ที่สำคัญชุมชนยังได้ทำแผนที่ปราชญ์ ภูมิปัญญาของชุมชนไว้ โดยเด็ก ๆ เมื่อมีเวลาจะได้เข้าไปเรียนรู้ร่วมกับผู้ใหญ่ โดยมอบตัวเป็นศิษย์เพื่อสืบต่อภูมิปัญญานั้น ๆ
ในการถอดบทเรียนครั้งนั้น (๔ กันยายน ๕๔) ทีมอาจารย์ของมหาวิทยาลัยพะเยา ได้แบ่งตำบลต่าง ๆ ออกเป็น ๓ ทีม โดยเลือกเอาพื้นที่ใกล้กันเป็นหลัก เรียกว่าโซนดอกคำใต้กลาง โซนดอกคำใต้ทักษิณ และโซนดอกคำใต้เหนือคือ
-
ดอกคำใต้กลาง ประกอบด้วย ๔ ตำบล คือ ตำบลบุญเกิด ตำบลดอกคำใต้ ตำบลดอนศรีชุมและตำบลสว่างอารมณ์
-
ดอกคำใต้ทักษิณ ประกอบด้วย ๔ ตำบล คือ ตำบลถ้ำ ตำบลบ้านปิน ตำบลหนองหล่ม และตำบลคือเวียง
-
ดอกคำใต้เหนือ ประกอบด้วย ๔ ตำบล คือ ตำบลดงสุวรรณ ตำบลสันโค้ง ตำบลป่าซาง และตำบลห้วยลาน ซึ่งจะทะยอยอธิบายรายละเอียดต่อไป...
.........................................................................
ทีมที่หนึ่ง ดอกคำใต้กลาง ประกอบด้วยเทศบาลเมืองดอกคำใต้ ที่มีพื้นที่ครอบคลุมหลายตำบล กล่าวโดยรวม ๆ แล้วมีทั้งหมด ๔ ตำบล ได้แก่ตำบลบุญเกิด และบางส่วนของตำบลดอกคำใต้ ตำบลดอนศรีชุม และตำบลสว่างอารมณ์
-
ปัญหาที่ทีมนี้ได้พบในภาพรวมคือปัญหายาเสพติด
และทางออกที่ทีมนี้ได้หาทางร่วมกันคือ
-
การตั้งกลุ่มเยาวชน
-
การทำแผนที่จุดเสี่ยง เช่น ทำแผนที่ร้านเหล้า , แผนที่ครอบครัวเสี่ยง ฯลฯ
-
คนที่เคยติดยา ให้เป็นวิทยากร เนื่องจากมีประสบการณ์ตรง
-
อบรมแกนนำเยาวชน แล้วส่งออกไปขยายผล
เพื่อให้เห็นภาพชัด จึงขอยกตัวอย่าง ดังนี้
กรณีองค์การบริหารส่วนตำบลดอกคำใต้
ได้ใช้ประเพณี "ตานตอด" เป็นเครื่องมือในการเกื้อกูลกัน การฟื้นฟูทุนทางสังคม ซึ่งเริ่มต้นด้วยกิจกรรมของเด็กเยาวชนได้ปั่นจักรยานออกไปขอรับทุน-สิ่งของ-เงิน ฯลฯ ในชุมชน ทำให้เห็นภาพของการร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชุมชนและอาจถือว่านี้คือหัวใจของพิธีตานตอดก็ได้ นอกจากนั้นแล้วภาพที่แสดงออกคือความสัมพันธ์ของชุมชน เมื่อมีการทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งผู้ให้และผู้รับก็มีความสุข
ดังนั้น จึง ผศ.มนตรา จึงมีคำถามสำคัญว่าจะทำอย่างไร? พิธีกรรมตานตอด จะเป็นที่พึ่งของคนได้อย่างยั่งยืน ไม่ได้เป็นแค่ให้และรับอย่างเดียว-จบ แต่ควรทำเหมือนให้ไก่ หรือให้โคกระบือ ที่ผู้รับสามารถนำไปเลี้ยงดูตนเองได้ สร้างอาชีพให้เกิดขึ้นได้ จากผลของพิธีกรรมตานตอด?
นอกจากนี้แล้ว ยังพบว่าการเข้าไปรวมกลุ่มของเด็ก เยาวชนหลาย ๆ คน ทำให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการต้านยาเสพติดในชุมชนได้ด้วย
ที่สำคัญชุมชนยังได้ทำแผนที่ปราชญ์ ภูมิปัญญาของชุมชนไว้ โดยเด็ก ๆ เมื่อมีเวลาจะได้เข้าไปเรียนรู้ร่วมกับผู้ใหญ่ โดยมอบตัวเป็นศิษย์เพื่อสืบต่อภูมิปัญญานั้น ๆ
จากประเด็นที่ผ่านมา ทีมอาจารย์มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า องค์การบริหารส่วนตำบลน่าจะทำแผนยุทธศาสตร์ โดยการนำคนในชุมชนเข้ามาร่วมในการสร้าง โดยอาจมองว่านี้คือการสร้างสวัสดิการให้กับสังคมชุมชนในอีกมิติหนึ่ง
กรณีองค์การบริหารส่วนตำบลดอนศรีชุม
หากพิจารณาดี ๆ จะเห็นว่าในชุมชนมีกิจกรรมดี ๆ มากมาย เช่น หัตถศิลป์ มีการผลิตโคมล้านนา ตุงล้านนา มีการอบรมดนตรีพื้นเมืองให้กับเด็กและเยาวชน (สะล้อ ซอ ซึง) เป็นต้น
ทำให้ภาพที่ออกมาผู้สูงอายุเกิดความภาคภูมิใจว่าตนเองยังมีค่า โดยมีความผูกพันธ์กับเด็ก เยาวชนในท้องถิ่น ซึ่งการทำกิจกรรมดี ๆ นี้เองหลายครั้งผู้สูงอายุได้แฝงคำสอนดี ๆ เอาไว้มากมายทั้งจากสัญลักษณ์และคำพูด เช่น การสำนึกรักบ้านเกิด เรื่องคุณธรรมจริยธรรม เรื่องโทษภัยของยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งประเด็นนี้อาจารย์มนตราได้เสริมอีกว่า จะทำอย่างไรให้เป็นตำบลสุนทรียภาพ เป็นผู้สูงอายุยิ้ม-เด็กแย้ม เป็นต้น