สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม
ความเป็นมาของสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม( สคส.)
|
ประวัติความเป็นมา
(อ้างอิง Annual Report 2004-2007)
สถาบัน ส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม หรือ สคส. นั้นกล่าวได้ว่าถือกำเนิดขึ้นนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2545 เป็นต้นมา โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ทุนสนับสนุนในการดำเนินโครงการทดลอง เพื่อการจัดการความรู้ในระยะเริ่มต้น เป็นเวลา 3 ปี แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ สกว. ได้มอบหมายต่อให้ ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาพิเศษของ สกว. รับผิดชอบบุกเบิกงานจัดการความรู้ (โครงการ นำร่องเครือข่ายการจัดการความรู้) ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม พ.ศ.2546 (ประกาศแต่งตั้ง 2546) เพื่อการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ "มีการจัดการความรู้ในทุกหย่อมหญ้า"
ตั้งแต่ ปี 2546-2548 สคส. เริ่มต้นศึกษาและพัฒนา “ศาสตร์” ด้านการจัดการความรู้ในสังคมไทย โดยผ่านโครงการนำร่อง โครงการให้ทุนต่างๆในประเทศ (โครงการพัฒนาเครือข่ายการจัดการความรู้ใน รพ.ภาคเหนือตอนล่าง, โครงการส่งเสริมการจัดการความรู้เรื่องการทำนาข้าวในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน มูลนิธิข้าวขวัญ) รวมทั้งการศึกษาทฤษฎีจัดการความรู้จากต่างประเทศ จนได้โมเดลการจัดการความรู้ รวมทั้งเครื่องมือการจัดการความรู้ต่างๆที่เหมาะสมกับบริบทของไทย (โมเดลปลาทู - ปลาตะเพียน, เครื่องมือชุดธารปัญญา, การใช้สุนทรียสนทนา)
ปี 2548สคส.ดำเนินงานจัดทำ Workshop มากมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้มีบทบาทในการทำการจัดการความรู้ ให้กับกลุ่มและหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ จนมีความมั่นใจและเข้มแข็งพอจะทำหน้าที่เผยแพร่การจัดการความรู้ในสังคม ไทย
ปี 2549 สคส.จึงเริ่มงานเปลี่ยนผ่านการทำงานเป็นการผ่องถ่ายหน้าที่ ”การจุดประกายการพัฒนาขีดความสามารถและการเป็นพี่เลี้ยง (จัด KM Workshop)” ให้หน่วยงานต่างๆ ทำหน้าที่นี้ได้เอง โดยที่ สคส.ได้ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อมร้อยโครงข่ายการจัดการความรู้สำหรับสังคมไทย”
ปี 2550 การทำงานของ สคส. เน้นมาที่บทบาทการเป็นที่ปรึกษา พี่เลี้ยงและแกนนำจุดประกายการจัดการความรู้ของสังคม จนได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากทั้งหน่วยงานราชการ บริษัท กลุ่ม เครือข่าย และชุมชน ได้เข้ามาปรึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำงานผลักดันร่วมกันอย่าง กัลยาณมิตร ซึ่งโดยท้ายที่สุดแล้วก็เพื่อสร้างเสริมการใช้ทุนทางปัญญาในสังคมไทยไป พัฒนาทุกภาคส่วนของสังคมอย่างยั่งยืน ให้มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการทำงาน โดยได้ดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการจัดการความรู้ในสังคมไทย มีมากมายหลายด้าน ได้แก่
-
สคส. เป็นผู้ดำเนินการหลัก ”จัดเวทีขับเคลื่อนการจัดการความรู้" โดย...
-
สคส. เป็นวิทยากรกระบวนการในกิจกรรม KM Workshop ร่วมกับภาคีเครือข่าย
-
การเป็นวิทยากรกระบวนการ KM และการบรรยายให้แก่หน่วยงานต่างๆ
-
ร่วมมือกับภาคีในการจัดเวทีหรือกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนเครือข่าย
-
การเข้าร่วมงานและกิจกรรม KM ที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายจัดขึ้น
-
การค้นหา KM ในที่ต่างๆ เพื่อส่งเสริม เผยแพร่ สร้างกระแสการขับเคลื่อน KM
|
|
|
งานของ สคส. ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปี 2550 เพื่อขับเคลื่อนการจัดการความรู้ในสังคมไทย เช่น
-
สคส. เป็นผู้ดำเนินการหลัก "จัดเวทีขับเคลื่อนการจัดการความรู้"
-
สคส.เป็นวิทยากรกระบวนการในกิจกรรม KM Workshop ร่วมกับภาคีเครือข่าย
-
การเป็นวิทยากรกระบวนการ KM และการบรรยายให้แก่หน่วยงานต่างๆ
-
การให้ความร่วมมือกับภาคีในการจัดเวทีหรือกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนเครือข่าย
-
การเข้าร่วมงานและกิจกรรม KM ที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายจัดขึ้น
-
การค้นหา KM ในที่ต่างๆ ทั้งที่เกิดขึ้นเอง เพื่อส่งเสริม เผยแพร่ สร้างกระแสการขับเคลื่อน KM
สคส. เป็นผู้ดำเนินการหลัก "จัดเวทีขับเคลื่อนการจัดการความรู้" โดย
- การประชุมภาคีจัดการความรู้ท้องถิ่น -ภาคประชาชน-ประชาสังคม (ครั้งที่ 20-23)
- งานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ (ครั้งที่ 3)
- งานสัมมนา "KM เพื่อการพัฒนาองค์กรอัจฉริยะ"
สคส.เป็น วิทยากรกระบวนการในกิจกรรม KM Workshop ร่วมกับภาคีเครือข่าย
- การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารแผนงาน สสส.
- เวที New School Forum เวทีใหม่แห่งการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน
- การประชุมเชิงปฏิบัติการ "การสร้างเสริมสุขภาวะในมหาวิทยาลัยราชภัฏ"
- เวที PM Sharing ครั้งที่ 2 เรื่อง "หลายหลากกลเม็ดผลักดันนโยบายสาธารณะให้ประสบผลสำเร็จ ของ สสส."
- เวที "เยาวชนจิตอาสา เพื่อพัฒนาตนเอง"
การเป็นวิทยากรกระบวนการ KM และการบรรยายให้แก่หน่วยงานต่างๆ
- โรงพยาบาลเลิศสิน
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
- สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
- ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.)
- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพฯ
- มูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.)
- คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- KM Workshop in NSTDA ของ สวทช.
- กลุ่มนักกิจกรรมบำบัด
- โครงการนักบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับกลาง ของนิด้า
- สถาบันจิตวิทยาความมั่นคง
- กลุ่มโรงเรียนไชโยบูรพา จ.อ่างทอง
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ
- สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- ส่วน วิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง กองทัพบก
- โครงการ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ภายใต้การให้ทุนของ สสส.)
- มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
- การ บรรยายหลักสูตร นบม. สำหรับผู้บริหารระดับสูงมหาวิทยาลัย ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
- หลักสูตร KM มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยคริสเตียน
การให้ความร่วมมือกับภาคีในการจัดเวทีหรือกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนเครือข่าย
- การประชุมเครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย (UKM) ครั้งที่ 8-10
- ตลาดนัดเครือข่ายการจัดการความรู้มูลนิธิข้าวขวัญ
- การต่อยอด GotoKnow.org
- การสัมมนาภาคีการจัดการความรู้ ภาคราชการ ครั้งที่ 6-7
- ร่วมมือกับหน่วยงานระดับชาติเพื่อขับเคลื่อน KM ประเทศไทย
- เวที KM Research Forum ครั้งที่ 2
- เวที "ปัญญา สัมมนาวาที"
- เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่กับเบาหวานอย่างมีสุขและพอเพียง
การ เข้าร่วมงานและกิจกรรม KM ที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายจัดขึ้น
- งานประชุมการจัดการความรู้ CoP Event ของ กรมราชฑัณฑ์
- การประชุม HA Forum ครั้งที่ 8 ของ พรพ.
- งาน ตลาดนัดความรู้ "พลังแห่งปัญญา ตลาดนัดความรู้สู่ชุมชนเป็นสุข" ของ โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาสถาบันจัดการความรู้ชุมชนท้องถิ่น (โครงการรับทุนจาก สคส.)
- งานประชุมประจำปีเพื่อนำเสนอผลงานและการจัดการความรู้ กรมการแพทย์
- การประชุมกรรมการโครงการกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก – UNDP
- เวที กลุ่มแม่อาสาและคณะทำงาน โครงการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ภายใต้การให้ทุนของ สสส.)
- งานมหกรรม ตลาดนัดการจัดการความรู้ 4 ภูมิภาค ของโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรการศึกษาด้วย การจัดการความรู้ (โครงการ EdKM)
- งานมหกรรมการจัดการความรู้ : ความรู้..สู่ปัญญา..พัฒนาเมืองกาฬสินธุ์ ประจำปี 2550 ของ จ. กาฬสินธุ์
- ตลาดนัดความรู้สู่เส้นทาง...ภาคีส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ของกรมอนามัย
-
ฯลฯ
การ ค้นหา KM ในที่ต่างๆ ทั้งที่เกิดขึ้นเอง เพื่อส่งเสริม เผยแพร่ สร้างกระแสการขับเคลื่อน KM
-
กศน. คลองสาน ซึ่งใช้ KM เพราะต้องการเปลี่ยนการทำงานโดยทำงานให้สอดคล้องกับความ ต้องการของชุมชน มีคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา
-
ชุมชนบ้านหนองจิก จ.อุทัยธานี ที่เริ่มใช้ KM ในการประชุมทุกเดือนเพราะคนในชุมชนต้องการ จะพัฒนาตนเองในทุกๆ ด้านและต้องการพึ่งพาตนเองโดยไม่หวังพึ่งหน่วยงานภายนอก (ซึ่งเดิม นั้นมีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ)
-
กฟผ. โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง ซึ่งทำ KM CoPs อย่างเข้มข้น โดยมีผู้บริหารระดับสูงให้การ สนับสนุนทั้งในด้านนโยบาย, ทรัพยากร, และอื่นๆ รวมทั้งมีจุดแข็งคือ ระบบ IT ที่นำมาใช้สนับสนุน การเก็บคลังความรู้เพื่อนำไปใช้และพัฒนา
-
ซีเอ็ดบุ๊คส์ ซึ่งใช้หลักการ talent management มาใช้ในการพัฒนาคน พัฒนางาน ใช้กลยุทธ์การ ทำงานเป็นโครงการ ที่ให้พนักงานใหม่อาสาสมัครเข้ามาเป็นคณะทำงานและพัฒนาโครงการจน ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจ
-
ศูนย์โรคสมองภาคเหนือ คณะแพทย์ ม.เชียงใหม่ ที่ใช้กับกระบวนการกลุ่มบำบัดของผู้ป่วย โรคสมอง
-
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (แก่งคอย) จำกัด จุดเด่นอยู่ที่การสร้างระบบรองรับกระบวนการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ของพนักงานในองค์กร
-
โรงพยาบาลพุทธชินราช นำ KM มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้มีความเป็นระบบมากขึ้น ใช้วิธีเพื่อนช่วยเพื่อน
-
โรงพยาบาลเทพา จังหวัดสงขลา นำ KM เพื่อไปเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้ถึงศักยภาพในการ ดูแลตัวเอง มีการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
-
กรมอุตุนิยมวิทยา ในกรมอุตุนิยมวิทยา มี CoP 5 กลุ่ม แลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยการถ่ายทอดความ รู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ทำ KM มาแล้ว 2 ปี
-
อบต.ท่าข้าม จังหวัดสงขลา ทำการจัดการความรู้ในเรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้ของคนมีความ สำคัญกว่าโครงสร้างพื้นฐาน ดึงให้ชาวบ้านบริหารชุมชนกันเอง
-
สถาบันธัญญรักษ์ นำ KM ไปใช้กับผู้ป่วยติดยาเสพติด ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนกันเรื่องเทคนิคใน การเลิกยาเสพติด
-
บ้านกาญจนาภิเษก จุดเด่นคือให้เด็กที่ถูกกักขัง รู้จักการบันทึกเรื่องราวประจำวัน ทำให้ครูใน บ้านได้รับรู้ปัญหา เกิดการสื่อสารซึ่งกันและกันได้ดีขึ้น
-
โรงเรียนเพลินพัฒนา ประยุกต์ใช้เครื่องมือ KM ผสมผสานกับเครื่องมือเรียนรู้อื่นๆ ใน โรงเรียนได้อย่างกลมกลืนและมีพลัง มีการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน ที่ เป็นอิสระและเพิ่มความเป็นเจ้าของในกลุ่มครูแต่ละช่วงชั้น อีกทั้งยังมีการทำคลังความรู้ อย่างเป็น ระบบ บุคลากรสามารถเข้าถึงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้ง่าย ส่งผลให้ครูและบุคลากรมีความ สุขกับการใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมาก ซึ่งล้วนส่งผลถึงเด็กได้โดยตรง