เกิดตามกรรม

               

 เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้  ได้เกิดขึ้นกับตัวดิฉันเมื่อไม่นานมานี้เอง ... ……..

เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย  ห่างไกลจากตัวเมืองประมาณ50กิโลเมตร

                เวรดึกวันนั้นบรรยากาศช่างดูเงียบสงัด ซึ่งเป็นธรรมดาตามประสาโรงพยาบาลชุมชนทั่วไป   ณ แผนกห้องคลอดได้มีผู้คลอดอยู่หนึ่งคน  ขณะเดียวกันดิฉันก็ได้มารับเวรเพื่อเตรียมตัวทำหน้าที่เป็นพยาบาลประจำห้องคลอดเวรดึกในคืนนั้น   

หลังจากรับเวรแล้ว  ดิฉันได้ตรวจเยี่ยมประเมินอาการผู้คลอด  ผู้คลอดคนนี้อายุประมาณสามสิบปี รูปร่างค่อนข้างท้วม ผิวสีดำแดง  เธอผ่านการคลอดบุตรมาแล้วหนึ่งครั้ง  การตั้งครรภ์ครั้งนี้จึงเป็นการตั้งครรภ์ครั้งที่สองของเธอ  เธอมีสีหน้าแสดงความไม่สุขสบายจากอาการปวดครรภ์ เนื่องจากมดลูกของเธอมีการหดรัดตัวเป็นพักๆ เพื่อให้ปากมดลูกมีการเปิดขยายพร้อมที่จะขับทารกในครรภ์ออกมาตามกลไกทางธรรมชาติ  เธอครวญคราง และบางครั้งถึงกับเอะอะโวยวายตามจังหวะที่มีการหดรัดตัวของมดลูก  แต่พฤติกรรมเหล่านี้ ดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับดิฉัน ซึ่งถึงแม้ว่าจะผ่านประสบการณ์การทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพประจำแผนกห้องคลอด  เพียงแค่สองปี   แต่ก็ได้รับรู้สิ่งเหล่านี้มามากพอที่จะทำให้เข้าใจธรรมชาติพฤติกรรมและการแสดงอารมณ์ต่างๆของผู้คลอดได้ดี  

                ความก้าวหน้าในการคลอดของเธอเป็นปกติดี  มดลูกมีการหดรัดตัวที่เหมาะสม  ปากมดลูกมีการเปิดขยายหนึ่งเซนติเมตรในทุกๆหนึ่งชั่วโมง    ส่วนนำของทารกมีการเคลื่อนต่ำลง  เสียงหัวใจทารกเต้นเป็นปกติ อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในช่วงปกติ    จนกระทั่งถึงเวลาที่ปากมดลูกเปิดหมด  นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเธอสามารถเบ่งคลอดได้แล้ว  ดิฉันและทีมของเราซึ่งประกอบด้วย พยาบาลสองคน  ผู้ช่วยพยาบาลหนึ่งคน จึงได้พาเธอเข้าไปในห้องคลอด  เราจัดท่าให้เธอนอนหงาย  ขาสองข้างขึ้นพาดขาหยั่ง มดลูกของเธอมีการหดรัดตัวถี่ขึ้นเรื่อยๆ  เธอบ่นเจ็บครรภ์ถี่ขึ้นตามจังหวะการหดรัดตัวของมดลูก  สีหน้าแสดงความไม่สุขสบายทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่า  ดูเหมือนว่าความอดทนของเธอใกล้จะหมดลงทุกที ๆ   และแล้ววินาทีชีวิตที่เธอและพวกเราในทีมรอคอยก็มาถึง     ทารกน้อยได้คลอดศีรษะออกมามาจากช่องคลอดของมารดา ในลักษณะคว่ำหน้าก้มมองลงไปที่พื้น  ด้วยเทคนิคและขั้นตอนที่ดิฉันได้ร่ำเรียนมา   ดิฉันได้หมุนศีรษะทารกน้อยให้อยู่ในลักษณะหงายหน้าขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อดูดเอาสิ่งคัดหลังในปากและจมูกของทารกน้อยออกมาเพื่อป้องกันการสำลัก     และวินาทีนั้นเอง   ดิฉันได้พบกับความหดหู่ น่าสลดใจปนกับความตกใจอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

                 อนิจจา..เมื่อทารกน้อยหงายหน้าขึ้นมา เหตุใดปากของทารกน้อยจึงแหว่งผิดรูป  เพดานปากก็โหว่เป็นโพรงช่างดูน่าเกลียดน่ากลัวผิดธรรมชาติ  ทารกน้อยคนนี้เขาช่างโชคร้ายยิ่งนัก  ด้วยเหตุผลกรรมใดก็มิอาจทราบได้   บัดนี้เขาได้มีความพิการแต่กำเนิดที่เรียกว่า ปากแหว่างเพดานโหว่เสียแล้ว

 

                ขั้นตอนการทำคลอดทารกเป็นอันเสร็จสิ้นไปด้วยดี  แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ  ใครจะเป็นคนบอกมารดาว่าลูกของเธอมีความผิดปกติที่ไม่เหมือนทารกทั่วไป แค่คิดฉันก็ลำบากใจแล้ว  ดิฉันได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนั้นบอกแก่เธอไปว่า " ลูกเป็นผู้ชายนะคะ ดูภายนอกแข็งแรงดีค่ะ แต่...  พร้อมกันนั้นดิฉันได้ยกใบหน้าของทารกให้เธอดู ยังไม่ทันที่ดิฉันจะพูดอะไรต่อ  ทันทีที่เธอได้เห็นหน้าลูก เธอก็มีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับอุทานออกมาว่า 

" ไม่น่าเป็นแบบนี้เลย    แค่ต้องเจ็บท้องคลอดนี่ก็แทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว  ลูกยังจะมาพิการอีก   ถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่แรกเอาออกซะจะดีกว่า   "

                หัวใจของดิฉันหล่นวูบลงไปที่พื้น   นี่คือคำพูดประโยคแรกที่คนเป็นแม่ได้พูดกับลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกหรือนี่  ความรู้สึกหดหู่เริ่มถาโถมเข้ามา  ทุกคนในทีมเงียบกันหมด ไม่มีใครปริปากเอ่ยคำพูดใดๆออกมาทั้งสิ้น   ดิฉันคิดในใจว่าถ้าดิฉันเป็นทารกน้อยคนนั้น  ดิฉันคงเสียใจเป็นที่สุด  จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ในใจดิฉันจะรู้สึกอยากตำหนิเธอขึ้นมา   แต่เมื่อมาคิดทบทวนดูแล้ว  ดิฉันก็เกิดความเข้าใจ เห็นใจ และสงสารเธอที่จะต้องรับสภาพกับความรู้สึกผิดหวัง   ดิฉันจึงเก็บความรู้สึกนึกอยากตำหนิเธอเอาไว้  และแสดงออกด้วยท่าทีที่เข้าใจ เห็นใจ และให้กำลังใจเธอแทน  ขณะเดียวกันฉันก็ยังคงต้องทำคลอดรกให้เธอ  และเย็บแผลฝีเย็บให้เธอต่อจนเสร็จ  ทั้งๆที่ในใจฉันรู้สึกหดหู่ทุกครั้งที่มองเห็นเธอดูเหม่อลอย ไม่แสดงอาการเจ็บปวดใดๆออกมาเลย

                เมื่อย้ายออกห้องคลอด  เธออุ้มทารกน้อยไว้ที่ตักขณะที่ตัวเธอนั่งบนรถเข็นนั่ง   ดิฉันได้มองเห็นสามีของเธอใจจดใจจ่อ รีบเข้ามาอุ้มรับทารกน้อย  และทันใดที่เขาเห็นหน้าทารกน้อยเป็นครั้งแรกนั้น ดิฉันได้รับรู้ถึงความรู้สึกตกใจและผิดหวังของเขาจากสีหน้าและแววตา  ถึงแม้ว่าเขาจะไม่พูดอะไรเลยก็ออกมาเลยก็ตาม 

                ทารกน้อยคนนี้ช่างอาภัพนัก แทบไม่มีใครอยากอุ้ม อยากโอบกอดเหมือนทารกคนอื่นๆ  บรรยากาศหลังคลอดต่างจากที่ดิฉันเคยเห็นมา   ผู้เป็นมารดานอนหันหลังให้  ส่วนผู้เป็นบิดาก็ได้แต่นอนเอามือก่ายหน้าผากเหมือนมีเรื่องให้คิดมากมายเหลือเกิน   ดิฉันคิดอยู่ในใจว่าจะทนดูภาพที่หดหู่ใจนี้ได้อย่างไรกัน

                ด้วยหน้าที่ของดิฉันดิฉันจึงให้คำแนะนำและให้ข้อมูลแก่บิดามารดาของทารกน้อย  เกี่ยวกับสภาพความพิการที่เกิดขึ้น  สาเหตุ   อาการ  ขั้นตอนการดูแลทารก การป้อนนมผสม  รวมถึงขั้นตอนการรักษาโดยการใส่เพดานเทียมให้ทารกน้อยเพื่อให้สามารถดูดนมมารดาได้ และที่สำคัญทารกน้อยสามารถหายขาดจากความพิการนี้ได้ เพียงแต่อาจมีรอยแผลเป็นให้เห็นได้บ้าง ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาทั้งสองคนไม่ได้ใส่ใจในเรื่องที่ดิฉันพูดไปสักเท่าไร รวมทั้งไม่ค่อยสนใจในตัวทารกน้อยด้วย

                และนอกเหนือจากนั้น  ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์  ดิฉันได้ฝากข้อคิดให้แก่บิดา มารดาของทารกน้อยไว้ว่า   การเกิดเป็นมนุษย์นั้นแสนยากนัก  และมีน้อยคนที่จะเกิดเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้  ซึ่งความสมบูรณ์ของการเป็นมนุษย์นั้นหาใช่รูปลักษณ์ภายนอกไม่  การมีจิตใจที่ดีงามต่างหาก

ที่เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  ดังนั้นการที่คนเรามีความพิการก็ไม่ได้แปลว่าจิตใจของเราจะพิการตามไปด้วย  ที่สำคัญสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราไม่สามารถแก้ไขได้แต่เราทำมันให้ดีได้  ด้วยการให้สิ่งดีๆแก่เขา ทั้งความคิด การกระทำ และคำพูด เพื่อให้เขาได้ซึมซับสิ่งดีๆไว้เป็นพื้นฐานในการคิดดี ทำดี และพูดดีต่อไป

                ถ้าถามทารกน้อยว่าเขาอยากเป็นอย่างนี้หรือไม่  เขาคงตอบว่า " ไม่ "  แต่ที่เขาต้องเป็นอย่างนี้อาจเพราะว่าเขาต้องเกิดมาตามกรรมที่เขาได้เคยทำไว้ในชาติก่อนหน้านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่างหาก และในบางครั้งผลกรรมที่ตกแก่ตัวทารกน้อยนั้น เขาอาจไม่ได้ก่อมันขึ้นเอง  อาจเกิดจากตัวบิดามารดาที่ได้ทำร่วมกับเขาได้ด้วย   ดังคำกล่าวที่ว่า เราทุกคนล้วนมีกรรมเป็นของตนเอง

                ขณะที่ดิฉันพูด  ดิฉันสังเกตเห็นว่ามารดาของทารกน้อยมีน้ำตาซึมออกมา  โอบกอดทารกไว้ในอ้อมกอดของเธอแน่นขึ้น มองดูใบหน้าของทารกแล้วก็ร้องไห้ ดิฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจทารกน้อยและเข้าถึงหัวใจความเป็นมนุษย์บ้างแล้ว 

                                                                                                         

 

                                                                                                                        

                                                                                                      นางสาว  นราภรณ์         อิ่นใจ

                                                                                                              หน่วยงานห้องคลอด