป่วงมาร

     อดตาหลับขับตานอนถึงตอนบท
ต้องขับรถตลอดคืนฝืนสังขาร
เพียงหาเงินให้พอขอสู้งาน
สู่ลูกหลานรับช่วงต่อเพราะจำเป็น

     มาเมืองหลิวต้องหลิวมองตาตาม
มองดูงามดูดีอย่างที่เห็น
มองเดือนเสี้ยวเสมือนดังเดือนเพ็ญ
แสนยากเย็นเปลี่ยนใจไปสู่ธรรม

    ด้วยแยบยลกลไกในการค้า
ภาพลวงตามากมายให้ถลำ
ล้างสมองซีดใสไร้คิดจำ
คอยชักนำจูงจมูกไปทุกทาง

   กลายเป็นทาสนายทุนสมุนเพื่อน
เปรียบเสมือนหมารับใช้อ้ายผีสาง
ผลทั้งนายลูกน้องต้องอับปาง
ขออยู่อย่าง "ธรรมชาติธรรม" ชื่นฉ่ำเอย

         เมื่อสังคมตกในสภาพการแข่งขันการเอาเปรียบเช่นนี้ สภาพแวดล้อมที่เด็กรับรู้มันไม่ได้บริสุทธิ์ ปนเปื้อนด้วยมลพิษมากมาย มันมีแต่หลากสี มีแต่สีลาย สีที่พ่อแม่ไม่ต้องการ โอกาสที่เด็กจะถูกย้อมให้เป็นสีลายมีมาก ครอบครัวที่พ่อแม่พอเข้มแข็งในการอบรมบ่มนิสัยบุตรหลานยังมีโอกาสที่จะประคับประคองลูกให้เดินไปตามแนวคิด แนวสอนได้บ้าง แต่นั้นอย่าไปหวังให้สูงเกินไป สภาพแวดล้อมเป็นตัวสำคัญที่มีแรงดึง แรงถ่วง แรงกระชากที่มีอิทธิพลมากกว่าการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่หลายเท่านัก ผ้าที่เคยถูกย้อมให้เป็นสีขาวมาก่อนแล้ว กลับย้อมด้วยสีลายอย่างรวดเร็ว ทันตา หากครอบครัวใดไม่เข้มแข็งในการอบรมบ่มนิสัยลูกโอกาสที่จะประคับประคองลูกสู่แนวทางที่ดีงามดูเลือนรางมากขึ้น

         เราเริ่มบ่นกันแล้ว บ่นกันทั่วมุมเมืองว่า "คุณภาพของเด็กปัจจุบันมันตกต่ำ" เท่านี้ก็พอจะบอกเราได้ว่า สังคมวัตถุนิยม เป็นสังคมที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

        ก่อนหน้าที่นี้สักประมาณ 40 ปี ที่ผ่านมา คนยังมีคุณภาพ คือมีศีลธรรมประจำใจ นั่นเพราะยังไม่มีการแข่งขัน ยังไม่หวังผลประโยชน์อะไรกันมากนัก ยังมีการแบ่งปันกันเป็นธรรมดา สภาพสังคมยังเข้มแข็งด้วยคุณธรรม อยู่กันสงบร่มเย็น ผู้เขียนเองการันตีได้ เพราะเกิดมาเป็นคนสองยุค

ขอนำบทกวีจากเรื่อง อดีต-ปัจจุบัน เสริม

                    อดีต

     ตั้งตุ่มน้ำหน้าบ้านนี่ทานสวรรค์

รดรินกลั่นจากใจในสายเลือด

สายธารใจไม่เคยแล้งฤๅแห้งเหือด

ยึ่งผุดเดือดเคี่ยวธรรมตอกย้ำใจ

 

    เปรียบธารทิพย์ธารธรรมแสนฉ่ำชื่น

คอยหยิบยื่นผองทานแห่งกาลสมัย

นี่แหละแคว้นแดนธรรมอันอำไพ

ชื่นผู้ให้ซึ้งผู้รับนับคณา

 

   ปลูกต้นธรรมในจิตเป็นนิจศีล

จิตป่ายปีนสู่สวรรค์สุดชั้นฟ้า

ศีลธรรมล้ำกฎหมายทุกมาตรา

ไร้อาญาไร้แพ่งแห่งดวงใจ

 

  ขอตุ่มน้ำหน้าบ้านพานหวนกลับ

ขอต้อนรับกลับยุคเก่าสมัย

ขอคืนแคว้นแดนธรรมอันอำไพ

ต่อนี้ไปสันติสุขยุคธรรมเอย

 

 

 

             ปัจจุบัน

 

 

      ตุ่มเหือดแห้งแล้งน้ำตามกาลสมัย

แล้งน้ำใจไหลรินสินธุ์เหือดแห้ง

ธารน้ำใจขาดห้วงช่วงเปลี่ยนแปลง

ด้วยฤทธิ์แรงแห่งอัฐวัตถุนิยม

 

    น้ำในตุ่มเปรียบน้ำใจใสสะอาด

น้ำแห้งขาดจิตสะอาดก็คงล่ม

ถึงวันนี้ที่ก้นตุ่มสุมฝุ่นตม

พ้องสังคมคุณธรรมถูกทำลาย

 

   ด้วยผลประโยชน์การกิจคิดก้าวล้ำ

แม้แต่น้ำนึกขำเขาซื้อขาย

การอยู่กินเกินพอดีนี้วุ่นวาย

สังคมตายคุณธรรมสิ้นแผ่นดินธรรม

 

        เรามาพูดของจริงกันได้แล้วยัง จะได้แก้ปัญหาถูกจุด หรือไม่ก็เปลี่ยนทางเดินใหม่สายใหม่ ทางที่ดีกว่า ทั้งนี้เรามาช่วยคิดช่วยแก้ โดยเอาความจริงมาพูดกัน มาถกเถียงกัน มาวิเคราะห์เจาะลึกกัน
- ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สมดังชื่อหรือไม่
- ตาชั่งของศาล การตัดสินตรงตามคันชั่งที่เป็นเครื่องหมายหรือไม่
- ตำรวจทางหลวง ทำตามหน้าที่ตรงหรือไม่
- หลาย ๆ เรื่อง เอามาตีแผ่แล้วพูดความจริงกัน


       หากเอาความจริงมาตีแผ่จะพบว่า ตัวหลักการทั้งหลายล้วนดี ที่มันไม่ดีมันเสียหาย เป็นเพราะผู้นำมาใช้ นำมาปฏิบัติต่างหาก ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องมาจากผลประโยชน์อย่างเดียวที่เป็นตัวการใหญ่ ที่คอยจะทำลายหลักการทั้งหลายให้เปลี่ยนแปลงไป


        สรุปว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หากยังอยู่วังวนของระบบวัตถุนิยม คนในสังคมถูกสร้างให้เป็นคนไร้คุณธรรม ไร้ศีลธรรมเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


        ได้นำเสนอไว้เกี่ยวกับการบริหารแบบคู่ขนานของรัฐบาล คือแบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายวัตถุนิยม
กับฝ่ายพอเพียงนิยม นี่คือประชาธิปไตยที่แท้จริง ให้เขาได้เลือกทางเดินที่ต้องการ เพื่อถึง "ธรรมชาติ
ธรรมค้ำจุนโลก" ถึง "ธัมมิกสังคมนิยม" และ สุดท้าย "หลักพระศรีอาริย์"

    หากท่านสนใจ เรื่องอื่น ๆ คลิก  http://www.nature-dhrama.com