มีคำกล่าวที่ว่า "การดำเนินชีวิตเหมือนเดินขึ้นภูเขาสูงที่ยากลำบาก" นับว่าเป็นเรื่องจริง  กว่าที่คนแต่ละคนจะประสบความสำเร็จมีการศึกษา  มีหน้าที่การงานที่มั่นคงต่างต้องใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุด   แต่สิ่งที่ยากกว่าความพยายามก็คือศิลปะในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข

            ผู้เขียนมีโอกาสพบเห็นบุคคลใกล้ชิดหลายคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน  มุ่งมั่นตั้งใจเป็นที่ชื่นชมของผู้บังคับบัญชา และผู้ร่วมงาน ทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่มีวันหยุดราชการ  แม้วันเสาร์  วันอาทิตย์ก็ยังห่วงงาน   งานที่รับผิดชอบต้องสมบูรณ์มากที่สุด  

             สุดท้ายรางวัลตอบแทนในการทุ่มเทให้กับงานจนลืมครอบครัวก็คือ  คู่ชีวิตไปมีคนใหม่  ต้องสูญเสียความอบอุ่นในครอบครัว  ส่งผลให้ลูก ๆ ต้องเสียใจ  เรื่องนี้จะโทษใครดีหนอ ?

            ทำอย่างไรให้ "งานไ้ด้ผลคนเป็นสุข"  โดยที่ครอบครัวก็ไม่มีปัญหานับเป็นศิลปะในการใช้เวลาและใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า   ผู้เขียนขอรวบรวมหลักการที่เคยศึกษาประกอบกับประสบการณ์ของตนเองซึ่งกำลังปรับตนเองเช่นกัน  ดังนี้

                              ๑. รู้จักการวางแผนชีวิต  วางแผนการทำงาน  จัดลำดับความสำคัญของงาน   งานสำคัญต้องรีบทำก่อน

                              ๒. แบ่งเวลาให้เป็น   วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง  ควรแบ่งเวลาดังนี
                                    ๒.๑ พักผ่อน ออกกำลังกาย ออกกำลังใจ ดูแลตัวเอง  ๘  ชั่วโมง
                                    ๒.๒ ทำงานประจำตามหน้าที่  ๘  ชั่วโมง
                                    ๒.๓ ทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่กับครอบครัว  ทำงานอดิเรกที่ใจรัก  เพิ่มพูนความรู้  และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น  ๘ ชั่วโมง 

                              ๓. รู้จักมอบหมายงานให้ผู้อื่น  งานบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องทำคนเดียว  เมื่อมีทีมงานควรลดความเกรงใจ  รู้จักแบ่งหน้าที่ให้ผู้อื่นบ้างเพื่อแบ่งเบาภาระและทำให้งานเสร็จรวดเร็วขึ้น

                             ๔. ฝึกนิสัยให้ตรงต่อเวลา  กำหนดเวลาเสร็จของงานแต่ละเรื่องเพื่อจะได้ทำงานอย่างรัดกุมและทันเวลา

                             ๕. รู้จักใช้อุปกรณ์ช่วย  เรื่องบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาติดต่อด้วยตนเอง  สื่ออุปกรณ์ทันสมัยมากมายหากรู้จักใช้จะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานได้มาก เช่นติดต่อทางโทรศัพท์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือเฟซบุ๊ค

                หากชีวิตเปรียบเสมือนพิณสามสาย ย่อมประกอบด้วย สายที่ตึงเกินไป  สายที่หย่อนเกินไป  และสายที่พอดี หากเรารู้จักตั้งสายพิณให้เหมาะสม  เสียงที่ดีดออกมาย่อมเกิดความไพเราะ ทั้งคนดีดและคนฟังต่างมีความสุข ฉันใดก็ฉันนั้น  

                หวังว่าผู้อ่านทุกท่านคงมีความสุขกับการตั้งสายพิณชีวิตแ่ห่งตน  พร้อมทั้งสามารถบรรเลงดนตรีแห่งชีวิตให้ทั้งตัวเอง และผู้ใกล้ชิดมีความสุขตลอดกาล

                                   (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

                                                                             ธรรมทิพย์
                                                                      ๒๕ กันยายน ๒๕๕๔