" เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม "
" เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม "
พระปฐมบรมราชโองการ ของ สมเด็จพระมหากษัตริยราชเจ้า ลำดับที่ ๙ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ในขณะนั้น ล่วงพ้นมาหกสิบกว่าปีแล้ว ได้เป็น สัจจวาจา ที่ยิ่งใหญ่และมั่นคง ประจักษ์แจ้งแก่เหล่าพสกนิกรและผองชนทั่วไป....
และเมื่อได้พิจารณาไตร่ตรองทบทวนให้ลึกซึ้งถึงพระปณิธานอันประกอบด้วยพระอัจฉริยภาพอันหาที่สุดมิได้ ก็ยิ่งน่าอัศจรรย์ใจนัก..เนื่องในเวลานั้น ประเทศไทย ได้เปลี่ยนชื่อจาก สยาม โดยคณะรัฐบาล ซึ่งพยายามประชาสัมพันธ์นามแห่ง ราชอาณาจักรไทย ด้วยหลากหลายวิธี ให้ปรากฏแก่โลก ด้วยความคิดที่ซ่อนเอาลัทธิชาตินิยมไว้ โดยมิได้คำนึงถึงประวัติศาสตร์และความเป็นมาและความหมายแห่ง สยามประเทศ อันประกอบด้วยความสามัคคีผูกพันของเหล่าชนหลายชาติพันธ์ผู้เข้าใจนัยยะนามว่า มหาชนชาวสยาม ภายใต้บรมโพธิสมภารของ ธรรมกษัตริย์ ที่สืบสันตติวงศ์ต่อเนื่องกันมายาวนาน อันก่อกำเหนิดความผาสุกสันติเจริญด้วยงามอารยธรรมผสมผสานกัน..เลือดเหล่าเผ่าพงศ์ที่สืบสานด้วยสายใยแห่ง กัลยานมิตร ผู้ใจรักอิสระเสรีภาพ อันมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ร่วมรักษาดูแลแผ่นดินดีผืนสุดท้ายแห่งสุวรรณภูมิ เพื่อให้ลูกหลานได้อาศัยอยู่ร่วมรวมกันด้วยสงบสันติ..
นี่จึงเป็นที่มาของ การสักการะ ร่วมสดุดี ด้วยความเคารพเทอดทูน ด้วย สมมติภาพ แห่ง เครื่องประกอบกาย เพื่อย้อนรำลึกถึง กัลยานมิตร อันมี กางเกงจีน เสื้อปะปากะญอ สร้อยคอประคำมอญ ผ้าคาดลาวยวน และด้ายมงคลหลากสี ในท่า พระยาครุฑพ่าห์ เข้มแข็งมั่นคง ของกายและใจ แห่ง สยามชน ผู้สืบสายเลือดจงรักภักดี มาแต่บรรพกาลมิเสื่อมคลาย..ไว้ ณ ที่นี้..